ภาคีเครือข่าย
พื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีปัญหาที่ซับซ้อนและเชื่อมโยงกันหลายมิติ โดยเฉพาะการทำเกษตรเชิงเดี่ยวและการไม่มีงานทำ ทำให้ราษฎรมีฐานะยากจน และส่งผลกระทบถึงความมั่นคง มูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ จึงเข้ามาดำเนินการสร้างต้นแบบการพัฒนาที่เหมาะสมและเป็นไปตามความต้องการของราษฎร ร่วมกับทุกภาคส่วนในพื้นที่ ตั้งแต่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการผลิต พัฒนาอาชีพเดิมและส่งเสริมอาชีพใหม่ โดยเน้นส่งเสริมพืชเกษตรและสัตว์เศรษฐกิจที่มีมูลค่าสูง ทุกขั้นตอนของกระบวนการผลิต ตั้งแต่พัฒนาผลผลิตทางการเกษตรให้มีคุณภาพที่ดีขึ้น ด้วยการให้ความรู้กับเกษตรกร ส่งเสริมและจัดหาตลาด รวมทั้งการรับซื้อเพื่อสร้างราคานำตลาด หนึ่งในโครงการที่มูลนิธิปิดทองหลังพระฯ ดำเนินการคือ ร่วมกับจังหวัดยะลาพัฒนาโครงการทุเรียนซิตี้ ส่งเสริมให้เกษตรกรทำทุเรียนคุณภาพ ในท้องที่อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา เมื่อปี 2561 ซึ่งมีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ 18 คน ต้นทุเรียน 335 ต้น ผลผลิต 48 ตัน เกษตรกรมีรายได้รวม 2,337,413 บาท เฉลี่ยคนละ 129,856 บาท เฉลี่ยต่อต้น 8,578 บาท จากเดิมที่ขายได้ 2,350 บาท ความสำเร็จจากโครงการนำร่องในปี 2561 ทำให
รศ.นพ.สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานในพิธีเปิด “โครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสังคมไทย ด้วยการสร้างสรรค์คุณค่าเครื่องสำอางตามเอกลักษณ์ท้องถิ่น” หรือ “Thai Cosmetopoeia” และปาฐกถาพิเศษในหัวข้อเรื่อง “นโยบายแผนการขับเคลื่อนโครงการความร่วมมือระหว่างกระทรวง อว. และภาคเอกชน ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานชีวภาพ (Bio base) ด้วย วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม” ซึ่ง สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ผนึกกำลังร่วมกับ 24 ภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชน ดำเนินโครงการโดยมีเป้าหมายมุ่งคืนกำไรสู่สังคมอย่างยั่งยืน พร้อมนำร่อง 10 โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์นวอัตลักษณ์เครื่องสำอาง (innovative identity cosmetic) ที่มีความโดดเด่นและได้มาตรฐาน จากทรัพยากรฐานชีวภาพที่มีความเป็นเอกลักษณ์ในท้องถิ่นนั้นๆ ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม ในพื้นที่ 10 จังหวัดทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย ในวันที่ 1 สิงหาคม 2562 ณ ห้องประชุม Salon A โรงแรม Swissotel Bangkok Ratchada กรุงเทพฯ ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า บทบาทของกระทรวง อ
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ในฐานะหน่วยงานหลักในการสนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ ซึ่งเป็นบทบาทสำคัญในการส่งเสริมให้ประเทศพัฒนาด้วยการวิจัยและนวัตกรรมครอบคลุมงานวิจัยเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ ส่งเสริมภาคอุตสาหกรรม พัฒนาคุณภาพชีวิตทั้งทางด้านสังคม สิ่งแวดล้อม การส่งเสริมการวิจัยเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่ รวมทั้งการพัฒนางานวิจัยพื้นฐานและการพัฒนาบุคลากรวิจัย ทั้งในภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาสังคม เพื่อยกระดับศักยภาพของบุคลากรวิจัย ทั้งทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี มนุษยศาสตร์ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามวัตถุประสงค์ วช. จึงจัดการประชุมชี้แจงและการสร้างความร่วมมือภาคีเครือข่ายการบริหารจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ ในวันที่ 26 กรกฎาคม 2562 ณ ห้องแกรนด์ฮอลล์ 2 โรงแรมรามาการ์เดนท์ โดยศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานการประชุม เพื่อให้ผู้ประสานงาน ผู้ประสานชุดโครงการ พี่เลี้ยงงานวิจัย และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้ร่วมฟังแนวทางการบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ รวมทั้งร่วมแสดงความคิดเห็น เสนอแนะแนวทางการพัฒนาการบริหารจัดการทุนวิจัยและนวัตก
7 พฤษภาคม 2562 – เอสซีจี โดย นายชนะ ภูมี Vice President-Cement and Construction Solution Business เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง และ นายศาณิต เกษสุวรรณ ผู้อำนวยการ-ธุรกิจสัมพันธ์และพัฒนาอย่างยั่งยืน ธุรกิจซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ร่วมกับกองทัพบก และเครือข่ายจิตอาสา ส่งมอบถังเก็บน้ำผลิตด้วยวัสดุพอลิเมอร์ “เอลิเซอร์” ของเอสซีจี จำนวน 115 ถัง ให้แก่ นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 50 ถัง และ นายทรงพล สวาสดิ์ธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง จำนวน 65 ถัง เพื่อช่วยเหลือเเละบรรเทาภัยแล้งระยะเร่งด่วนแก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และลำปาง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรม “เฉลิมราชย์ราชา จิตอาสาบรรเทาภัยแล้ง” ที่ร่วมเฉลิมพระเกียรติเเละถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในมหามงคลสมัยที่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 เสด็จขึ้นครองราชย์ พร้อมเชิญชวนจิตอาสาระดมพลังสร้างฐานติดตั้งถังเก็บน้ำจากวัสดุรีไซเคิลที่เหลือจากการก่อสร้าง ซึ่งออกแบบโดยทีมงานเอสซีจีให้สอดคล้องกับแนวทาง SCG Circular Way หรือการใช้ทรัพยากรให้คุ
