ภาคเหนือ
นางอังคณา พุทธศรี ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 1 เชียงใหม่ (สศท.1) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงสถานการณ์การผลิตหอมหัวใหญ่ ปีเพาะปลูก 2564/65 ในพื้นที่รับผิดชอบของ สศท.1 ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย และแม่ฮ่องสอน ซึ่งมีพื้นที่ปลูกหอมหัวใหญ่คิดเป็นร้อยละ 95 ของเนื้อที่เพาะปลูกหอมหัวใหญ่ทั้งประเทศ โดยปีเพาะปลูก 2564/65 (ข้อมูล ณ เดือนมกราคม 2565) คาดว่ามีเนื้อที่เพาะปลูกรวม 3 จังหวัด 8,606 ไร่ เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาที่มีเนื้อที่เพาะปลูก 8,328 ไร่ (เพิ่มขึ้นร้อยละ 3) เนื่องจากไม่ได้รับความเสียหายจากพายุฝน ทำให้เกษตรกรเพาะต้นกล้าพันธุ์ได้มากกว่าปีที่ผ่านมา สามารถขยายเนื้อที่เพาะปลูกได้มากขึ้น ด้านผลผลิต คาดว่าจะมีปริมาณรวม 35,044 ตัน เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาที่มีปริมาณ 32,740 ตัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 7) เนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของหอมหัวใหญ่ได้ดี คาดว่าไม่มีฝนตกในช่วงการเก็บเกี่ยว สำหรับการเพาะปลูกหอมหัวใหญ่ ปัจจุบันมีจำนวนเกษตรกรเพาะปลูกหอมหัวใหญ่ ทั้ง 3 จังหวัด (ข้อมูล ณ เดือนมกราคม 2565) รวม 3,765 ราย เกษตรกรจะเริ่มทยอยปลูกในเดือนกรกฎาคม
วันที่ 20 ธันวาคม 2561 กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าว่า บริเวณภาคใต้มียังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ สำหรับประเทศไทยตอนบน อุณหภูมิจะสูงขึ้น 1-2 องศาเซลเซียส กับมีหมอกในตอนเช้า โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีอากาศเย็นโดยทั่วไป และมีฝนฟ้าคะนองในภาคเหนือ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง และระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกหนาไว้ด้วย ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนมีกำลังอ่อนลง ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอุณหภูมิสูงขึ้น แต่ในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีอากาศเย็น ประกอบกับลมตะวันตกในระดับบนเคลื่อนที่ผ่านบริเวณภาคเหนือ ทำให้ภาคเหนือมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง ทำให้ภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและฝนตกหนักบางแห่ง พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06.00 น.วันนี้ ถึง 06.00 วันพรุ่งนี้ ภาคเห
ลำไย เป็นผลไม้ที่มีความสำคัญของเกษตรกรภาคเหนือ ซึ่งมีแหล่งผลิตที่สำคัญ ใน 8 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน เชียงราย พะเยา น่าน ลำปาง ตาก และแพร่ ซึ่งในปี 2561 คาดการณ์ว่าจะมีปริมาณผลผลิตลำไยภาคเหนือออกสู่ตลาดรวม 654,329 ตัน เป็นลำไยในฤดู 381,498 ตัน คิดเป็น 60% และนอกฤดู 272,831 ตัน หรือ 40% จังหวัดที่มีผลผลิตมากที่สุด 2 อันดับแรก คือ เชียงใหม่ และลำพูน สำหรับจังหวัดเชียงใหม่ มีผลผลิตจำนวน 137,219 ตัน แหล่งผลิตที่สำคัญและมีปริมาณผลผลิตมาก ได้แก่ อำเภอพร้าว อำเภอสารภี อำเภอจอทอง และอำเภอสันป่าตอง ตามลำดับ ส่วนจังหวัดลำพูน มีผลผลิตจำนวน 125,120 ตัน แหล่งผลิตที่สำคัญและมีปริมาณผลผลิตมาก ได้แก่ อำเภอลี้ อำเภอเมือง และอำเภอป่าซาง ตามลำดับ ในเดือนสิงหาคม เป็นช่วงเวลาที่ลำไยออกผลผลิตมากที่สุด คาดการณ์ว่าจะมีปริมาณ 237,559 ตัน คิดเป็นร้อยละ 62.27 โดยมีช่องทางการระบายลำไยสดที่สำคัญคือ การทำลำไยอบแห้งเป็นสินค้าแปรรูป มีตลาดใหญ่อยู่ที่สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยลำไยสดช่อ เกรด AA จะมีราคาอยู่ที่ 31 บาท ต่อกิโลกรัม เกรด A ราคา 27 บาท ต่อกิโลกรัม เกรด B ราคา 16 บาท ต่อกิโลกรัม และเกรด AA+A ราคา 25 บาท ต
นายลักษณ์ วจนานวัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการตรวจราชการ “การบริหารจัดการลำไยภาคเหนือ” จ.ลำพูน ว่า ปี 2561 ผลผลิตลำไย 8 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน เชียงราย พะเยา น่าน ลำปาง ตาก และแพร่ มีปริมาณออกสู่ตลาด 654,329 ตัน แบ่งเป็นลำไยในฤดู 381,498 ตัน คิดเป็น 60% และนอกฤดู 272,831 ตัน หรือ 40% โดยลำพูนมีความโดดเด่นในด้านการทำงานร่วมกับเกษตรกร ทำให้มีผลผลิตในฤดูและนอกฤดูเท่ากัน 50% เป็นผลจากการนำแนวความคิดเชิงรุกมาดำเนินการ ส่งผลให้ลำไยในฤดูลดน้อยลง ไม่กดดันเรื่องราคามากเกินไป ทั้งนี้ การบริหารจัดการปีนี้แบ่งเป็น 3 ส่วน ได้แก่ 1.การบริโภคสด 28,084 ตัน 2.การแปรรูป 270,870 ตัน และ 3.การส่งออก 82,544 ตัน ได้มีการหารือกับคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ (Fruit Board) อยากให้จังหวัดมีการวางแผนการจัดการผลไม้แบบเบ็ดเสร็จ ผ่านกลไกคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรอันเนื่องมาจากผลิตผลการเกษตรระดับจังหวัด (คพจ.) โดยเฉพาะช่วงเดือนสิงหาคมที่มีผลผลิตออกมากที่สุดถึง 62% นายสำราญ สาราบรรณ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า 8 จังหวัดภาคเหนือ มีพื้นที่ปลูกประมาณ
นายสุวัฒน์ชัย ศรีสุพัฒนะกุล ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคพิษณุโลก เป็นประธานมอบรางวัลให้กับผู้ชนะเลิศ ในการแข่งขันประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ อาชีวศึกษา ครั้งที่ 28 ประจำปี 2561 ภาคเหนือ ระดับ ปวส. ให้กับทีมวิทยาลัยเทคนิคกำแพงเพชร ในชื่อโครงงาน เรื่อง “การศึกษาการใช้ชนิดของปุ๋ยอินทรีย์เพื่อไปกำหนดค่าสีและค่าความหวานของกล้วยไข่สายพันธุ์กำแพงเพชร” โดยครูพิมลพรรณ พรหมทอง พร้อมทีมนักเรียนชนะเลิศเป็นผู้รับมอบ ที่วิทยาลัยสารพัดช่างเพชรบูรณ์ เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2561 ที่ผ่านมา และทีมวิทยาลัยเทคนิคกำแพงเพชร ได้ผ่านเข้าสู่รอบการแข่งขันชิงชนะเลิศโครงงานวิทยาศาสตร์ระดับชาติ ประจำปี 2561 ชิงเงินรางวัล 3 แสนบาท โล่พระราชทานฯ ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 16-18 สิงหาคม 2561 ที่ศูนย์แสดงสินค้าอิมแพค เมืองทองธานี
นางสาวสมฤดี จิตรจง ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคเหนือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) แถลงข่าวเปิดฤดูท่องเที่ยวภาคเหนือประจำปี 2561 “แอ่วเหนือครั้งใหม่ ไม่เหมือนเดิม” ที่ไร่แม่ฟ้าหลวง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ว่าที่ผ่านมานักท่องเที่ยวที่ไปเยือนภาคเหนือมีความสนใจสินค้าการท่องเที่ยวที่สร้างเสริมประสบการณ์ใหม่ๆ อาหารประจำถิ่น การท่องเที่ยวแบบใส่ใจสิ่งแวดล้อมและตอบแทนสังคม และเกิดจากการบอกต่อผ่านสื่อสาธารณะ แชร์ผ่านโซเชียลมีเดีย ดังนั้นในปี 2561 ททท.จึงมุ่งเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยวในภาคเหนือขึ้นอีก 8.7% หรือประมาณ 134,800 ล้านบาท โดยสร้างสรรค์และเพิ่มมูลค่าของแหล่งท่องเที่ยว บริการที่มีอยู่ให้น่าสนใจยิ่งขึ้น โดยเฉพาะสินค้าท้องถิ่น อาหาร การท่องเที่ยวในวันธรรมดา ขยายการท่องเที่ยวไปยังเมืองรอง ส่งเสริมภาคเหนือเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายสำคัญ คือ กลุ่มสูงวัย กลุ่มคนรุ่นใหม่ กลุ่มผู้หญิง และกลุ่มครอบครัว “นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ไปเที่ยวช่วงฤดูหนาวเพื่อสัมผัสความหนาวเย็น ชมภูเขา ทะเลหมอก และดอกไม้ จึงอยากส่งต่อแนวคิดแอ่วเหนือครั้งใหม่ไม่เหมือนเดิม โดยสร้างกระแสว
นายกมลไชย คชชา ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 เปิดเผยว่า คณะกรรมการยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 (เชียงราย พะเยา แพร่ และน่าน) อนุมัติโครงการเพิ่มพื้นที่สีเขียวที่นำเสนอโดยสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 แล้ว เพื่อให้จัดหาและเพาะพันธุ์กล้าไม้ประมาณ 1 ล้านต้น สำหรับนำไปปลูกฟื้นฟูป่าในพื้นที่ภาคเหนือในเขต 4 จังหวัดดังกล่าว ซึ่งหลังจากได้รับการอนุมัติ ทางสำนักจะมอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดเพาะพันธุ์ต้นไม้ที่สามารถเจริญเติบโตได้ดี และให้แต่ละหน่วยงานนำไปปลูกในพื้นที่รับผิดชอบ หน่วยงานละประมาณ 100 ไร่ จะได้พื้นที่ป่าประมาณ 3,000 ไร่ นายกมลไชยกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังกระจายพันธุ์ไม้ที่เพาะได้ให้กับหน่วยงานต่างๆ หรือประชาชน ที่ต้องการจะพัฒนาพื้นที่ป่าชุมชน หรือสถานที่ที่ต้องการฟื้นฟูเพิ่ม ให้ครบทั้ง 1 ล้านต้นดังกล่าว ซึ่งสามารถนำต้นกล้าตามโครงการไปปลูกได้ โดยต้นกล้าจะเจริญเติบโตพร้อมนำไปปลูก ในปี 2561 ขอบคุณข้อมูลจากมติชนรายวัน
พาณิชย์หารือกองทุนหมู่บ้าน แบงก์รัฐสนับสนุนสินเชื่อโรงอบลำไยชุมชน ใน 8 จว.ภาคเหนือ นำเงินไปซื้อลำไยสดจากเกษตรกรมาแปรรูปเป็นลำไย อบแห้ง แก้ลำโรงอบรายใหญ่ไม่ยอมซื้อผลผลิต หวังกดราคาลงไปอีก นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์กำลังหาแนวทางขอสินเชื่อจากทั้งกองทุนหมู่บ้านต่างๆ, ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ อาทิ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อให้โรงอบในชุมชนต่างๆ โดยเฉพาะในพื้นที่เพาะปลูกลำไยใน 8 จังหวัดภาคเหนือ มีเงินทุนหมุนเวียนนำไปรับซื้อลำไยสดจากเกษตรกร เพื่อแปรรูปเป็นลำไยอบแห้ง นอกจากจะสามารถดูดซับลำไยที่กำลังออกสู่ตลาดจำนวนมากในขณะนี้ได้แล้ว ยังขายลำไยอบแห้งได้ราคาดีกว่ามากด้วย รวมทั้งต่อยอดไปยังการอบผลผลิตทางการเกษตรอื่นๆ ได้ด้วย อาทิ ข้าว ข้าวโพด เบื้องต้นคาดว่าจะได้งบประมาณ 30 ล้านบาท “หลังจากที่ลงพื้นที่ไปดูสถานการณ์ลำไยที่ จ.เชียงใหม่ ลำพูน ในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดพร้อมกันนี้ พบว่าหลายหมู่บ้านมีโรงอบขนาดเล็ก หรือโรงอบชุมชน แต่ไม่ได้เปิดดำเนินการ เนื่องจากไม่มีเงินทุนเพียงพอที่จะออกไปรับซื้อลำไยสดมาอบแห้ง และเห็นว่าโรงอบของภาคเอกชนขนาดใหญ่หลาย
กรมอุตุนิยมวิทยารายงานสภาพอากาศ ประจำวันที่ 16 ธันวาคม 2559 ดังนี้ ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศหนาวเย็นและอุณหภูมิจะลดลงได้ 3-5 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลยังคงมีอากาศเย็นและมีหมอกบางในตอนเช้าโดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ส่วนภาคใต้มีฝนตกเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช ในช่วงวันที่ 15-18 ธันวาคม 2559 คลื่นลมในอ่าวไทยตอนบนตั้งแต่จังหวัดสุราษฏร์ธานีขึ้นมาจะมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง แล้ว คาดว่าจะแผ่เข้าปกคลุมภาคเหนือในระยะต่อไป ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศหนาวเย็น จนถึงวันที่ 18 ธันวาคม 2559 โดยอุณหภูมิจะลดลง 4-6 องศาเซลเซียส ส่วนมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมป
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและพยากรณ์ทางการเกษตร คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้คาดการณ์ว่าปริมาณผลผลิตลำไยภาคเหนือ ในช่วงฤดูการผลิตปีนี้ ที่กำลังทยอยเข้าสู่ตลาดตั้งแต่เดือนกรกฎาคม-กันยายน 2559ว่า ปีนี้ผลผลิตลำไยมีแนวโน้มลดลงประมาณ 20–30% เมื่อเปรียบเทียบช่วงเดียวกันของปี 2558 เนื่องจากแหล่งปลูกลำไยสำคัญในพื้นที่ภาคเหนือเช่น เชียงใหม่ ลำพูน เชียงราย และพะเยา ต่างประสบภัยแล้งอย่างรุนแรง ขาดแคลนน้ำในการเพาะปลูกระหว่างเดือนมีนาคม-พฤษภาคม ทำให้ดอกและผลลำไยร่วงเป็นจำนวนมาก แถมเจอพายุฤดูร้อนในช่วงเดือนมิถุนายนทำให้ผลลำไยที่กำลังเจริญเติบโตได้รับน้ำฝนในปริมาณมาก ผลลำไยผิวแตกเสียหายบางส่วน ปริมาณผลผลิตที่ลดลง ส่งผลกระทบทำให้ราคาลำไยในปี 2559 นี้ ปรับตัวสูงขึ้นกว่าปีก่อนประมาณ 10–20% หรือประมาณ 5–8 บาท/กิโลกรัม โดยราคาลำไยแบบตะกร้าซื้อขายในราคากิโลกรัมละ 35–40 บาท ทำให้ผู้รับซื้อลำไยเป็นจำนวนมากต้องปรับตัวเข้าไปรับซื้อผลผลิตถึงในสวนของเกษตรกร เพื่อให้มีปริมาณผลผลิตตามออเดอร์ สำหรับป้อนตลาดส่งออก คือ จีน อินโดนีเซีย ฮ่องกง เวียดนาม แคนาดา มาเลเซีย สิงคโปร์ และฟิลิปปิน
