ภาวะฝนทิ้งช่วง
กรมชลประทาน ขานรับนโยบายพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่กำชับให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดูแลเกษตรกรผู้ปลูกข้าวทุกพื้นที่ของประเทศ พร้อมสั่งการให้กรมชลประทาน เร่งให้การช่วยเหลือเกษตรกรอย่างเร่งด่วน เพื่อป้องกันความเสียหายของนาข้าว และบริหารจัดการน้ำตามมาตรการที่ได้วางไว้อย่างเคร่งครัด นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีดังกล่าว ตนได้สั่งให้ทุกโครงการชลประทาน บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ในการวางแผนช่วยเหลือพื้นที่ปลูกข้าวนาปีที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ จากภาวะฝนทิ้งช่วง เนื่องจากในช่วงนี้ทางตอนบนยังคงมีฝนตกน้อย ประกอบกับปริมาณน้ำต้นทุนในเขื่อนต่างๆไม่เพียงพอที่จะสนับสนุนให้เกษตรกรที่ทำการเพาะปลูกข้าวต่อเนื่องหรือข้าวนาปีได้อย่างเต็มศักยภาพ เบื้องต้นได้ประสานกับกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เพื่อปฏิบัติการฝนหลวงในพื้นที่ทางตอนบนของประเทศเพิ่มมากขึ้น พร้อมขอความร่วมมือจากเกษตรกรให้ทำการเพาะปลูกเมื่อมีฝนตกสม่ำเสมอในพื้นที่ ส่วนพื้นที่ใดที่ทำการเพาะปลูกไปแล้วจะจัดสรรน้ำให้ตามรอบเวร เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตร ในส่วนของลุ่ม
เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายฉันทวัฒน์ สมนาม ผู้ใหญ่บ้านบ้านหนองแวง ต.หนองค่าย อ.ประทาย จ.นครราชสีมา เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ในพื้นที่ได้เกิดภาวะฝนทิ้งช่วงนานนับเดือน ซึ่งถ้าฝนไม่ตกภายใน 1-2 อาทิตย์ต่อจากนี้ ต้นข้าวที่ปลูกไว้ก็ขาดน้ำหล่อเลี้ยงจะพากันเหี่ยวเฉายืนต้นตาย ครั้นจะสูบน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติก็มีไม่เพียงพอต่อการทำเกษตรสำหรับที่นาของใครที่ติดกับริมคลองก็ถือว่าโชคดี ยังพอมีน้ำให้ผันเข้าที่นาได้ แต่สำหรับใครที่ไม่มีแหล่งน้ำให้สูบเข้าที่นาคงต้องทำใจรอน้ำฝนจากธรรมชาติเพียงอย่างเดียว ต่อมานายอำนวย ปองนาน นายอำเภอประทายได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบปัญหาที่เกิดขึ้น พบว่าพื้นที่เพาะปลูกข้าวกว่า 80% เริ่มประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ ต้นข้าวเหี่ยวแห้ง แหล่งน้ำตามธรรมชาติเริ่มตื้นเขิน สำหรับการแก้ปัญหาในเบื้องต้นได้มีการทำหนังสือขอความช่วยเหลือไปที่นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าฯนครราชสีมา เพื่อประสานหน่วยงานฝนหลวงให้มาดำเนินการทำฝนเทียมเพื่อแก้ไขปัญหา พร้อมทั้งให้ผู้นำหมู่บ้านสำรวจพื้นที่ความเสียหายที่ได้รับทั้งหมดและให้ทางเกษตรอำเภอลงพื้นที่ติดตามให้ความช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด คาดว่าหล
