ภูมิปัญญาพื้นบ้าน
กัญชา ถูกนำมาใช้เป็นยารักษาโรคครั้งแรกสมัยพระนารายณ์ กัญชามีสารออกฤทธิ์หลักคือ แคนนาบินอยด์ มีสารสำคัญ เรียกว่า ทีเอชซี (THC) มีฤทธิ์ลดปวด ช่วยให้นอนหลับ ส่วนสาร ซีบีดี (CBD) ช่วยลดอักเสบได้ดี ปัจจุบันการรักษาด้วยยากัญชา ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ แพทย์แผนไทย หรือแพทย์แผนไทยประยุกต์ที่ผ่านการอบรมการใช้กัญชาทางการแพทย์แล้ว มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ประสบความสำเร็จในการพัฒนาสมุนไพรในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง “กัญชา” เป็นสมุนไพรตัวล่าสุดที่ “อภัยภูเบศร” ใช้เวลา 2 ปี บุกเบิกปลูกกัญชาเพื่อการแพทย์ ปัจจุบัน มีการจ่ายยากัญชาให้แก่ผู้ป่วยไปแล้วเป็นจำนวนมาก ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านการแพทย์แผนไทยและสมุนไพร โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรได้บอกเล่าถึงความก้าวหน้าในการพัฒนากัญชาทางแพทย์ ที่ช่วยให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น (ถอดความจากเวทีเสวนา หัวข้อ “กัญชา” ครบวงจรกับอภัยภูเบศร ภายในงานมหกรรมกัญชง กัญชา 360 องศา จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2564) การพัฒนาต่อยอดกัญชาทางการแพทย์ ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร กล่าวว่า การผลิตกัญชาเพื่อการแพทย์ให้ได้คุณภาพมาตรฐานนั้น อ
พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ จ.ปทุมธานี เตรียมจัดงานมหกรรม “อนุรักษ์พันธุกรรมพืช อนุรักษ์ทรัพยากรไทย” ระหว่าง วันที่ 5 – 7 เมษายน 2562 เวลา 08.00 – 18.00 น. พบนิทรรศการมีชีวิตเรียนรู้ความมหัศจรรย์ของพันธุกรรม ชม ชิม ช็อป ผลไม้ฤดูร้อนนานาชนิด อิ่มอร่อยกับอาหารพื้นบ้านรสเด็ดผลิตภัณฑ์สินค้าแปรรูปคุณภาพ จากเกษตรกรเครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ ทั่วประเทศ แลกเปลี่ยนเรียนรู้อบรมวิชาของแผ่นดินและอบรมเชิงปฏิบัติการ ลงทะเบียนเรียนฟรีและกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย นายสหภูมิ ภูมิธฤติรัฐ ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ เปิดเผยว่า “ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ผู้ทรงเป็นองค์ประธานในการขับเคลื่อนโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ หรือ อพ.สธ. ทรงเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดความรักและหวงแหนทรัพยากร สู่การแบ่งปัน แลกเปลี่ยน และขยายผล เพื่อให้พันธุกรรมดำรงอยู่บนแผ่นดินไทยและในโลก และเป็นประโยชน์แก่คนไทยและมนุษยชาติ พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ ร่วมกับเครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ จากทั่วประเทศ ร่วมกันจัดงานมหกรรม “อนุรักษ์พันธุกรรมพืช อนุรักษ์ทรัพยาก
“ปลาร้า” หรือ “ปลาแดก” เป็นทั้งอาหารหลักและเครื่องปรุงรสสำคัญในวัฒนธรรมอีสาน จนพูดกันว่าเป็นหนึ่งในวิญญาณทั้งห้าของความเป็นอีสาน ได้แก่ ข้าวเหนียว ลาบ ส้มตำ หมอลำ และปลาร้า กลมกลืนในวิถีการบริโภคทั่วทุกภาคของประเทศ จากทำกินกันเองในครัวเรือน ไปสู่การผลิตเชิงอุตสาหกรรม วันนี้ปลาร้ากำลังถูกกำหนดมาตรฐาน โดยประกาศของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่องกำหนดมาตรฐานสินค้าปลาร้าตามพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร พ.ศ.2551 มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมคุณภาพ มาตรฐาน และปลอดภัย มีผลต่อความเป็นไปและรสชาติ หรือมีอะไรต้องปรับเปลี่ยน ร.ต.ต.วิรัช โตอิ้ม เจ้าของสินค้าผลิตภัณฑ์ปลาร้าจ่าวิรัช ของฝากชื่อดังเมืองนครสวรรค์ ให้ความเห็นว่า การกำหนดมาตรฐานส่งผลกระทบโดยตรงต่อชาวบ้านระดับล่าง จะทำให้เกิดข้อจำกัดในการผลิตปลาร้าจากภูมิปัญญาพื้นบ้าน เมื่อกำหนดมาตรฐานก็เท่ากับการกำหนดเรื่องการหาวัตถุดิบอย่างเลี่ยงไม่ได้ เช่น การหาปลามาทำปลาร้าต้องชนิดพิเศษ ความยุ่งยากมากเรื่องจะตามมา ต้องไปคัดปลาได้มาตรฐาน ต้องกำหนดสูตร การปรุง กำหนดส่วนผสม เกิดความลำบากยุ่งยากตามมา ต้นทุนการผลิตจะขึ้นตามไปด้วย ทั้งหมดจะไปตกกับผู้บริโภค แต่ในสภาพ
