มจธ. – มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
วันที่ 17 กรกฎาคม 2566 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ มอบหมายให้ กลุ่มสารนิเทศและ ประชาสัมพันธ์ วช. นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เยี่ยมชมโครงการวิจัย เรื่อง “การจัดการความรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เหมาะสมเพื่อยกระดับมาตรฐานและรักษาคุณภาพสู่ชุมชนต้นแบบการผลิตส้มโอทับทิมสยามเชิงพาณิชย์” โดยมี รศ.ดร.สมัคร แก้วสุกแสง รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยทักษิณ เป็นหัวหน้าโครงการฯ เพื่อนำองค์ความรู้จากการวิจัยมาจัดการความรู้แบบครบวงจร พร้อมนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เหมาะสมมาผลักดันชุมชนต้นแบบการผลิตและการจัดการหลังเก็บเกี่ยวของส้มโอทับทิมสยามที่มีคุณภาพสูงที่ปลูกในเชิงพาณิชย์ โดยมี รศ.ดร.นริศ ท้าวจันทร์ แห่งมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ นางปฏิมา ยิ่งขจร นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ รักษาราชการแทนเกษตรอำเภอปากพนัง และเกษตรกรในพื้นที่ ร่วมรับฟังการบรรยายและเยี่ยมชมโครงการวิจัยฯ ณ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ส้มโอทับทิมสยาม ไร่ทรัพย์สุวรรณ และสวนส้มโอ ป้าแดง-ลุงแอ๊ด อ
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้ให้การสนับสนุนทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) พัฒนากระบวนการทำแห้งชีวภาพเพื่อการปรับปรุงคุณภาพเชื้อเพลิงขยะ ซึ่งเป็นการพัฒนาเทคโนโลยี biodrying โดยอาศัยหลักการทำงานของจุลินทรีย์ด้วย Biological digestion และอาศัยหลักการทาง Thermodynamic ในการไล่ความชื้นออกแบบ Physical drying ซึ่งกลไกทั้งสองจะถูกศึกษาด้วยปริมาณและรูปแบบการเติมอากาศเข้าไปในระบบ ทั้งนี้เพื่อต้องการลดความชื้นจากขยะมูลฝอย ขณะเดียวกันก็จะเพิ่มความร้อนให้เชื้อเพลิงมูลฝอยด้วย โดยได้ตั้งเป้าหมายในการลดระดับความชื้นของขยะที่เท่ากับหรือน้อยกว่าร้อยละ 30 และมีค่าความร้อนมากกว่า 4,000 Kcal/kg โดยใช้ระยะเวลาไม่เกิน 7 วัน ซึ่งโครงการวิจัยนี้สามารถนำไปขยายผลเชิงพาณิชย์ โดยสร้างและใช้งานจริงทั้งในประเทศและต่างประเทศ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ภายใต้กระทรวง อว. ถือเป็นกลไกสำคัญของรัฐในการขับเคลื่อนให้การสนับสนุนงานวิจัย สิ่งประดิษฐ์คิดค้น หรือนวัตกรรมต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน รวมถึงกา
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดแถลงข่าว “โมเดลสวนลดฝุ่น PM 2.5 และ เฝ้าระวัง PM 2.5” เพื่อช่วยลดผลกระทบปัญหาฝุ่นละออง ขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน หรือ PM2.5 ที่สูงเกินมาตรฐาน โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในการแถลงข่าว และ คณะผู้บริหาร วช. ผู้ทรงคุณวุฒิ วช. พร้อมด้วย ดร.ภูชีวันท์ สุริยะวงศ์ นักวิจัยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กัญจน์ ศิลป์ประสิทธิ์ นักวิจัยมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และรองศาสตราจารย์ ดร.ชัยรัตน์ ตรีทรัพย์สุนทร นักวิจัยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ร่วมแถลงข่าว ณ ศูนย์ข้อมูลสารสนเทศกลางด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ และ สวน “ภูมิทัศน์พรรณไม้ลดฝุ่น PM2.5” สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. มีเป้าหมายสำคัญในการขับเคลื่อนผลผลิตและผลสำเร็จจากผลงานวิจัยที่แล้วเสร็จสู่การใช้ประโยชน์ โดยการสื่อสารและให้เห็นภาพการทำงานที่เกิดสาธารณประโยชน์แก่พี่น้องภาคประชาชน ซึ่งในขณะนี้ ปัญหาฝุ่นละออง หรือ ฝุ่น P
“น้ำผึ้ง” นับเป็นสินค้าเพื่อสุขภาพที่ขายดี ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 เพราะน้ำผึ้งถือเป็นยาอายุวัฒนะ ช่วยเพิ่มความสดชื่นให้แก่ร่างกาย ช่วยต้านทานโรคต่างๆ ได้ดี ทำให้หลายคนหันมาให้ความสนใจบริโภคน้ำผึ้งเพื่อรักษาสุขภาพกันมากขึ้น ส่งผลให้น้ำผึ้งได้รับความนิยมมากขึ้น Beesanc “สวรรค์ของผึ้ง” รศ.ดร. อรวรรณ ดวงภักดี หัวหน้าศูนย์วิจัยผึ้งพื้นเมืองและแมลงผสมเกสร หรือ Bee Park มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจร.) จังหวัดราชบุรี กล่าวว่า ที่ผ่านมา ทางศูนย์วิจัยฯ ได้นำองค์ความรู้เรื่องผึ้งจากงานวิจัยไปต่อยอดขยายผลเรื่องการสร้างงานสร้างอาชีพให้ชุมชนด้วยการเลี้ยงผึ้งและชันโรงกระจายสู่ชาวบ้านทั่วประเทศ ภายใต้ชื่อ Beesanc Model ซึ่งเป็นแนวคิดธุรกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) เพื่อแก้ปัญหาทางสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยใช้การบริหารจัดการของภาคธุรกิจบวกกับความรู้จากงานวิจัยและนวัตกรรมสังคมเป็นกลไกหลักในการกระบวนการผลิต พัฒนา สร้างน้ำผึ้งพื้นเมืองมูลค่าสูงที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ โมเดลการเลี้ยงผึ้ง Beesanc มีความหมายว่า “สวรรค์ของผึ้ง” มาจากการรวมกันของคำว่า Bee ที่
จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ผ่านมา ในทั่วทุกภูมิภาค ขณะเดียวกันวิถีชีวิตของประชาชนก็เปลี่ยนแปลงไปในยุค New Normal มีมาตรการป้องกันต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย แม้สถานการณ์จะคลี่คลายแต่ก็ยังมีเชื้อโรควนเวียนอยู่รอบตัวเรา จำเป็นต้องระมัดระวังป้องกันตนเองโดยเฉพาะการสวมหน้ากากอนามัยในพื้นที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อหรือเวลาออกนอกบ้าน ซึ่งทางทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ได้ร่วมกันผลิตคิดค้นนวัตกรรมหน้ากากอนามัยชนิดพิเศษ( ผ้าสปันบอนด์ ) ที่สามารถยับยั้งป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19ได้ ซึ่งมีอนุภาคป้องกันเชื้อไวรัสชนิดอื่นรวมถึงเชื้อแบคทีเรียได้อีกด้วย โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ หรือ วช. ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ซึ่งเป็นองค์กรสำคัญของรัฐ ที่ให้การสนับสนุนผลงานวิจัยและนวัตกรรมต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์กับประชาชน สามารถต่อยอดในเชิงพาณิชย์ เสริมคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม รวมถึงนำไปเป็นองค์ความรู้
ในแต่ละปี สังคมไทยสร้างขยะมูลฝอยและของเสียอันตรายมากกว่า 27.93 ล้านตันต่อปี ประเมินกันว่ามีเพียงร้้อยละ 26 หรือประมาณ 10.85 ล้านตัน ที่ถูกกำจัดอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการโดยมีบางส่วนถูกนำไปแปรรูปนำกลับมาใช้ใหม่ ส่วนที่เหลือส่วนใหญ่ไม่ได้รับการจัดการ หรือถูกทิ้งกองเป็นขยะมูลฝอยตกค้างซึ่งมีปริมาณเพิ่มขึ้นทุกปี ทำให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมามากมาย เช่น ไฟไหม้บ่อขยะ ปัญหาเรื่องกลิ่น สร้างผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ในขณะที่พื้นที่ที่จะใช้ในการฝังกลบขยะกลับหายากขึ้นเพราะถูกต่อต้านจากชุมชน ขยะมูลฝอยจึงเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมที่รอการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เปิดเผยว่า ในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมา แนวคิดเกี่ยวกับการจัดการขยะมูลฝอยได้เปลี่ยนแปลงไป โดยมองว่าขยะมูลฝอยสามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ และสามารถเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ “เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) จึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด ในการหมุนเวียนนำทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่เพื่อลดปริมาณขยะ เพื่อให้เกิดการจัดการขยะมูลฝอยอย่างยั่งยืน สำนักงาน
