มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์
วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2566 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ลงพื้นที่เยี่ยมชมผลสำเร็จโครงการวิจัยฯ ที่ วช. ให้การสนับสนุนทุนวิจัย โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ พร้อมด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ วช. และสื่อมวลชน ลงพื้นที่ติดตามผลสำเร็จ โครงการวิจัยเรื่อง “โครงการยกระดับศักยภาพการท่องเที่ยวโดยชุมชนเชิงนวัตกรรมเพื่อสร้างคุณค่าอัตลักษณ์พื้นถิ่นด้วยภูมิปัญญาและนวัตกรรมบนฐานเศรษฐกิจ BCG” โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ฉลอง สุขทอง อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ นายวิโรจน์ กองสนั่น นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสวาย พร้อมด้วยคณะนักวิจัย และชาวบ้านในพื้นที่ให้การต้อนรับ ณ ศูนย์โอทอปตำบลสวาย อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ภายใต้กระทรวง อว. เป็นหน่วยงานหลักที่ให้การสนับสนุนทุนวิจัย พัฒนาบุคลากร ด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม ได้ให้การสนับสนุนมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ ในการดำเนินงาน “โครงการยกระดับศักยภาพการท่องเที่ยวโดยชุมชนเชิงนวัตกรรมเพื่อสร้างคุณค่าอัตลักษณ์พื้นถิ่นด้วยภูมิปัญ
กอ.รมน. – วช. ร่วมกับ มมส. เดินหน้าถ่ายทอดองค์ความรู้จากผลงานวิจัยและนวัตกรรม พร้อมเร่งส่งมอบนวัตกรรมสู้ภัยแล้งที่อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ วันที่ 24 กรกฎาคม 2565 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ร่วมกับ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และมหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส.) จัดพิธีส่งมอบนวัตกรรมและตรวจเยี่ยมการดำเนินโครงการ “การบริหารจัดการภัยแล้งพื้นที่เกษตรกรรมจังหวัดบุรีรัมย์ด้วยวิจัยและนวัตกรรมอย่างยั่งยืน” เพื่อนำองค์ความรู้จากการวิจัยและนวัตกรรมมาใช้ประโยชน์ทางการเกษตร โดยมี พลโท อุดม โกษากุล ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 1 กอ.รมน. และ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีส่งมอบฯ และพันเอก โอภาส จันทร์อุดม รองผู้อำนวยการ กอ.รมน. จังหวัดบุรีรัมย์ ผู้แทนผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวต้อนรับ พร้อมด้วย ศาสตราจารย์ ดร.อนงค์ฤทธิ์ แข็งแรง รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน วิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยมหาสารคาม หัวหน้าโครงการฯ กล่าวรายงานซึ่งในพิธีได้รับเกียรติจาก ผู้ท
ไก่ชน ระยะไม่กี่ปีมานี้เริ่มมีผู้ให้ความสนใจ เป็นการเลี้ยงเพื่อสร้างเป็นอาชีพเสริมมากขึ้น เพราะไก่ชนสามารถทำการตลาดได้หลายช่องทาง หรือเรียกง่ายๆ ว่า สามารถทำตลาดได้ตั้งแต่ จำหน่ายเป็นไข่ ลูกไก่ ไก่สาว ไก่หนุ่ม ตลอดไปจนถึงไก่ที่ถูกฝึกจนพร้อมชน จึงทำให้ไก่ชนเป็นช่องทางการสร้างรายได้ให้กับผู้ที่สนใจ เพราะนอกจากจะทำเป็นอาชีพหลักได้แล้ว ยังได้เลี้ยงไก่ชนเป็นการสร้างอาชีพเสริมเพราะเป็นงานที่มีความสุข ว่าที่ร้อยตรี ไพฑูรย์ ทองสุข รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและประธานหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเกษตรศาสตร์ คณะเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ เจ้าของฟาร์มไก่ชนพม่าสวนหมาก ตั้งอยู่ที่ตำบลสวาย อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ ได้ให้ความสนใจกับการเลี้ยงไก่ชนเป็นอาชีพเสริม ที่สามารถสร้างรายได้ควบคุมไปกับการทำงานประจำ ว่าที่ร้อยตรี ไพฑูรย์ เล่าให้ฟังว่า ย้อนไปเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วเลี้ยงไก่พื้นเมืองเป็นหลัก และระบบการทำตลาดค่อนข้างที่จะแคบ เพราะเมื่อเลี้ยงแล้วไก่พื้นเมืองจะจำหน่ายได้เฉพาะชั่งกิโลเท่านั้น ทำให้ไม่สามารถทำตลาดได้หลากหลายมากนัก ต่อมาจึงได้ปรับเปลี่ยนมาเลี้ยงเป็นไก่ชน
การย้อมไหมและการทอผ้าไหม เป็นศาสตร์และศิลป์ที่อยู่คู่กับชีวิตของคนไทยมาช้านาน ทุกวันนี้ การย้อมผ้าไหมมีทั้งย้อมด้วยวัสดุจากธรรมชาติและย้อมด้วยสีเคมี ซึ่งมีข้อเด่น ข้อด้อย แตกต่างกันไป “การย้อมไหมด้วยสีเคมี” นั้น ทำได้ง่าย สะดวกสบาย แต่มีอันตรายต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ส่วน “การย้อมไหมด้วยวัสดุธรรมชาติ” ให้สีแตกต่างกันไป ได้แก่ ดอกคำแสด หรือ ดอกกรรณิการ์ (สีส้ม) ต้นคราม เปลือกสมอ ใบหูกวาง (สีน้ำเงิน) ผลมะเกลือ ผลสมอพิเภก ผลตับเต่า เงาะ (สีเทา-ดำ) ต้นสัก ขี้เหล็กบ้าน ต้นแก้ว (สีเขียว) ครั่ง เปลือกสะเดา มะไฟป่า (สีแดง) แก่นไม้ขนุน ใบมะขาม เปลือกผลมังคุด (สีเหลือง) เปลือกต้นหมาก เปลือกต้นมะขาม แก่นคูน ฝาง ตะแบกน้ำ (สีน้ำตาล) สีย้อมจากธรรมชาติมีข้อจำกัดในเรื่องความคงทน ความสม่ำเสมอของสี และหาวัสดุจากธรรมชาติเหล่านี้ได้ยากขึ้นในยุคปัจจุบัน นวัตกรรมการย้อมสีไหมจากมะขาม ผลงานมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ “จังหวัดสุรินทร์” โดดเด่นในเรื่องการผลิตผ้าไหม ปัจจุบัน มีผู้ประกอบการทอผ้าไหมในจังหวัดสุรินทร์อยู่เป็นจำนวนมาก เพื่อส่งเสริมอาชีพการผลิตผ้าไหมของชาวบ้านในท้องถิ่นให้เติบโตอย่างยั่งยืน สำนักงานคณะก
