มหิดล
รองศาสตราจารย์ ดร.ชลัท ศานติวรางคณา ผู้อำนวยการสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้กล่าวถึงคุณค่าทางโภชนาการของ “ข้าวโอ๊ต” ว่าประกอบด้วย “เบต้ากลูแคน” (Beta Glucan) ซึ่งพบไม่มากเท่าในข้าวชนิดอื่นๆ ซึ่งหากร่างกายได้รับเบต้ากลูแคนอย่างสม่ำเสมอไม่ต่ำกว่า3 กรัมต่อวัน สามารถลดระดับโคเลสเตอเรอลในเลือด ช่วยให้ห่างไกลจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ที่สำคัญได้แก่โรคหลอดเลือดหัวใจได้ สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ สมาคมอาหารและโภชนาการแห่งอินโดนีเซีย สมาคมโภชนาการแห่งมาเลเซีย มูลนิธิโภชนาการแห่งฟิลิปปินส์ และ สมาคมโภชนาการเวียดนาม จัดทำหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ “Healthy Cooking with Oats” รวมเมนูอาหารสุขภาพจากข้าวโอ๊ตเพื่อเสนอแนวคิดในการนำข้าวโอ๊ตมาใช้เป็นส่วนประกอบหลักเพื่อเพิ่มคุณค่าทางอาหารสำหรับเมนูพื้นบ้าน และอาหารฟิวชันจาก 5 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยในส่วนของเมนูจากประเทศไทยที่ร่วมเผยแพร่ในหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าวมีทั้งอาหารคาว และหวานจำนวน 10 ชนิด ได้แก่ ลาบเหนือ น้ำพริกตาแดง มัสหมั่นไก่ขนมกรอบเค็ม กระทงทอง ขนมกล้วย ขนมตะโก้ สาคูไส้หม
หลังจากที่ทั่วโลกต้องประสบวิกฤติ COVID-19 จนได้มีการรณรงค์ให้คนไทยทุกคนฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน ทำให้ตัวเลขผู้ติดเชื้ออยู่ในอัตราที่ควบคุมได้ เริ่มมีการใช้ “ชีวิตวิถีใหม่” และเดินทางภายในประเทศกันมากขึ้น จนมาถึงวันที่ทั่วโลกต้องประสบกับวิกฤติอาหารและพลังงานเช่นปัจจุบัน แม้การท่องเที่ยวไทยจะได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน แต่ “จังหวัดนครสวรรค์” ซึ่งเปรียบเหมือน “ประตูสู่ภาคเหนือ” พร้อมเปิดรับนักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศให้ได้รับความอบอุ่นและประทับใจกลับไปเสมอ อาจารย์ ดร.พรพิรัตน์ คันธธาศิริ ประธานหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาการประกอบการเชิงนิเวศวัฒนธรรมโครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยมหิดลกล่าวว่า ตามโครงสร้างการท่องเที่ยวของประเทศไทย ได้กำหนดให้ “เมืองหลัก” ของการท่องเที่ยวไทย มีจำนวนทั้งสิ้น 22 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานีสมุทรปราการ สมุทรสาคร พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรีเพชรบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง สระบุรี นครราชสีมาขอนแก่น เชียงใหม่ ประจวบคีรีขันธ์ สุราษฎร์ธานี กระบี่พังงา สงขลา และ ภูเก็ต แม้จังหวัดนครสวรร
กว่าจะได้ผลิตภัณฑ์เคมีเพื่อใช้ประโยชน์ในแต่ละชนิด ต้องผ่านกระบวนการต่างๆ มากมาย โดยต้องลงทุนทั้งในด้านงบประมาณ เวลา ทรัพยากรมนุษย์ ฯลฯ ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของชาติ และที่สำคัญตามมาด้วยปัญหาทางสิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นผลกระทบจากกระบวนการผลิต รองศาสตราจารย์ ดร.ศิริลตา ยศแผ่น อาจารย์ประจำภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะ “นักเคมีอินทรีย์” หนึ่งในผลงานที่ภาคภูมิใจ คือ การค้นพบสารเคมีชนิดใหม่โดยใช้เทคนิค “Carbon-Hydrogen Bond Functionalization” หรือ “C-H Functionalization” ที่สามารถเปลี่ยนพันธะคาร์บอนที่อยู่ในสารอินทรีย์ เพื่อให้เกิดสารเคมีชนิดใหม่ซึ่งมีคุณสมบัติตามที่ต้องการ โดยการเติมสารบางอย่าง ซึ่งอาจเป็นโลหะ เกลือ หรือสารเหนี่ยวนำบางอย่าง เข้าไปทำปฏิกิริยาเพื่อทำให้พันธะของคาร์บอนที่แข็งแกร่งนั้นอ่อนตัวลงในขั้นตอนเดียว ตัวอย่างการใช้เทคนิค “C-H functionalization” ได้แก่การนำยาแก้ปวดลดไข้ชนิดหนึ่ง ซึ่งหาได้ทั่วไปตามท้องตลาด และมีราคาไม่สูงนัก มาเปลี่ยนโครงสร้างทางเคมี เพื่อทำให้ได้ยาใหม่ โดยพบว่าสามารถลดต้นทุนการผลิต แล
ตัวอย่างที่นับเป็นความภาคภูมิใจของมหาวิทยาลัยมหิดล ได้แก่ กลุ่มสตาร์ทอัพ จากกลุ่มนักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล นำโดย นายกวิน น้าวัฒนไพบูลย์ ที่ได้ต่อยอดพัฒนาชุดตรวจ RT-LAMP ตั้งแต่เมื่อครั้งที่เริ่มมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 จนปัจจุบันได้พัฒนาสู่เวอร์ชั่น 3 ที่สามารถตรวจครอบคลุมสายพันธุ์ OMICRON และสายพันธุ์อื่นๆ ที่ทางองค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศให้เฝ้าระวัง ได้แก่ DELTA, ALPHA และ BETA ซึ่งเป็นผลงานนวัตกรรมร่วมระหว่างคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี และ คณะวิทยาศาสตร์ ประกอบกับการสนับสนุนจาก สถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (iNT) มหาวิทยาลัยมหิดล “สายพันธุ์ OMICRON เกิดจากการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัส COVID-19 จนทำให้สามารถเข้าไปจับกับเซลล์ในร่างกายได้ง่ายขึ้น ซึ่งการกลายพันธุ์เป็นธรรมชาติของเชื้อไวรัสโดยทั่วไป สำหรับชุดตรวจ RT-LAMP เวอร์ชั่น 3 นี้ นอกจากผ่านการรับรองโดยองค์การอาหารและยา (อย.) แล้ว ยังมีจุดเด่นที่ความไว และเวลาที่ใช้ตรวจที่สั้นกว่าสองเวอร์ชั่นแรก โดยมีความไวถึงร้อยละ 96.51 และใช้เวลาตรวจเพียง 30 นาทีจากการเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งหลังโพรงจมูก (Nas
คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ม.มหิดล จับมือ SCB เปิดตัว “Rama App” โฉมใหม่ “นัดหมาย-จ่ายเงิน-รับยา-ง่ายครบ-จบในแอปเดียว มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ ธนาคารไทยพาณิชย์ จํากัด (มหาชน) แถลงข่าวเปิดตัว “Rama App” รามาธิบดีแอปพลิเคชั่น โฉมใหม่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ นัดหมาย-จ่ายเงิน-รับยา-ง่ายครบ-จบในแอปเดียว ขึ้น นวัตกรรมครั้งสำคัญในโรงพยาบาล ที่สามารถทำธุรกรรมทางการแพทย์อย่าง นัดตรวจแพทย์ เช็คอินก่อนพบแพทย์โดยไม่ต้องวางบัตร เลื่อนนัดด้วยตัวเอง ทำประวัติสร้างเวชระเบียนอย่างง่าย ผนวกการทำธุรกรรมทางการเงินร่วมกัน อย่าง การจ่ายเงินผ่านแอปพลิเคชั่น และตู้ชำระเงินอัตโนมัติ ที่ทำให้ชีวิตง่ายขึ้นตลอดการเข้ารับบริการในโรงพยาบาล ซึ่ง คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ร่วมกับ ธนาคารไทยพาณิชย์ จํากัด (มหาชน) พัฒนาแอปพลิเคชั่นที่จะตอบโจทย์การทำธุรกรรมทางการเงินและธุรกรรมทางการแพทย์ ในแอปเดียว ภายใต้ชื่อ “Rama App” ศ. นพ. ปิยะมิตร ศรีธรา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงการพัฒนาแอปพลิเคชั่น Rama App ว่า ด้วยการบริการทางการแพทย์แก่ผู้ป่วยในโรงพยาบาลรามาธิบดี ทั้ง
นักวิจัยจากมหิดลคว้าแชมป์นำเสนองานสร้างสรรค์นวัตกรรมสู่ไทยแลนด์ 4.0 คว้าเงินแสนไปครองในงาน 25 ปี สกว. หลังฝ่าด่านหินรอบ 6 คนสุดท้ายจนชนะใจกรรมการ ด้วยผลงานชุดทดสอบหาพยาธิใบไม้ในตับและในกระเพาะอาหารของสัตว์เคี้ยวเอื้อง กรรมการชี้งานมีผลกระทบสูงต่อคนและสัตว์ รวมถึงความปลอดภัยอาหารของคนในชาติ รศ. ดร. น.สพ.ปณัฐ อนุรักษ์ปรีดา นักวิจัยจากสถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล มหาวิทยาลัยมหิดล คว้ารางวัลชนะเลิศพร้อมเงินรางวัล 100,000 บาท ในการแข่งขัน “Pitching สร้างสรรค์นวัตกรรมสู่ไทยแลนด์ 4.0” ค้นหาสุดยอดนักวิจัยรุ่นใหม่ที่มีความสามารถในการนำเสนอผลงานเพื่อสร้างนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์ในงาน “25 ปี สกว. : สร้างคน สร้างความรู้ สร้างอนาคต” ซึ่งจัดโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ทั้งนี้ นักวิจัยผู้ผ่านเข้ารอบ 6 คนสุดท้ายได้นำเสนอผลงานให้คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งมีทั้งนักวิชาการ ตัวแทนภาครัฐและภาคเอกชน คนละ 3 นาที เพื่อคัดเลือก 3 คนสุดท้ายเข้าไปชิงชัยค้นหาสุดยอดนักวิจัยรุ่นใหม่ ซึ่งผลปรากฏว่า รศ. ดร. น.สพ.ปณัฐ เจ้าของผลงาน “ชุดทดสอบอิมมูโนวินิจฉัยสำเร็จรูปที่มีประสิทธิภาพและความแม่นยำสูงสำหรับกา
