มะกอก
มิตรสหายกำนัลเนื้อหมูป่าจากปักษ์ใต้มาให้ เป็นเนื้อส่วนที่มีมันน้อยและหนังหนาแข็ง เลยชวนให้นึกถึงกาพย์เห่เรือของรัชกาลที่ 2 บทนี้ขึ้นมา “เหลือรู้หมูป่าต้ม แกงขั้วส้มใส่ระกำ ชะรอยแจ้งแห่งความขำ ซ้ำทรวงเศร้าเจ้าตรากตรอมฯ” หมูป่าเดี๋ยวนี้เกือบทั้งหมดเป็นหมูเลี้ยง ส่วนสมัยก่อนตอนที่ยังเป็นหมูจากป่าจริงๆ คงเป็นของดีที่ไม่ได้กินบ่อยนัก ท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงศ์ ผู้เขียนหนังสือแม่ครัวหัวป่าก์ (พ.ศ.2452) บอกไว้ในสูตร “แกงหมูป่าขั้วส้ม” ว่า “..เมื่อยิงได้แล้ว พวกพรานมักเผาเสียทั้งตัว ขูดขนจนหมดหนังขาว แล้วจึงเอาเข้ามาตัดขายเปนขาๆ” และเวลาแกงนั้น “ต้องเคี่ยวน้ำหางกะทิให้นานสักหน่อย เมื่อเห็นว่านุ่มดีแล้วจึงเอาขึ้นรวนผัดแกง..” ในสูตรของท่านผู้หญิงเปลี่ยน ท่านใส่น้ำมะขามเปียก ลูกมะอึก และระกำ เพื่อปรุงรสเปรี้ยวตามปกติของแม่ครัวไทยโบราณ ที่มักตัดรสมันเลี่ยนของแกงกะทิด้วยรสเปรี้ยวของผักหรือผลไม้หอมๆ บางชนิด แต่ผมไม่มีลูกมะอึก แถมระกำเปรี้ยวๆ นั้นก็แสนหายาก แทบจะหายไปจากตลาดสดนานแล้ว (ถ้าจะมีบ้าง ก็คงเป็นตลาดแถบภาคตะวันออก) แต่เผอิญมีใบมะกอกอยู่หนึ่งถุงใหญ่ ก็เลยนึกถึงการรวมสูตรแกงคั่วกะทิหมูป่าเข้
สำนวนสุภาษิตนี้มีที่มาอย่างไร ยากที่จะเดา แต่คงต้องมีมะกอกลูกกลมๆ แข็งๆ อยู่ในตะกร้าแน่นอน หยิบปาใส่คนเท่าไรก็ปาไม่ถูกสักที เหมือนกับว่า จับไม่ได้ ไล่ไม่ทัน และไม่น่าเชื่อถือ เปรียบเทียบกับคนที่พูดจาตลบตะแลง กลับกลอก เอาตัวรอดเก่ง รู้จักใช้คำพูดพลิกไปมาจนจับคำพูดไม่ทัน พลิกแพลงเอาตัวรอดได้เสมอๆ ซึ่งก็มักเปรียบเปรยถึงคนที่หลบหลีกเก่งได้คล่องแคล่ว แม้จะเอามะกอกสัก 3 ตะกร้าขว้างไปก็ไม่โดน หรือเรียกว่า เป็นคนกลับกลอกนั่นเอง! พอกล่าวถึงเรื่อง ลูกมะกอก ก็สร้างความงงงวยให้กับคนที่ไม่รู้จักมะกอกดีนักเหมือนกัน เพราะแค่ มะกอกเองนั้นยังสามารถแตกแขนงออกเป็นมะกอกได้หลากหลายสาขา แถมบางพันธุ์ดันอยู่กันคนละเผ่าพันธุ์ แต่ดันชื่อมะกอกเหมือนกันซะอีก! (….ความหมายจากพจนานุกรมแปล ไทย-ไทย ราชบัณฑิตยสถาน มะกอก น. ชื่อไม้ต้นขนาดใหญ่ชนิด Spondias pinnata ใบอ่อน มีรสเปรี้ยว ใช้เป็นผักดิบ ผลขนาดลูกหมากดิบ เมื่อสุกมีรสเปรี้ยวเจือฝาด ใช้ปรุงอาหาร รากและเมล็ดใช้ทำยาได้ มะกอกบ้าน หรือ มะกอกป่า ก็เรียก…) หากเราลองนึกเล่นๆ ก็พอจะรู้ว่า มะกอก แต่ละอย่างแต่ละชนิดมีหน้าตาเป็นยังไง? มะกอกบ้าน มะกอกป่า มะกอกฝรั่ง มะกอกน้ำ ม
นํ้ามันมะกอก ไม่ได้มีประโยชน์ช่วยลดคอเลสเตอรอลได้ดีเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์ด้านความงามอีกด้วย เพราะเป็นแหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระ รวมไปถึงวิตามินอีชั้นเยี่ยม แบรนด์น้ำมันมะกอก “เบอร์ทอลลี่” จึงแนะนำสุดยอดเคล็ดลับในการใช้น้ำมันมะกอกเพื่อความงาม ไว้ 6 ประการ ดังนี้ 1.บำรุงเส้นผมที่ชี้ฟู ช่วยฟื้นฟูสภาพผมที่แห้งเสียจากการโดนทำร้ายด้วยความร้อน เพียงนวดน้ำมันมะกอกปริมาณ 2-3 ช้อนโต๊ะ ลงบนเส้นผมและหนังศีรษะให้ทั่ว จากนั้นหมักผมทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที ก่อนสระด้วยแชมพูตามปกติ สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ซึ่งวิตามินอีจะช่วยทำให้ผมกลับมาเงางาม และลดการขาดหลุดร่วงได้ 2.เช็ดเครื่องสำอาง นอกจากจะล้างได้อย่างหมดจดแล้ว ยังไม่ต้องออกแรงถูให้ผิวบอบช้ำ แถมยังเติมความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหน้า เพียงทาน้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะลงบนผิวหน้า นวดเบาๆ 10-20 วินาที ก่อนเช็ดด้วยสำลีนุ่มๆ ก็สามารถล้างได้อย่างหมดจด 3.มอยส์เจอร์ไรเซอร์ สารประกอบฟีนอลิกในน้ำมันมะกอกมีคุณสมบัติช่วยต้านเชื้อแบคทีเรียได้อย่างดี ทำให้เป็นมอยส์เจอร์ที่เหมาะกับทุกสภาพผิว ป้องกันการแพ้ง่าย ไม่ทิ้งคราบเหนอะ ดูดซึมเข้าสู่ผิวได้เร็ว เพียงทาหลังจากอาบน้ำ 4.สครับขัด
