มะตูมซาอุ
มีผักยืนต้นชนิดหนึ่ง ซึ่งดูเหมือนคนไทยเพิ่งรู้จักหน้าค่าตา รู้จักเอายอดและใบอ่อนมากินกันเมื่อไม่นานมานี้เอง นั่นก็คือ มะตูมแขก หรือมะตูมซาอุ หรือพริกไทยซาอุ (Brazilian pepper tree) ผมจำได้เลาๆ ว่า เริ่มเห็นมีวางขายเป็นกำๆ เมื่อราว 10 ปีก่อนนี้เอง หลังจากที่เริ่มรู้จักไม่นานนัก ที่มาที่ไปของมันก็ยังเล่าต่างๆ กันไป บ้างว่านำเข้ามาขายเป็นไม้ประดับตามร้านขายต้นไม้ก่อน บ้างว่าคนงานไทยสมัยไปทำงานซาอุฯ เก็บเอายอดมากินกับแจ่วกับป่น เพราะกลิ่นใกล้เคียงกับยอดมะตูมไทยมาก พออร่อยติดใจก็เลยเอาเม็ดเอากิ่งกลับมาเพาะที่บ้านเกิด เราเลยพบต้นมะตูมแขกนี้ในเขตภาคอีสานเป็นส่วนใหญ่ บางทีผมพบขึ้นอยู่ริมทาง สูงร่วม 3 เมตร ก็มี กลิ่นใบที่หอมคล้ายมะตูมไทย เนื้อใบที่กรอบ และรสฝาดมันอร่อย ทำให้ติดอันดับผักสดที่คนอีสานชอบกินอย่างรวดเร็ว ทุกวันนี้มีขายตามร้านผักสดแบบลาวทุกร้านก็ว่าได้ และแม้ผมยังได้เห็นคนซื้อหยิบขึ้นมาถามด้วยความสงสัยบ่อยๆ ว่า นี่คืออะไร แต่ก็ได้ยินคนขายบรรยายสรรพคุณ และเชียร์ให้ซื้อไปกินกับลาบก้อยได้ทุกครั้งไป มะตูมซาอุ หรือ มะตูมแขก (Brazilian pepper tree) นี้ เป็นพืชยืนต้นขนาดเล็ก สูงราว 5 เมตร น
หากเข้าไปในร้านลาบแถบอีสานใต้ จะพบตะกร้าผักแกล้มที่มีพืชใบรีกลิ่นหอมเปรี้ยวอ่อนๆ คล้ายยอดมะม่วงแซมอยู่ รสชาติของผักชนิดนี้ฝาดเปรี้ยว ซ่าที่ปลายลิ้นเล็กน้อย ตัดกับรสของเนื้อลาบที่เผ็ดเค็มได้เหมาะพอดีจนได้รับความนิยมอย่างยิ่ง แต่พืชชนิดนี้ไม่ได้เป็นของไทยแต่แรก และเพิ่งเข้ามาในร้านลาบไม่นานนี้โดยเหล่าแรงงานไทยในตะวันออกกลาง จึงเรียกกันว่า “มะตูมซาอุ” “มะตูมแขก” หรือ “สะเดาบาห์เรน” มะตูมซาอุ มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Schinus Terebinthifolius ชื่อภาษาอังกฤษว่า Brazilian Pepper Tree มีถิ่นกำเนิดอยู่ในอเมริกาใต้ แถบบราซิล อาร์เจนตินา ปารากวัย เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กมีลักษณะใบคล้ายมะตูม แต่มีดอกคล้ายสะเดา จึงได้ชื่อเรียกในภาษาไทยเช่นนี้ แต่ความจริงแล้วเป็นพืชในวงศ์ใกล้เคียงกับมะม่วง ที่ประเทศต้นกำเนิดอย่างบราซิล ใช้เป็นเครื่องเทศ ส่วนตะวันออกกลางปลูกต้นมะตูมซาอุนี้ใช้เป็นไม้ประดับตกแต่งเนื่องจากปลูกง่ายและทนต่อสภาพอากาศ แต่แรงงานอีสานที่ไปทำงานในประเทศนั้นเห็นว่ามีลักษณะและกลิ่นน่าจะกินได้ จึงทดลองนำมารับประทานเป็นผักแกล้มน้ำพริก ลาบ และพบว่าเข้ากันได้ดี จึงลักลอบนำเมล็ดกลับมาปลูกด้วยเมื่อถึงเวลา
