มะนาวตาฮิติ
หนุ่มพนักงานเอกชนเมืองกรุง หารายได้เสริมด้วยการปลูกมะนาวพันธุ์ตาฮิติ ผลใหญ่ ไร้เมล็ด สวนกระแสภัยแล้งสร้างรายได้เฉลี่ย 6-7 หมื่นบาท ต่อเดือน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สวนมะนาวบางกระทุ่ม เลขที่ 79/1 หมู่ที่ 9 ตำบลบ้านไร่ อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก บนเนื้อที่กว่า 10 ไร่ เขียวชอุ่มไปด้วยต้นมะนาวพันธุ์ตาฮิติ กว่า 1,200 ต้น โดยมี นาย กฤษณะ คำเวียง และภรรยา คือ นางจรัญญา กาญจนะ เจ้าของสวนกำลังกำลังขะมักเขม้นอยู่กับการจัดกิ่งตอนมะนาวส่งลูกค้า ตามออเดอร์ที่เข้ามาแบบรัวๆ ต่อเดือนขายกิ่งพันธุ์ได้ไม่ต่ำกว่า 1,500 กิ่ง ส่วนผลมะนาวไม่ต่ำกว่า 300 กิโลกรัม ต่อเดือน เรียกได้ว่า จัดส่งกันแทบไม่ทัน สร้างรายได้ต่อเดือนเฉลี่ย 60,000-70,000 บาท นายกฤษณะ เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังถึงที่มาที่ไปก่อนจะลงตัวที่สวนมะนาวว่า ตัวเองเป็นลูกจ้างบริษัทเอกชนที่กรุงเทพมหานคร เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ตนอยากมีรายได้เสริม จึงลงตัวที่การทำสวนมะนาวเพราะชอบความหอมของกลิ่นมะนาวสมัยเด็กๆ ที่แม่ทำกับข้าว ประกอบกับเวลาหน้าแล้งที่ไร ราคามะนาวพุ่งสูงมาก จึงเริ่มคุยกับภรรยา ใช้ที่นาของครอบครัว 10 ไร่ เริ่มลงมะนาวพันธุ์แป้นต่างๆ ก็เรียกได้ว่
พูดถึงเรื่องมะนาวทุกคนก็จะบอกว่าเป็นเรื่องทั่วๆ ไปมีปลูกกันเกือบทุกบ้าน แต่ถ้าบอกว่ามะนาวตาฮิติเป็นสายพันธุ์ที่ต้องการของต่างประเทศ เช่น ตะวันออกกลาง ซาอุดีอาระเบีย ดูไบ แถบเอเชีย เช่น บรูไน เป็นต้น แหล่งผลิตมะนาวอยู่ที่ บ้านแจ้คอน ตำบลทุ่งผึ้ง อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง นอกจากเป็นแหล่งปลูกแล้วยังมีตลาดแปรรูปทำเป็นมะนาวคั้นสดรองรับ ด้วยนวัตกรรมทำให้เหมือนมะนาวคั้นสดๆ และยังเก็บไว้ได้ถึง 2 ปี โดยรสชาติเหมือนคั้นสดใหม่ๆ ปัจจุบันการปลูกมะนาวเป็นเรื่องทั่วไปของเกษตรกรไทย ที่พอถึงฤดูตามธรรมชาติของมะนาวก็จะมีปัญหาเรื่องมะนาวล้นตลาด แต่ปัจจุบันนี้เกษตรกรที่ปลูกมะนาวพันธุ์ตาฮิติที่ลำปางหมดปัญหาเรื่องมะนาวล้นตลาด มีแต่ประสบปัญหาเรื่องมะนาวขาดตลาด ไม่พอส่งออกและยังไม่พอป้อนโรงงาน จึงมีการรวมกลุ่มวิสาหกิจชุมชน โดย คุณอเนก ประสม เจ้าของไร่กาญจนา ตำบลทุ่งผึ้ง อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง เป็นผู้ปลูกแหล่งใหญ่และมีเกษตรกรมารวมกลุ่มกันปลูกสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนที่มั่นคง โดยตลาดรองรับเดือนละกว่าหลายพันกิโลกรัม นี่แหละทำให้คุณค่าและการปลูกมะนาวหมดปัญหาเรื่องของมะนาวล้นตลาด จะมีก็ปัญหาเรื่องภัยแล้งที่เกิดขึ้นท
มีเกษตรกรจำนวนไม่มากนักที่สามารถปลูกพืชสร้างรายได้ให้กับตนเองเป็นหลักล้านบาทต่อปี ซึ่งในจำนวนนี้มีชื่อของ คุณอเนก ประสม เกษตรกรวัย 59 ปี เจ้าของไร่กาญจนาผู้ปลูกมะนาวพันธุ์ตาฮิติรายแรกของอำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง รวมอยู่ด้วย โดยได้น้อมนำหลักคำสอนของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาเป็นแนวปฏิบัติ เริ่มจากการใช้ประโยชน์ที่ดินที่มีอยู่ให้เหมาะสมต่อการปลูกพืชซึ่งมะนาวพันธุ์ตาฮิติเป็นสายพันธุ์ที่เหมาะสมกับพื้นที่ปลูกดังกล่าว รวมทั้งมะนาวพันธุ์ตาฮิติมีลักษณะพิเศษ คือมีผลใหญ่ น้ำมาก ไร้เมล็ด และมีรสเปรี้ยว จึงทำให้มะนาวสายพันธุ์นี้เป็นที่นิยมของตลาด คุณอเนกเติบโตมาจากครอบครัวที่ทำการเกษตรโดยปลูกทั้งข้าวโพด ข้าวไร่ และยาสูบ หมุนเวียนเรื่อยมา จนถึงปี 2540 เกิดวิกฤตปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำไม่มีคุณภาพ ต้นทุนการผลิตเพิ่มสูงขึ้น จึงได้ปรับเปลี่ยนการทำเกษตรแบบเชิงเดี่ยวมาเป็นเกษตรแบบผสมผสานโดยปลูกมะนาวและลำไยผสมผสานกัน เนื่องจากลำไยถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีความนิยมและสามารถส่งขายต่างประเทศได้ ส่วนมะนาวเป็นพืชที่ใช้ประกอบอาหารในชีวิตประจำวันและยังสามารถใช้เป็นยาได้ จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการนำเอาพืชทั้ง 2 ชนิดนี้มาปลูกเป็น
