มะละกอสุก
ตะไคร้ ช่วยให้ผมดกดำ ลดปัญหาผมแตกปลาย ตะไคร้ เป็นพืชสมุนไพรที่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาเส้นผมให้คุณได้อย่างปลอดภัย เพียงแค่คุณนำต้นตะไคร้มาสัก 3-4 ต้น นำมาล้างให้สะอาด จากนั้นแกะเปลือกนอกที่แข็งๆ ของตะไคร้ออก สัก 2-3 เปลือก แล้วนำมาหั่นเป็นท่อนเล็กๆ จะตำหรือใส่เครื่องปั่นก็ได้แต่ต้องทำให้ได้เนื้อตะไคร้ที่ละเอียดๆ จากนั้นคั้นเอาแต่น้ำตะไคร้เข้มข้นที่ได้จากการปั่นหรือตำจนละเอียด นำน้ำตะไคร้ที่ได้มาใส่ผมที่สระสะอาดแล้ว หมักทิ้งไว้ 10-15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ใช้น้ำตะไคร้หมักผมหลังสระผมทุกครั้ง ควรทำติดกันเป็นเวลา 1-2 เดือน ผลที่ได้ก็คือ คุณจะมีผมที่ดกดำเงางาม และไม่มีปัญหาเส้นผมแตกปลาย แถมยังทำให้เส้นผมของคุณมีน้ำหนักอีกด้วย สมุนไพรรักษารากผม ทำให้ผมหงอกช้า กระเทียม กระเทียม สามารถช่วยทำให้รากผมของคุณแข็งแรงและหงอกช้าได้ เพียงแค่คุณนำกระเทียม 3-4 กลีบหรือหัวมาปอกเปลือกออก แล้วนำมาตำหรือปั่นให้ละเอียด จากนั้นนำไปผสมรวมกันกับน้ำมันมะกอกประมาณ 5-8 ช้อนโต๊ะ แล้วนำส่วนผสมที่ได้ใส่ถ้วยหรือขวดปิดฝาให้แน่นทิ้งไว้ 1-2 วัน จากนั้นนำมาใช้ได้โดยการนำมานวดให้ทั่วหนังศีรษะที่สระสะอาดแล้ว จากนั้นหมักท
ตลาดมะละกอ สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ มะละกอผลดิบ ปัจจุบัน “มะละกอพันธุ์แขกนวล” ครองส่วนแบ่งตลาดมะละกอกินดิบมากที่สุด เพราะมีลักษณะเด่นคือ เนื้อกรอบ อร่อย แม่ค้าส้มตำชอบ ปลูกง่าย ติดผลดก ผลมีขนาดใหญ่ เก็บเกี่ยวผลผลิตได้เร็ว ปลูกแค่ 5 เดือนก็เก็บผลผลิตออกขายได้แล้ว สามารถเก็บผลผลิตออกขายได้ทุกๆ 15-20 วัน ข้อดีของการปลูกมะละกอผลดิบคือ ขายผลผลิตได้ทุกลูก แต่หากเป็นมะละกอสุก เก็บผลผลิตออกขายได้แค่ 60-70% เท่านั้น เพราะระหว่างรอสุกอาจมีลูกเสียเยอะทำให้เก็บผลผลิตไม่ได้เต็มที่ มะละกอผลสุก ได้แก่ มะละกอพันธุ์แขกดำ ฮอลแลนด์ สายน้ำผึ้ง ขอนแก่น 80 ฯลฯ มะละกอผลสุกกลุ่มนี้มีลักษณะเด่นคือ เนื้อไม่เละเวลาสุก เนื้อมีสีสวย รสชาติหวาน ผิวสวย ไม่ขรุขระหรือเป็นร่อง มะละกอชนิดนี้ ผู้บริโภคนิยมบริโภคเป็นผลไม้เพื่อสุขภาพ และใช้ในโรงงานแปรรูป มะละกอพันธุ์ฮอลแลนด์กลายเป็นสินค้ายอดนิยมที่ครองส่วนแบ่งตลาดมะละกอผลสุกมากที่สุด เพราะเกษตรกรนิยมปลูกมะละกอพันธุ์ฮอลแลนด์มากที่สุด เนื่องจากได้รับความนิยมจากตลาดทั่วไปและใช้เครื่องพ่นยาน้อยที่สุด แม่ค้ารับซื้อผลผลิตมะละกอพันธุ์ฮอลแลนด์เยอะที่สุด ผลผลิตที่ตกเกรดหรือเป
ถ้าพูดถึงไม้ผลใกล้ตัวที่พบเห็นตามบ้าน ชุมชน จนชินตา นอกจากกล้วยแล้ว “มะละกอ” อาจเป็นพืชไม้ผลอีกชนิดที่พบเห็นด้วยเช่นกันเพราะไม้ผลทั้งสองชนิดสามารถเจริญเติบโตง่าย ไม่เลือกสถานที่ แถมยังไม่ต้องการเอาใจจนเกินไปด้วย ดังนั้น ทั้งมะละกอและกล้วยจึงเกิดขึ้นตามแหล่งต่างๆ ทั้งแบบตั้งใจและไม่ตั้งใจ ขณะเดียวกัน ชาวบ้านยังได้ใช้ประโยชน์จากไม้ผลทั้งสองในการประกอบอาหารภายในครัวเรือนอีก ความสำคัญของมะละกอยังประโยชน์ทางด้านอาหารได้ทั้งสุกและดิบขึ้นอยู่กับชนิดพันธุ์ อีกทั้งยังมีคุณค่าทางโภชนาการสูงจนทำให้ตลาดมะละกอเกิดความคึกคัก ชาวบ้านหันมาปลูกมะละกอทั้งดิบและสุกเพิ่มขึ้นหลายพื้นที่จนกลายเป็นอาชีพสำคัญสร้างรายได้ให้ทุกครัวเรือน มะละกอที่เห็นตามตลาดหรือแหล่งจำหน่ายอาจมาจากสวนที่ผู้ปลูกขายผ่านคนกลาง หรือขายตรงให้แก่ผู้ขายปลีก ซึ่งไม่ว่าจะขายแบบใดกลุ่มผู้ขายปลีกมะละกอนับเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคได้รับประทานมะละกออย่างสมหวัง ฉะนั้น ลองมาสำรวจบางส่วนของผู้ขายปลีกมะละกอว่าพวกเขาขับเคลื่อนอาชีพนี้กันอย่างไร ลุงแซม พ่อค้าผลไม้เร่ตามตลาดนัด ลุงแซม เป็นชาวลำปาง มีบ้านอยู่ทั้งกรุงเทพฯ และกาญจนบุรี อดีตเคยทำง
ผู้เขียนเป็นหนึ่งในแฟนเพจเฟซบุ๊กของ “หนึ่งฤทัย แพรสีทอง” เจ้าของร้าน “เกด-หนึ่ง” ผู้รับซื้อและขายส่งมะละกอรายใหญ่ในตลาดไท อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ที่ดำเนินธุรกิจ “มะละกอ” ครบวงจร ตั้งแต่ปลูกเอง รับซื้อเอง และส่งขายเอง ทั้งตลาดล่าง โมเดิร์นเทรด “เทสโก้-โลตัส” และครัวการบินกรุงเทพ ของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ ที่นำมะละกอสุกไปเสิร์ฟบนเครื่องถึงวันละ 4-5 ตัน คุณหนึ่งฤทัย ได้วิเคราะห์วิกฤติตลาดมะละกอในปีนี้ว่า “เมษายน” เป็นเดือนตายของมะละกอประจำปีกันอยู่แล้ว ก่อนหน้านี้ ช่วงกลางเดือนมีนาคม เกิดอาการมะละกอขาดตลาดขึ้นมาซะดื้อๆ จากภาวะที่มะละกอที่เต็มคอ แต่ไม่ยอมสุก สุกช้ากว่าปกติ ของเข้าตลาดน้อย ราคาก็เลยพุ่งสูงขึ้น จนเกิดการโยนราคาของแม่ค้ากัน สวนเองก็ถือโอกาสเรียกราคาสูงขึ้น แม่ค้าคนไหนสู้ราคาได้ก็ซื้อกันไป ใครไม่สู้ราคาก็ต้องยอมปล่อยสวนไป และคงเป็นความโชคดีของแม่ค้าที่ปล่อยสวนไปช่วงนั้น ไม่ต้องมารับภาระช่วงนี้ ผ่านไปแค่ 10 กว่าวัน เหตุการณ์พลิก มะละกอสุกทะลักเข้าตลาดพร้อมกัน แต่ตลาดกลับน็อกกลางอากาศ เพราะพายุเข้าติดต่อกันเกินสัปดาห์ ราคามะละกอเลยรูดแบบไม่ต้องตั้งตัว คงไม่ต้องบอกว่า จะเ
