มะเขือ
คุณศิริชัย สามขุนทด หรือ คุณชัย เกษตรกรเจ้าของ “ข้าวป้าง เมล่อนฟาร์ม” อยู่ที่หมู่ที่ 4 บ้านหนองจั่น ตำบลหนองนกแก้ว อำเภอเลาขวัญ จังหวัดกาญจนบุรี ยึดหลักทำเกษตรปลอดภัย ผลผลิตคุณภาพส่งห้างสรรพสินค้า สร้างรายได้อาทิตย์ละ 4 หมื่นบาท คุณชัย เล่าให้ฟังว่า ก่อนที่จะมาเป็นเกษตรกรอย่างเต็มตัว ตนเองเคยทำงานประจำเกี่ยวกับด้านการเกษตรมาเป็นระยะเวลานานกว่า 17 ปี จนมาถึงจุดอิ่มตัว ตัดสินใจลาออกจากงานเพื่อมาประกอบกิจการเป็นของตัวเอง โดยการนำองค์ความรู้ที่ได้จากงานประจำมาต่อยอดประกอบกิจการเป็นของตัวเอง มีจุดเริ่มต้นจากการปลูกพืชไร่ อย่างมันสำปะหลังและอ้อยเป็นพืชสร้างรายได้ประจำปี ส่วนมะเขือเทศเป็นการปลูกในระบบโรงเรือนปิด เป็นการสร้างรายได้ประจำวัน และนอกจากนี้ ยังมีในส่วนของการปลูกพืชผักนอกโรงเรือนอีกด้วย โดยเน้นปลูกพืชผักสวนครัว เช่น ผักชี ต้นหอม และมะเขือเทศสีดา เป็นต้น แต่ก่อนที่จะมาปลูกมะเขือเทศเชอร์รีสร้างรายได้ ก่อนหน้านี้ที่ฟาร์มปลูกเมล่อนเป็นหลัก ด้วยมุมมองที่ว่าเขตอำเภอเลาขวัญ จังหวัดกาญจนบุรี อยู่ในเขตร้อน ปริมาณน้ำฝนต่อปีน้อย เกษตรกรส่วนใหญ่จะเลือกปลูกพืชไร่และมันสำปะหลังเป็นหลัก แต่เนื่องด
มีคนส่งคลิปของ “สามเณรมะเขือ” มาให้ดู เป็นเรื่องของสามเณรน้อย อายุ 7 ขวบ ป่วยเป็นเบาหวานมาตั้งแต่อายุแค่ 3 ขวบ ระดับน้ำตาลในเลือดนั้นสูงถึง 940 มก.% (คนปกติไม่เกิน 160) จนต้องฉีดอินซูลิน วันละ 2 เข็ม เช้า-เย็น กระทั่งแม่ของสามเณรได้รู้จักกับการแพทย์ทางเลือกที่เมืองกาญจน์ ปรากฏว่าชั่วเวลาเพียง 7 วัน จากที่สามเณรเข้าคอร์สที่เน้นการกินผัก โดยเฉพาะมะเขือเปราะ กินทุกวัน วันละ 2 มื้อ ระดับน้ำตาลจากวันแรก 600 มก.% ลดลงเรื่อยๆ จนอยู่ในระดับปกติที่ 120 ไม่ต้องฉีดอินซูลินเลย เหมือนได้ชีวิตลูกคืนมาอีกครั้ง ด้วยการกิน “มะเขือเปราะ” เข้าไปค้นข้อมูลจึงพบว่า การใช้มะเขือเพื่อลดน้ำตาลในเลือดนั้นมีตั้งแต่ในการแพทย์อายุรเวทของอินเดีย นอกจากนี้ ประชากรในแคว้นโอริสสาของอินเดีย ก็ใช้น้ำต้มมะเขือเปราะรักษาโรคเบาหวาน โดยมีงานวิจัยจากที่นี่เช่นกัน ที่ใช้สารสกัดน้ำของผลมะเขือเปราะลดปริมาณน้ำตาลในเลือดของหนูทดลอง พบว่าได้ผลดี และพบว่า สารสกัดดังกล่าวออกฤทธิ์คล้ายอินซูลิน โดยช่วยเสริมการใช้งานกลูโคสอย่างมีประสิทธิภาพ มีผลเชิงบวกต่อการทำงานของตับอ่อน โดยไม่มีพิษต่อสัตว์ทดลองแต่อย่างใด เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรก
ปลูกมะเขือเทศสีดา พันธุ์เทพประทาน 2 ไร่ สร้างรายได้งาม มะเขือเทศสีดา พันธุ์เทพประทาน มีจุดเด่นคือทนทานต่อโรคไวรัสใบหงิกเหลือง ต้นแข็งแรง สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้นาน ทรงผลยาวรี สีชมพูสวย น้ำหนักดี ผลมีเนื้อแน่นแข็งไม่แตกง่าย เมื่อปลูกในฤดูฝน ทนทานต่อการขนส่งทางไกล อายุเก็บเกี่ยวเพียง 65-70 วัน หลังย้ายกล้า มะเขือเทศสามารถปลูกได้ปีละ 2 ครั้ง ปลูกครั้งนึงสามารถเก็บผลผลิตได้นานถึง 6 เดือน ในการเก็บแต่ละครั้งสามารถสร้างมีรายได้เข้ามาประมาณ 30,000-40,000 บาท แล้วแต่ช่วงถ้าช่วงไหนราคาดีก็ได้เงินเยอะ บางครั้งมะเขือเทศราคาขึ้นสูงถึงกิโลกรัมละ 40-50 บาท แต่คุณกิ๊ฟบอกว่าเมื่อมีราคาสูงก็มีราคาต่ำลงมาเหลือแค่กิโลกรัมละ 8-10 บาท อยู่ที่เราวางแผนการปลูกอย่าให้ชนกับป่าใหญ่ วิธีการปลูก การเตรียมดิน เริ่มแรกไถตากดินแปรดิน ยกร่องห่างประมาณ 1.20 เมตร แล้วแต่บางคนชอบห่าง ชอบถี่ แต่ถ้ายกร่องห่างไว้จะดีกว่า เพื่อที่ระบายอากาศได้ง่าย โอกาสของการเกิดเชื้อราก็จะน้อยลง ความห่างระยะต้นลงหลุม 30 เซนติเมตร ต่อต้นต่อหลุม วางท่อสายน้ำหยด วางเสร็จคลุมผ้ายาง ก่อนปลูกเปิดน้ำใส่เพื่อให้ดินอ่อน แล้วใช่ไม้ในการเจาะหลุม ก่
มะเขือพวง จัดเป็นพืชผักสวนครัวที่คนไทยนิยมบริโภคกันเป็นอย่างมาก มักจะนำไปใส่เป็นเครื่องเทศในแกงต่างๆ ประกอบกับนวัตกรรมที่ก้าวล้ำ มีการแปรรูปอาหารเครื่องเทศส่งออกนอก นับว่าเป็นผลดีในการขยายตลาดของมะเขือพวงให้กว้างมากขึ้น มีโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์ ยืดอายุอาหาร ปรับเปลี่ยน แพ็กถุงเพิ่มมูลค่า ส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศสร้างรายได้ให้กับประเทศไทยไม่น้อย ดังนั้น การปลูกมะเขือพวงจึงเป็นอาชีพเสริมที่น่าสนใจ ทั้งยังเป็นพืชอายุสั้น ปลูกได้ตลอดปี แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก่อนจะลงทุนควรศึกษาให้ดี โดยเฉพาะเรื่องการตลาด คุณศิริพร กุศล (คุณดำ) สวนตั้งอยู่ เลขที่ 38 หมู่ที่ 3 ตำบลศาลาครุ อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี ปลูกมะเขือพวง ข่า ตะไคร้ ส่งโรงงาน โดยคุณดำเล่าให้ฟังว่าตนเป็นพนักงานบริษัทญี่ปุ่น ทำเกี่ยวกับชิ้นส่วนรถยนต์ ทำงานในตำแหน่งเซลส์แอนด์มาร์เก็ตติ้ง มานานกว่า 20 ปี ได้รับเงินเดือนสูงถึง 150,000 บาท ต่อเดือน แต่ผลตอบแทนที่มากขนาดนี้ก็ไม่ได้แปลว่าจะตอบโจทย์คุณดำได้ทุกอย่าง ช่วงหลายปีหลังๆ เริ่มอิ่มตัวในสายงาน ประกอบกับอายุที่มากขึ้น อยากได้ชีวิตที่อิสระและมีไอดอลอยู่ในใจ “พี่ที่เป็นไอดอลเราเขาเป็นผู้จัด
เรื่องราวของพืชผักที่นิยมนำมาบริโภคกันเป็นประจำ และเห็นผลกับร่างกาย อารมณ์ ความรู้สึก บวกกับความเชื่อในคำบอกเล่าของผู้มีประสบการณ์ แม้กระทั่งคำสอนสั่งของคนเก่าก่อน หลายคนที่เชื่อและพิสูจน์สรรพคุณแล้ว เกิดความเชื่อฝังใจ บางคนกำลังศึกษา อยากรู้ อยากลอง เช่นพืชผักชนิดนี้ ที่ชื่อ “มะเขือแจ้” เป็นพืชที่น่าท้าทาย และมีค่าพอที่จะให้ทดสอบสรรพคุณได้ “มะเขือแจ้” พืชชนิดนี้คุ้นหูกับพี่น้องชาวไทย บ้างเรียก “มะเขือขื่น” บ้างเรียก “มะเขือเหลือง” และอีกหลายๆ ชื่อ เช่น มะเขือเพา มะเขือคำ มะเขือขันคำ เขือหิน บ่าเขือฮืน มะเขือหื่น เป็นต้น มะเขือแจ้ เป็นพืชในวงศ์ SOLANACEAE มีชื่อสามัญว่า Cock roach berry หรือ Dutch egg plant หรือ India night shade ชื่อวิทยาศาสตร์ Solanum xanthocarpum สันนิษฐานว่ามีถิ่นกำเนิดบริเวณเขตร้อนทวีปเอเชีย รวมทั้งในประเทศไทย เป็นพืชที่ขึ้นได้กับดินทุกประเภท แต่ชอบดินร่วนซุย มีความแข็งแรงทนทานต่อสภาพดินฟ้าอากาศที่แปรปรวนมาก เป็นพืชพื้นถิ่นพื้นเมืองที่เชื่อว่ามีความแข็งแกร่ง อายุยืน ลูกดก สะดุดตา มองเห็นได้ชัดเจนยามเมื่อติดผลแก่ เหลืองอร่ามเต็มต้น พบในที่รกร้างว่างเปล่าทั่วไป ป่าเ
มะเขือเปราะ เป็นพืชทนแล้ง อายุสั้น ปลูก 3 เดือน ให้ผลผลิต เก็บได้นาน 1 ปี ปลูกได้ทุกสภาพอากาศ ถือว่าเป็นพืชอายุสั้น และให้ผลผลิตดี มะเขือขาวหยก เป็นพันธุ์ที่ได้มาจากจังหวัดสระบุรี ข้อดีของพันธุ์นี้คือ จุกใหญ่ เหี่ยวช้า หากวันไหนเหลือขายไม่หมด สามารถเก็บไว้ได้ยังไม่เหี่ยว รสชาติหวาน ลูกใหญ่ เป็นที่ต้องการของตลาด ปลูก 10 ไร่ ผลผลิตดก เก็บขายวันละ 300 กิโลกรัม ต่อวัน การเตรียมดิน ไถตากดินไว้ 1 เดือน เมื่อไถเสร็จให้ขึ้นร่องใหญ่กว่าร่องอ้อย ความกว้าง ประมาณ 150 เซนติเมตร ยกร่องสูงทำเป็นร่องน้ำ โดยสวนทั่วไปจะใช้ระบบน้ำหยด แต่ถ้าสายตันขึ้นมาจะลำบาก มะเขือจะไม่ชุ่ม พอไม่ชุ่มจะเกิดไรแดง เพลี้ยหนอน แต่ถ้าเราขุดร่องน้ำไว้ ถึงเวลาฝนตกหรือปล่อยน้ำเข้า ก็วิดน้ำรดได้เลย มะเขือจะชุ่ม ความชื้นจะเยอะเขาจะชอบ การปลูก จะเพาะต้นกล้าเองหรือใช้วิธีซื้อต้นกล้าที่เขาเพาะไว้แล้วมาปลูก 1 ถาด มี 120 ต้น ราคาถาดละ 100 บาท นำกล้าลงหลุม ความห่างระหว่างหลุม 70 เซนติเมตร ความกว้าง 150 เซนติเมตร เพื่อจะได้เดินในร่องทางซ้ายและขวาได้สะดวก การดูแล ใส่ปุ๋ยเคมี สูตรเสมอ 16-16-16 พอลูกออกให้หยุดใส่ แล้วเปลี่ยนมาใช้ชีวภาพแทน
มะเขือยาว เป็นพืชผักรสชาติดี สามารถปรุงอาหารได้หลายอย่าง ตั้งแต่ แกง ผัด ต้ม หรือเผากินกับน้ำพริก ส่วนใหญ่แล้ว มะเขือยาวมีขายตามท้องตลาดทั่วไป ซื้อหาได้ราคาไม่แพง แต่หากใครคิดอยากปลูกไว้กินเอง โดยเฉพาะปลูกในกระถาง สามารถทำได้ เริ่มต้นจากเพาะกล้าโดยใช้ภาชนะเป็นกะละมัง ครุถังแตก หรือเพาะลงดินก็ได้ จากนั้นเตรียมดิน ที่มีส่วนผสมของดิน ปุ๋ยคอกที่ย่อยสลายแล้ว ปุ๋ยคอกอาจจะเป็นขี้ไก่ ขี้วัว หากมีใบก้ามปูผสมด้วยก็จะดีมาก ใส่วัสดุปลูกลงในกระถาง จากนั้นนำต้นกล้าที่มีใบจริง 2-3 ใบ โดยอายุอยู่ที่ 25-30 วัน ลงปลูก หากบังร่มให้กับต้นกล้าปลูกใหม่ก็จะดี เมื่อต้นตั้งตัวได้ ใส่ปุ๋ย สูตร 15-15-15 ให้กับมะเขือราว 1 หยิบมือ ต่อกระถาง หากไม่มีปุ๋ยสูตรก็ไม่เป็นไร หมั่นคอยดูว่ากระถางมีความชื้นหรือไม่…หลังปลูกได้ 60 วัน ก็จะมีมะเขือยาวให้เก็บปรุงอาหาร ส่วนจะเก็บได้นานหรือมากขนาดไหน ขึ้นอยู่กับขนาดกระถางและความอุดมสมบูรณ์ของวัสดุปลูก งานปลูกมะเขือยาวในกระถาง เหมาะสำหรับคนมีพื้นที่ปลูกน้อย หรือพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นลานซีเมนต์ ข้อควรระวังนั้น ในกระถางน้ำแห้งเร็ว จึงต้องสังเกต แล้วเติมน้ำให้พอ
มีคนส่งคลิปของ “สามเณรมะเขือ” มาให้ดู เป็นเรื่องของสามเณรน้อย อายุ 7 ขวบ ป่วยเป็นเบาหวานมาตั้งแต่อายุแค่ 3 ขวบ ระดับน้ำตาลในเลือดนั้นสูงถึง 940 มก.% (คนปกติไม่เกิน 160) จนต้องฉีดอินซูลินวันละ 2 เข็ม เช้า-เย็น กระทั่งแม่ของสามเณรได้รู้จักกับการแพทย์ทางเลือกที่เมืองกาญจน์ ปรากฏว่าชั่วเวลาเพียง 7 วัน จากที่สามเณรเข้าคอร์สที่เน้นการกินผัก โดยเฉพาะมะเขือเปราะ กินทุกวัน วันละ 2 มื้อ ระดับน้ำตาลจากวันแรก 600 มก.% ลดลงเรื่อยๆ จนอยู่ในระดับปกติที่ 120 ไม่ต้องฉีดอินซูลินเลย เหมือนได้ชีวิตลูกคืนมาอีกครั้ง ด้วยการกิน “มะเขือเปราะ” เข้าไปค้นข้อมูลจึงพบว่า การใช้มะเขือเพื่อลดน้ำตาลในเลือดนั้นมีตั้งแต่ในการแพทย์อายุรเวทของอินเดีย นอกจากนี้ ประชากรในแคว้นโอริสสาของอินเดีย ก็ใช้น้ำต้มมะเขือเปราะรักษาโรคเบาหวาน โดยมีงานวิจัยจากที่นี่เช่นกัน ที่ใช้สารสกัดน้ำของผลมะเขือเปราะลดปริมาณน้ำตาลในเลือดของหนูทดลอง พบว่าได้ผลดี และพบว่า สารสกัดดังกล่าวออกฤทธิ์คล้ายอินซูลิน โดยช่วยเสริมการใช้งานกลูโคสอย่างมีประสิทธิภาพ มีผลเชิงบวกต่อการทำงานของตับอ่อน โดยไม่มีพิษต่อสัตว์ทดลองแต่อย่างใด
ในยุคข้าวยากหมากแพง ประชาชนได้รับความเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า ที่เป็นปัญหาที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องการกินอยู่ รายรับน้อยกว่ารายจ่าย โดยเฉพาะท่านที่ต้องหาเช้ากินค่ำ หรือเป็นพนักงานบริษัทรับเงินเดือนแล้วไม่สามารถเลี้ยงปาก เลี้ยงท้อง และคนในครอบครัวได้ และปัญหาเหล่านี้ได้ลามไปถึงบัณฑิตจบใหม่ที่ก้าวเข้าสู่วัยทำงาน เงินเดือนเริ่มต้นก็น้อยนิด ไม่สามารถเลี้ยงครอบครัวได้ ด้วยเหตุนี้จึงเป็นสาเหตุทำให้เกิดเกษตรกรรุ่นใหม่ อายุน้อยเพิ่มขึ้นอีกมากมาย จุดเริ่มต้นสู่การเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ คุณศิริขวัญ ดุเหว่าดำ หรือ คุณกิ๊ฟ เกษตรกรสาวไฟแรง อยู่บ้านเลขที่ 189 หมู่ที่ 19 บ้านโนนอารีย์ ตำบลปากช่อง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เรียนจบ ชั้น ปวส. แผนกบัญชี จากวิทยาลัยเทคนิคนครราชสีมา คุณศิริขวัญ ดุเหว่าดำ และคุณแม่ คุณกิ๊ฟ เล่าให้ฟังว่า หลังจากเรียนจบมาตนได้ทำงานเป็นเสมียนอยู่ที่ร้านวัสดุก่อสร้างแห่งหนึ่ง ที่จังหวัดนครราชสีมา แต่ทำไปทำมาเงินเดือนไม่พอใช้ ส่งให้พ่อแม่ก็ไม่ได้ ตนจึงตัดสินใจกลับมาอยู่ที่บ้านเกิด ซึ่งพื้นฐานเดิมพ่อและแม่คุณกิ๊ฟมีอาชีพเป็นเกษตรกรอยู่แล้วคือ ปลูกข้าวโพด แต่ด้วยความที่เป็นคนรุ่น
มะเขือยาว เป็นพืชผักรสชาติดี สามารถปรุงอาหารได้หลายอย่าง ตั้งแต่ แกง ผัด ต้ม หรือเผากินกับน้ำพริก ส่วนใหญ่แล้ว มะเขือยาวมีขายตามท้องตลาดทั่วไป ซื้อหาได้ราคาไม่แพง แต่หากใครคิดอยากปลูกไว้กินเอง โดยเฉพาะปลูกในกระถาง สามารถทำได้ เริ่มต้นจากเพาะกล้าโดยใช้ภาชนะเป็นกะละมัง ครุถังแตก หรือเพาะลงดินก็ได้ จากนั้นเตรียมดิน ที่มีส่วนผสมของดิน ปุ๋ยคอกที่ย่อยสลายแล้ว ปุ๋ยคอกอาจจะเป็นขี้ไก่ ขี้วัว หากมีใบก้ามปูผสมด้วยก็จะดีมาก ใส่วัสดุปลูกลงในกระถาง จากนั้นนำต้นกล้าที่มีใบจริง 2-3 ใบ โดยอายุอยู่ที่ 25-30 วัน ลงปลูก หากบังร่มให้กับต้นกล้าปลูกใหม่ก็จะดี เมื่อต้นตั้งตัวได้ ใส่ปุ๋ย สูตร 15-15-15 ให้กับมะเขือราว 1 หยิบมือ ต่อกระถาง หากไม่มีปุ๋ยสูตรก็ไม่เป็นไร หมั่นคอยดูว่ากระถางมีความชื้นหรือไม่…หลังปลูกได้ 60 วัน ก็จะมีมะเขือยาวให้เก็บปรุงอาหาร ส่วนจะเก็บได้นานหรือมากขนาดไหน ขึ้นอยู่กับขนาดกระถางและความอุดมสมบูรณ์ของวัสดุปลูก งานปลูกมะเขือยาวในกระถาง เหมาะสำหรับคนมีพื้นที่ปลูกน้อย หรือพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นลานซีเมนต์ ข้อควรระวังนั้น ในกระถางน้ำแห้งเร็ว จึงต้องสังเกต แล้วเติมน้ำให้พอเหมาะ
