มะเขือเทศราชินี
ความรับผิดชอบ ความอดทน ความขยันหมั่นเพียร และความซื่อสัตย์ คำสั้นๆ ง่ายๆ เหล่านี้ยังใช้ได้จริงเสมอ ไม่ว่าจะผ่านมากี่ยุคสมัย หรือใช้กับสายงานอาชีพใดๆ ถ้าใครยึดคำมั่นเหล่านี้ เชื่อว่าจะเป็นหนทางสู่ความสำเร็จในการประกอบอาชีพการงานได้ไม่ยาก คุณธนวัฒน์ ว่องไวตระการ หรือ คุณเต๋า ประธานวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์ด่านมะขามเตี้ย อยู่บ้านเลขที่ 49 หมู่ที่ 10 ตำบลด่านมะขามเตี้ย อำเภอด่านมะขามเตี้ย จังหวัดกาญจนบุรี เกษตรกรรุ่นใหม่ไฟแรง ที่เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการผลักดันให้เกิดการรวมตัวจัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของทุกคนให้ดีขึ้น จากความพยายามตั้งใจสร้างมาตรฐานสินค้าเกษตรอินทรีย์ จนสามารถปลูกผักส่งห้างค้าส่งขนาดใหญ่ของประเทศไทยได้สัปดาห์ละ 2 ตัน สร้างรายเข้ากลุ่มสัปดาห์ละ 2 แสน คุณเต๋า เล่าให้ฟังว่า เริ่มปลูกผักมาตั้งแต่สมัยตอนที่ยังเรียนมหาวิทยาลัย ปี 1 เทอม 2 คือเรียนไปด้วยปลูกผักไปด้วย จนกระทั่งเรียนจบมาก็ยังปลูกผักและยึดอาชีพเกษตรหารายได้เลี้ยงครอบครัวมาจนถึงทุกวันนี้ หากย้อนกลับไปเมื่อ 4-5 ปีก่อนตอนที่ยังเรียนมหาวิทยาลัยอยู่ ถามว่าทำไมคนรุ่นใหม่อย่างตนเองถึ
คุณณัฐวรรณ ทองเกล็ด หรือ พี่แหม่ม ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์เพชรบูรณ์ อยู่บ้านเลขที่ 95 หมู่ที่ 4 ตำบลประดู่งาม อำเภอศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ อดีตสาวแบงค์ หันเอาดีด้านงานเกษตร ปรับปรุงพื้นที่ปลูกพืชไร่ของครอบครัวบางส่วนมาปลูกผักอินทรีย์ โดยมีมะเขือเทศ 3 สี สร้างรายได้หมุนเวียนตลอดทั้งปี บนพื้นที่เพียง 2 ไร่ และครั้งนี้เธอจะมาบอกเล่าประสบการณ์การปลูกมะเขือเทศอินทรีย์ยังไงให้ได้มาตรฐานส่งห้าง และขายให้ได้ในราคากิโลกรัมละ 50-70 บาท ตลอดทั้งปี คุณณัฐวรรณ ทองเกล็ด หรือ พี่แหม่ม เล่าถึงจุดเริ่มต้นการทำเกษตรว่า อดีตตนเคยทำงานเป็นพนักงานธนาคารมาก่อน แต่เมื่อวันหนึ่งถึงจุดอิ่มตัว ก็ต้องหาอาชีพมารองรับ นั่นก็คือ อาชีพการเป็นเกษตรกร เนื่องจากพื้นฐานที่บ้านเป็นเกษตรกรอยู่แล้ว คุณพ่อเป็นเกษตรกรปลูกพืชเชิงเดี่ยว บนพื้นที่กว่า 100 ไร่ และมองว่าถ้าออกมาทำอาชีพดั้งเดิมของที่บ้านก็น่าจะมีหนทางไปได้ดี จึงได้ตัดสินใจปรับปรุงพื้นที่บางส่วนของคุณพ่อมาทำเกษตรในแบบของตนเอง เพราะดูจากประสบการณ์ของคุณพ่อที่ปลูกพืชไร่มาตลอด ก็จะมีรายได้เข้ามาเป็นรายปีอย่างเดียว จึงอยากที่จะปรับเปลี่ยนวิถีการปลูกพืชแบบใหม่ พยายามเลือกปลู
นางอัญชนา ตราโช รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า สินค้าเกษตรสำคัญที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงสุด (Top 4) ของจังหวัดอ่างทอง ได้แก่ ข้าวนาปี ข้าวนาปรัง ไข่ไก่ และมะม่วงน้ำดอกไม้ โดยเกษตรกร ได้ผลตอบแทนสุทธิ (กำไร) จากการผลิตข้าวนาปี ในพื้นที่มีความเหมาะสมมากและเหมาะสมปานกลาง (S1/S2) เฉลี่ย 1,050 บาท/ไร่ ส่วนพื้นที่มีความเหมาะสมน้อยและไม่เหมาะสม (S3/N) เกษตรกรได้ผลตอบแทนสุทธิเฉลี่ย 604 บาท/ไร่ ข้าวนาปรัง พื้นที่ S1/S2 เกษตรกรได้ผลตอบแทนสุทธิเฉลี่ย 1,252 บาท/ไร่ ส่วนพื้นที่ S3/N เฉลี่ย 934 บาท/ไร่ มะม่วงน้ำดอกไม้ ซึ่งไม่มีการจำแนกพื้นที่เหมาะสมและไม่เหมาะสม เกษตรกรได้ผลตอบแทนสุทธิเฉลี่ย 6,508 บาท/ไร่ และ ไข่ไก่ ได้ผลตอบแทนสุทธิเฉลี่ย 0.07 บาท/ฟอง หากพิจารณาเฉพาะพื้นที่ปลูกข้าวของจังหวัดอ่างทอง พบว่า พื้นที่ S1/S2 สำหรับปลูกข้าวมีจำนวน 366,388 ไร่ และพื้นที่ S3/N มีเพียงจำนวน 13,859 ไร่ โดยพื้นที่ไม่เหมาะสมบางส่วนเกษตรกรสามารถปรับเปลี่ยนการผลิตและพัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพเพื่อเพิ่มมูลค่าอย่างหลากหลาย ได้แก่ การปลูกผักต่างๆ เช่น ตะไคร้ มีต้นทุนการผลิต 22
วันที่ 27 ธันวาคม นายสมหวัง ช้างขำ อายุ 62 ปี อดีตกำนันตำบลโพสะ อ.เมือง จ.อ่างทอง กล่าวว่า ได้พลิกวิกฤตเป็นโอกาส ในช่วงน้ำหลากได้ท่วมนาข้าวเสียหาย ระหว่างนี้จึงใช้พื้นที่สวนกลางทุ่งนาเป็นที่ดอนน้ำท่วมไม่ถึงปลูกมะเขือราชินี กว่า 2,000 ต้น ทำการปลูกดูแลกันเพียงสองคนตายาย โดยปลูกมะเขือเทศราชินีในร่องสวน เป็นแนวยาวพร้อมทำการรดน้ำเช้าเย็น ดูแลในเรื่องศัตรูพืชโดยใช้สารชีวภาพและปลูกในแบบเกษตรอินทรีย์ ปลอดสารเคมี ช่วงนี้ผลผลิตกำลังออก เก็บเกี่ยวส่งขายให้ลูกค้ามีรายได้ทุกวัน 500-700 บาท “ช่วงน้ำหลากท่วมนาจมเสียหาย ครอบครัวขาดรายได้ จึงได้หันมาปลูกมะเขือเทศราชินี ใช้พื้นที่ร่องสวน ช่วงนี้ออกผลผลิตมีรายได้ทุกวัน มะเขือเทศราชินีได้รับความสนใจจากตลาดสูง ผู้บริโภคให้ความสนใจ อุดมด้วยวิตามินที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย โดยในตอนเช้าจะเก็บมะเขือเทศมาแล้วบรรจุใส่ถุงๆ ละครึ่งกิโลกรัม ส่งขายให้ลูกค้าขาประจำและขาจร ซึ่งเป็นการสร้างรายได้เสริมอย่างงาม ในช่วงรอการทำนาสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวต่อไป” นายสมหวังกล่าว ที่มา : มติชนออนไลน์
