มะเขือเทศเชอรี่
มะเขือเทศเชอรี่ เป็นมะเขือเทศสำหรับกินสด ผลมีขนาดเล็กพอดีคำ การปลูกมะเขือเทศเชอรี่ในอุณหภูมิที่แตกต่างกัน จะให้ผลผลิตและคุณภาพที่แตกต่างกัน มะเขือเทศเชอรี่เจริญเติบโตได้ดีในสภาพอุณหภูมิระหว่าง 15-25 องศาเซลเซียสในช่วงแสงไม่เกิน 12 ชั่วโมงต่อวัน ช่อดอกจะเจริญเติบโตและติดผลเร็ว ทั้งนี้ อุณหภูมิมีอิทธิพลต่อการติดและการพัฒนาของผล หากมีอุณหภูมิสูงขึ้น ผลผลิตจะลดลง กรณีอุณหภูมิต่ำกว่า 12.8 องศาเซลเซียส และสูงกว่า 32.2 องศาเซลเซียส ละอองเกสรจะเป็นหมันไม่สามารถติดดอกออกผลได้ “โรคใบหงิกเหลือง” เป็นโรคพืชที่เกิดจากไวรัส สามารถพบได้ทุกระยะการเจริญเติบโตของมะเขือเทศ ส่งผลให้ใบยอดและใบอ่อนหดย่นหงิกสีเหลือง ขอบใบม้วนงอ ยอดเป็นพุ่ม ใบแตกใหม่เล็ก ส่งผลให้ลำต้นแคระแกร็น ไม่ติดผล หรือติดผลน้อยมาก ปัจจุบัน ตัวเชื้อไวรัสสาเหตุโรคยังไม่มีสารป้องกันกำจัดโดยตรง แต่สามารถป้องกันได้โดยฉีดพ่นสารกำจัดแมลงหวี่ขาว เพลี้ยอ่อน ซึ่งเป็นแมลงพาหะนำโรค เกษตรกรควรใช้กล้าพันธุ์มะเขือเทศที่แข็งแรง ปลอดโรคมาปลูก และหมั่นกำจัดวัชพืชรอบแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดแหล่งสะสมเชื้อไวรัสและแมลงพาหะ หากพบมะเขือเทศเป็นโรคใบหงิกเหลื
ปัจจุบัน เกษตรกรทั้งรายใหม่และรายเก่า ได้มีการปรับเปลี่ยนการทำเกษตรมากขึ้น โดยเน้นผลิตสินค้านำตลาดที่สามารถจำหน่ายได้แน่นอน ส่งผลให้พืชที่ปลูกออกมาแต่ละรอบการผลิตไม่ล้นตลาด แถมยังจำหน่ายได้ราคา จึงมีผลกำไรไม่เกิดหนี้สินทำเป็นอาชีพได้อย่างยั่งยืน คุณพศิณ พิมมะรัตน์ เป็นเกษตรกรที่ได้เรียนรู้การผลิตสินค้านำตลาด โดยปลูกมะเขือเทศเชอรี่ให้มีคุณภาพเป็นพืชปลอดสารพิษ พร้อมทั้งใช้ปุ๋ยชีวภาพเสริมในเรื่องของการเจริญเติบโต ทำให้มะเขือเทศทุกผลมีรสชาติดี และที่สำคัญตลาดมีความต้องการผลผลิตที่เขาปลูก จนบางช่วงสินค้ามีไม่เพียงพอต่อความต้องการเลยทีเดียว มีแรงบันดาลใจอยาก ทำงานด้านการเกษตร คุณพศิณ เล่าให้ฟังว่า อาชีพหลักที่ทำอยู่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับงานเกษตรเลยแม้แต่น้อย และเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมามีโอกาสได้ดูสารคดีต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับในหลวงรัชกาลที่ 9 เห็นพระองค์ท่านทรงงานและมีโครงการที่เกี่ยวกับด้านการทำเกษตรเป็นจำนวนมาก ทำให้ได้รับแรงบันดาลใจว่างานด้านเกษตรนี้เป็นเหมือนอาชีพหลักของคนไทย ทำให้เริ่มมีความสนใจและอยากเรียนรู้การทำเกษตรมากขึ้น จึงได้เข้าอบรมและศึกษาข้อมูลต่างๆ เพื่อนำองค์ความรู้ที่ได้
