มะไฟจีน
“BEDO หนุนวิสาหกิจชุมชนพัฒนาผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากทรัพยากร สร้างรายได้ ยกระดับท่องเที่ยวชีวภาพ และควบคู่การอนุรักษ์ย่างยั่งยืน จังหวัดน่าน” สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือ BEDO (เบโด้) ให้การส่งเสริมด้าน “พัฒนาผลิตภัณฑ์ สนับสนุนการท่องเที่ยวชีวภาพ” ขับเคลื่อนเศรษฐกิจจากความหลากหลายทางชีวภาพ ภายใต้แนวคิด BEDO-BCG ส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน สร้างรายได้ ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรชีวภาพในจังหวัดน่าน ส่งมอบองค์ความรู้การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนให้แก่ชุมชน นายสุวีร์ งานดี รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ หรือ เบโด้ (BEDO) สังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า น่านเป็นจังหวัดที่มีทรัพยากรชีวภาพที่หลากหลาย ระบบนิเวศธรรมชาติที่ยังอุดมสมบูรณ์ เบโด้ได้เข้ามาส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนที่น่าน “วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปมะไฟจีนบ้านกอก” อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน ที่เบโด้ได้เข้ามาสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานท้องถิ่นองค์กรบริหารส่วนตำบล ร่วมมือกลุ่มนักวิชาการ และมหาวิทยาลัยราชมงคลล้านนา น่าน เพื่อยกระดับเศรษฐกิจในชุมชนให้พึ่งพาตนเองและสร้าง
นักวิทยาศาสตร์สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับนักวิจัยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ไขประสิทธิภาพสารสกัดจากเมล็ดมะไฟจีน ผลิตภัณฑ์พลอยได้จากวิสาหกิจชุมชน จ.น่าน พบช่วยสร้างสมดุลของจุลินทรีย์บนผิวหนัง และลดการอักเสบของผิวหนังได้ ต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์เจลอาบน้ำและเจลล้างหน้าสูตรสกิน โซลูชั่น ซีรีส์ของ บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมคว้ารางวัลสิ่งประดิษฐ์นานาชาติเจนีวาปีล่าสุด นครราชสีมา – ดร.กาญจนา ธรรมนู หัวหน้าส่วนวิจัยด้านการแพทย์และสาธารณสุข สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน กล่าวว่า “ทีมวิจัยของสถาบันฯ ร่วมกับ ศ.ภก.ดร.เกรียงศักดิ์ เอื้อมเก็บ นักวิจัยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) ได้รับโจทย์จากบริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) ในการทดสอบสารสกัดจากมะไฟจีนและพอลิแซ็กคาไรด์ (คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน) กับเชื้อแบคทีเรีย 3 ชนิด คือ เอส อิพิเดอมิดิส (S. epidermidis) เอส ออเรียส (S. aureus) และพี แอคเน่ (P. acne) โดยใช้เทคนิคแสงซินโครตรอนในย่านอินฟราเรด ศึกษาการเปลี่ยนแปลงของสาร
มะไฟจีน เป็นพืชตระกูลส้ม มีถิ่นกำเนิดในภาคใต้ของประเทศจีน กระจายพันธุ์ในเขตร้อนและกึ่งร้อน ต้องปลูกในดินที่มีลักษณะร่วนปนทราย มีสภาพอากาศเย็นและความชื้นสูง ในประเทศไทยจะมีปลูกอยู่ทางภาคเหนือ ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันว่า ชาวจีนเป็นผู้นำเข้ามาปลูกในประเทศไทยเป็นชาติแรกที่บ้านกอก ตำบลท่าน้าว อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน มีการแพร่กระจายอยู่ในวงศ์จำกัด เนื่องจากไม่ได้เป็นไม้ที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศไทย มะไฟจีนส่วนใหญ่จะนิยมปลูกกันมากตามแนวแม่น้ำน่าน ตามหัวไร่ปลายนา และปลูกเป็นไม้ประดับในบริเวณบ้าน ซึ่งสามารถพบเห็นได้ตั้งแต่อำเภอปัวเรื่อยลงมาถึงอำเภอเมืองน่านและอำเภอเวียงสา มะไฟจีนเป็นผลไม้ที่มีความโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดน่านมาอย่างยาวนาน เพราะนอกจากจะเป็นสมุนไพร ผลยังสามารถรับประทานสดและนำไปแปรรูปเป็นมะไฟจีนเชื่อมแห้ง ทำเป็นผลิตภัณฑ์ของฝากที่ขึ้นชื่อประจำเมืองน่าน จำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้ตลอดปี มะไฟจีนเชื่อมแห้ง เป็นการถนอมอาหารอย่างหนึ่งที่มีมาตั้งแต่โบราณของชาวจีนเพราะเนื่องจากในประเทศจีนส่วนใหญ่จะนิยมบริโภคมะไฟจีนเชื่อมแห้ง โดยการนำมาต้มหรือแช่น้ำร้อนบริโภ
ประกาศผลแล้ว สสว. จับมือ ศูนย์แห่งความเป็นเลิศ : Excellence Center ด้านเกษตรและด้านการพัฒนาชุมชน จัดงาน “สุดยอดผลิตภัณฑ์เครือข่ายวิสาหกิจชุมชน & Product Champion 2019” เพื่อประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการขายให้กับผลิตภัณฑ์จากเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน รวมกว่า 400 ราย จากทั่วประเทศ พร้อมกับนำร่อง อุ่นเครื่องด้วยการโชว์ 2 สุดยอดผลิตภัณฑ์ (Product Champion) ที่ได้รับการพัฒนาและผ่านการคัดสรรโดยผู้ทรงคุณวุฒิ เมื่อวันที่ 15-18 สิงหาคม 2562 เวลา 10.00-22.00 น. ลานเมืองสุขสยาม ไอคอนสยาม โดยสุดยอดสองผลิตภัณฑ์แรกที่เปิดตัวก่อน ได้แก่ “ขวัญธารา” ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจากมะไฟจีน และ “Noble Sense” Coconut oil ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจากมะไฟจีน จากวิสาหกิจชุมชนขวัญธารา จ.น่าน ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจากมะไฟจีน แบรนด์ ขวัญธารา จากวิสาหกิจชุมชนขวัญธารา จ.น่าน เป็นต้นแบบของนวัตกรรมเชิงพาณิชย์ในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับท้องถิ่นบนพื้นฐานความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้แก่ เครื่องสำอางผลไม้มะไฟจีน ถือเป็นพืชสมุนไพรอัตลักษณ์ของ จ.น่าน ที่มีวิตามินซี คอลลาเจน ช่วยลดอาการอักเสบ และใบยังมีน้ำมันหอมระเหยอีกด้วย พ
