มัน
การปลูกมันเทศในเชิงพาณิชย์จะให้ประสบความสำเร็จไม่ใช่เรื่องง่าย เกษตรกรผู้ปลูกจะต้องมีความรู้ มีการวางแผนและการจัดการที่ดี รวมถึงมีเทคนิคและการดูแลเฉพาะในแต่ละฤดูปลูกอีกด้วย เพื่อให้การปลูกมันเทศบรรลุเป้าหมายสูงสุด คือ “ให้ผลผลิตต่อไร่สูงสุด ได้หัวมันที่มีคุณภาพดี ปลอดภัยต่อผู้บริโภค มีต้นทุนในการผลิตต่ำ และขายได้ราคา” “สวนคุณลี” อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร ได้คลุกคลีกับการปลูกมันเทศมานานกว่า 10 ปี โดยสายพันธุ์ที่นำมาปลูกล้วนแต่เป็นสายพันธุ์ที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ อาทิ มันเทศเนื้อสีม่วงโอกินาวา จากญี่ปุ่น, มันเทศเนื้อสีเหลืองเบนิฮารุกะ จากญี่ปุ่น (มันหวานญี่ปุ่น), มันเทศเนื้อสีส้ม จากญี่ปุ่น, มันเทศเนื้อสีเหลือง จากไต้หวัน, มันเทศเนื้อสีเหลือง จากเกาหลีใต้ 5 สายพันธุ์ และมันเทศเนื้อสีม่วง จากสวนคุณลี (ที่ได้จากการผสมพันธุ์ตามธรรมชาติในแปลงปลูก ซึ่งมีรสชาติหวาน เนื้อละเอียดเนียน หัวใหญ่ อายุการเก็บเกี่ยวสั้น เพียง 90-100 วัน เท่านั้น) การปลูกมันเทศให้ลงหัวได้ดีนั้น ปัจจัยที่ไม่ควรมองข้ามก็คือ เรื่องของโครงสร้างของดิน ถึงแม้ว่ามันเทศจะสามารถปลูกได้ในดินเกือบทุกชนิด แต่ดินร่วนปนทรายมีคว
3 สมาคมมันเส้น จับมือ MOU ประกันราคารับซื้อมันเส้นส่งออกช่วยชาวไร่ กก.ละ 1.90 บาท ขณะที่กรมการค้าต่างประเทศ พร้อมออกมาตรการให้ผู้ประกอบการแจ้งวัตถุประสงค์การนำเข้ามัน เพื่อรับทราบข้อมูลและหามาตรการดูแลราคาไม่ให้ตกต่ำ ส่วนสมาคมแป้งมันไม่ยอมร่วมเซ็น MOU ด้วย อ้างมีผู้เล่นมากราย ราคาต้องเป็นไปตามกลไกตลาด นายกีรติ รัชโน รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 17 สิงหาคมที่ผ่านมา กรมได้ประชุมร่วมกับ 3 สมาคมมันสำปะหลัง (สมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย-สมาคมโรงงาน ผู้ผลิตมันสำปะหลังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ-สมาคมโรงงานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย) ถึงมาตรการนำเข้าและส่งออกมันสำปะหลัง เพื่อดูแลไม่ให้ราคามันสำปะหลังปี 2560/2561 ตกต่ำ โดยเบื้องต้นที่ประชุมเห็นชอบแนวทางมาตรการการนำเข้ามันสำปะหลังจากต่างประเทศ โดยเพิ่มมาตรการให้ผู้นำเข้ามันสำปะหลังต้องแจ้งวัตถุประสงค์การนำไปใช้ ก่อนการนำเข้าและการขนย้าย เพื่อให้สามารถกำกับดูแลสินค้ามันสำปะหลังได้ โดยมาตรการกำกับดูแลนี้จะเสนอต่อที่ประชุม คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการมันสำปะหลัง (นบมส.) และคณะรัฐมนตรี ให้ความเห็นชอบต่อไป “เดิมทีเรามีมาตรการดูแลการนำเข้
นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงได้ปรับเพิ่มมาตรการบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และมันสำปะหลัง ฤดูกาลผลิตปี 60/61 ที่จะเริ่มออกสู่ตลาดปลายเดือนสิงหาคม เพื่อทำให้เกษตรกรขายได้ในราคาเป็นธรรม และรักษาเสถียรภาพราคาไม่ให้ตกต่ำ โดยในส่วนข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ได้กำหนดมาตรการบริหารจัดการการซื้อตลอดห่วงโซ่การผลิต โดยประสาน 3 ส่วนระหว่างเกษตรกร ผู้รวบรวม (พ่อค้าคนกลาง) และโรงงานผลิตอาหารสัตว์ จะนำร่องแห่งแรกที่จ.นครราชสีมา โดยจะใช้โมเดลนี้กับทุกจังหวัดที่มีโรงงานอาหารสัตว์ พร้อมรณรงค์ให้ผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์คุณภาพดี ความชื้นไม่เกิน 14.5% มีการตากให้แห้งก่อนขายเพื่อขายให้ได้ราคารับซื้อไม่ต่ำกว่า 8 บาทต่อกก.ตามที่โรงงานผลิตอาหารสัตว์ระบุให้ความร่วมมือในราคานี้ พร้อมเร่งหาตลาดส่งออก ซึ่งแทน 6 มาตรการเดิม เช่น ขอความร่วมมือโรงงานอาหารสัตว์เพื่อส่งออก รับซื้อข้าวโพดเมล็ดแห้ง ความชื้น 14.5% ไม่ต่ำกว่ากก.ละ 8 บาท หรือการนำเข้าวัตถุดิบทดแทนข้าวโพด เช่น ข้าวสาลี โดยอาจกำหนดภาษีนำเข้าในอัตราที่แตกต่างกันตามฤดูกาล เป็นต้น สำหรับ มาตรการมันสำปะหลัง เน้นเชื่อมโยงตลาดล่วงหน
จับตา 5 เสือบริษัทจีน แห่ลงทุนตั้งบริษัทส่งออกมันเส้นในประเทศไทย ทั้งตั้งราคารับซื้อเอง ราคาส่งออก ส่งเข้าโรงงานหรือเทกองขายเบ็ดเสร็จ แหล่งข่าวจากวงการค้ามันสำปะหลังเปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงสถานการณ์การค้ามันภายในประเทศว่า ตลาดมันเส้นแทบจะตกอยู่ในกำมือผู้ซื้อชาวจีน โดยในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา ปรากฏบริษัทผู้ส่งออกมันสำปะหลังไทยที่มีผู้ถือหุ้นถือสัญชาติจีนเข้ามาตั้งบริษัทนิติบุคคลในประเทศไทยเพิ่มขึ้นโดยบริษัทเหล่านี้มีเป้าหมายเข้ารับซื้อมันเส้นเพื่อส่งออกไปยังจีนโดยเฉพาะ แทนที่จะซื้อผ่านบริษัทผู้ส่งออกไทยเหมือนอย่างในอดีต ทั้งนี้ บริษัทไทยที่ถือหุ้นโดยจีนที่รู้จักกันเป็นอย่างดี ได้แก่ บริษัท เอลัช (ประเทศไทย) จำกัด จัดเป็นบริษัทเอกชนจีนขนาดใหญ่ที่เข้ามาตั้งบริษัทส่งออก ถือหุ้นใหญ่โดยบริษัท อาร์ทลิช อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด สัญชาติหมู่เกาะเวอร์จิน (อังกฤษ) ถือหุ้นอยู่ถึง 99.9960% เข้ามาทำตลาดส่งออกมันเส้น และครองอันดับ 1 ของผู้ส่งออกไทยมานานนับ 10 ปี แต่ภายหลังบริษัทนี้และกรรมการบริษัทถูกสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดกรณีการขาย
นางสุรีย์ ยอดประจง นายกสมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย เปิดเผยว่า 3 สมาคม ได้แก่ สมาคมการค้า มันสำปะหลัง สมาคมโรงงานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง และสมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลัง ภาค ตะวันออกเฉียงเหนือ ได้หารือและเห็นตรงกันว่ารัฐบาลควรเร่งแก้ไขปัญหาราคามันสำปะหลังตกต่ำใน ขณะนี้ โดยจะเสนอกระทรวงพาณิชย์และรัฐบาลให้ชดเชยเงินให้เกษตรกรที่ขาดทุนในฤดูกาลที่แล้วเช่นเดียวกับข้าว อัตราไร่ละ 1,000 บาท เพื่อลดปัญหาการเร่งขุดหัวมันสดออกสู่ตลาดพร้อมกันในช่วง 2 เดือนจากนี้ นอกจากนี้ เสนอให้ภาครัฐต้องเข้มงวดการนำเข้ามันสำปะหลังจากประเทศเพื่อนบ้านโดยให้ทำตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด และกำหนดให้นำเข้าได้เฉพาะด่านถาวร หรืออาจจะใช้วิธีกำหนดโควตาการ นำเข้า “ขณะนี้ราคามันสำปะหลัง กิโลกรัมละ1.30 บาท จากลดลงจากกิโลกรัมละ 2 บาท จากช่วงเดือนพฤษภาคม 2559 ประกอบกับเกษตรกรประสบปัญหาขาดทุนมา 2 ฤดูกาลผลิตตั้งแต่ปี2557/58 จากผลกระทบภัยแล้งและผลผลิตมันไม่ได้คุณภาพตามความต้องการตลาด จึงเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ไข “นางสุรีย์ กล่าว http://www.matichon.co.th/news/293796
