มันเทศ
การปลูกมันเทศในเชิงพาณิชย์จะให้ประสบความสำเร็จไม่ใช่เรื่องง่าย เกษตรกรผู้ปลูกจะต้องมีความรู้ มีการวางแผนและการจัดการที่ดี รวมถึงมีเทคนิคและการดูแลเฉพาะในแต่ละฤดูปลูกอีกด้วย เพื่อให้การปลูกมันเทศบรรลุเป้าหมายสูงสุด คือ “ให้ผลผลิตต่อไร่สูงสุด ได้หัวมันที่มีคุณภาพดี ปลอดภัยต่อผู้บริโภค มีต้นทุนในการผลิตต่ำ และขายได้ราคา” “สวนคุณลี” อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร ได้คลุกคลีกับการปลูกมันเทศมานานกว่า 10 ปี โดยสายพันธุ์ที่นำมาปลูกล้วนแต่เป็นสายพันธุ์ที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ อาทิ มันเทศเนื้อสีม่วงโอกินาวา จากญี่ปุ่น, มันเทศเนื้อสีเหลืองเบนิฮารุกะ จากญี่ปุ่น (มันหวานญี่ปุ่น), มันเทศเนื้อสีส้ม จากญี่ปุ่น, มันเทศเนื้อสีเหลือง จากไต้หวัน, มันเทศเนื้อสีเหลือง จากเกาหลีใต้ 5 สายพันธุ์ และมันเทศเนื้อสีม่วง จากสวนคุณลี (ที่ได้จากการผสมพันธุ์ตามธรรมชาติในแปลงปลูก ซึ่งมีรสชาติหวาน เนื้อละเอียดเนียน หัวใหญ่ อายุการเก็บเกี่ยวสั้น เพียง 90-100 วัน เท่านั้น) การปลูกมันเทศให้ลงหัวได้ดีนั้น ปัจจัยที่ไม่ควรมองข้ามก็คือ เรื่องของโครงสร้างของดิน ถึงแม้ว่ามันเทศจะสามารถปลูกได้ในดินเกือบทุกชนิด แต่ดินร่วนปนทรายมีคว
“คุริ โคกาเนะ” มันหวานญี่ปุ่นสีขาว สายพันธุ์จากจังหวัดคาโกชิมา มีลักษณะเฉพาะคือ เนื้อข้างในเมื่อสุกมีสีเหลืองสวย เปลือกสีครีม เนื้อฉ่ำหวาน เหนียวหนึบ ไม่มีเสี้ยน อิ่มเร็ว เเละอยู่ท้อง เหมาะอย่างมากสำหรับใครที่กำลังควบคุมหรือลดน้ำหนัก คุณเทวินทร์ จันทวงค์ หรือ คุณเท เจ้าของสวนนายเท มันหวานญี่ปุ่น ปากน้ำปราณ ที่อยู่ 523 หมู่ที่ 4 ตำบลปากน้ำปราณ อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เกษตรกรรุ่นใหม่ไฟแรง ปรับเปลี่ยนพื้นที่ปลูกถั่วลิสงและมันเทศพันธุ์ไทย หันมาปลูกมันเทศสายพันธุ์ญี่ปุ่นแทน ด้วยเหตุผลทางด้านราคา ประกอบกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ส่วนใหญ่หันมานิยมบริโภคมันหวานญี่ปุ่นกันมากขึ้น เพราะรสชาติที่หวานฉ่ำ ทานอร่อย ทำให้เป็นที่ต้องการของตลาด และขายได้ราคาดีกว่ามันเทศพันธุ์ดั้งเดิมของไทย คุณเท เล่าให้ฟังว่า ก่อนหน้าที่จะหันมาปลูกมันเทศญี่ปุ่น หรือที่หลายคนเรียกว่า มันหวานญี่ปุ่น ที่สวนปลูกถั่วลิสงกับปลูกมันเทศพันธุ์ไทยมาก่อน แต่ด้วยสถานการณ์ช่วงหลังมานี้ประสบปัญหาด้านราคา จึงคิดที่จะหาพืชอย่างอื่นมาปลูกทดแทนพืชเดิมที่ขายได้ราคาไม่ดีเท่าที่ควร แต่ก็ยังไม่อยากทิ้งการปลูกมันที่มีควา
มันเทศ 3 สี แสนอร่อย มากประโยชน์ มันเทศถือเป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรตที่สำคัญอันดับ 5 ของโลก รองจากข้าวสาลี ข้าวเจ้า ข้าวโพด และมันฝรั่ง ในโลกของอาหารเพื่อสุขภาพ “มันเทศ 3 สี” ได้กลายเป็นหนึ่งในวัตถุดิบที่มีความน่าสนใจและได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่แค่รสชาติหวานนุ่มที่อร่อยเท่านั้น แต่สีสันของมันเทศก็ยังทำให้เมนูอาหารของคุณน่ารับประทานมากขึ้นด้วย ซึ่งสีสันที่โดดเด่นของมันเทศ 3 สี คือ สีส้ม สีม่วง และสีเหลือง ซึ่งแต่ละสีก็มาพร้อมกับคุณประโยชน์ที่ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว! 🍠มันเทศสีเหลือง ความอร่อยที่มาพร้อมกับพลังงาน เป็นแหล่งพลังงานที่ดี และมีไฟเบอร์สูง ซึ่งช่วยในการย่อยอาหารและเสริมสร้างสุขภาพลำไส้ เนื้อสัมผัสของมันเทศสีเหลืองจะค่อนข้างแน่นและมีรสชาติหวานเบาๆ ทำให้มันเทศชนิดนี้เป็นที่นิยมในการนำไปทำเมนูต้ม นึ่ง หรือแม้แต่บดเป็นเครื่องเคียงในมื้ออาหารที่หลากหลาย 🍠มันเทศสีส้ม แหล่งวิตามิน A และบำรุงสายตา อุดมไปด้วยสาร เบต้าแคโรทีน ซึ่งเป็นสารสำคัญที่ช่วยในกระบวนการผลิตวิตามิน A ที่ดีต่อดวงตาและผิวพรรณ การรับประทานมันเทศสีส้มจะช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย นอกจากนี้ยังม
“หลายคนสงสัย และตั้งคำถามกับผมว่า ทำไม ถึงเลือกปลูกมันเทศ แล้วในอนาคตตลาดจะเป็นไปในรูปแบบไหน ตลาดจะตันไหม ตอบได้เลยว่า ตลาดมันเทศยังไปได้อีกไกล เพราะหากทุกคนได้ลองสืบค้นประวัติมันเทศดูแล้ว จะพบว่า ประเทศไทยมีการใช้ประโยชน์จากมันเทศมายาวนาน ตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบันก็ยังใช้ มิหนำซ้ำความต้องการยังมี และจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สิ่งเหล่านี้จึงกลายเป็นการจุดประกายความคิดที่ว่า เวลาผมจะเลือกปลูกอะไรก็ตาม เราต้องเลือกปลูกสิ่งที่ตลาดต้องการ เป็นอะไรที่มีอยู่มานานแล้ว มีการใช้อย่างต่อเนื่อง และ สามารถแปรรูปเป็นอย่างอื่นได้ เพราะฉะนั้น อนาคตผมเชื่อเหลือเกินว่า มันเทศจะยังมีอนาคตที่สดใสไปอีกนาน ถ้าทุกคนรู้จักปลูก รู้จักขาย และควบคุมปัจจัยการผลิต ดีมานด์ ซัพพลายได้” คุณวิวัฒน์ ศรีกระสัง หรือ พี่ติ๊ก ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์เมืองย่าโม อยู่บ้านเลขที่ 139 หมู่ที่ 10 ตำบลเสิงสาง อำเภอเสิงสาง จังหวัดนครราชสีมา อดีตคนทำงานสื่อสู่การเป็นเกษตรกรปลูกมันหวานมืออาชีพ สร้างอาณาจักรมันหวานครบวงจร ทั้งปลูก-แปรรูป รวมถึงทำการตลาดเอง จนสามารถสร้างความมั่นคง มั่งคั่ง ให้กับครอบครัวได้กว่าเดือนละกว่าหลักแสนถึงหลักล้านบาท พี
ปัญหาเดียวที่แก้ไม่ตกของเกษตรกรไทย คือ ภัยจากธรรมชาติ อาทิ ภัยแล้งและน้ำท่วม ซึ่งเกษตรกรที่ทำนาในหลายพื้นที่ ได้เลิกทำนาปรัง แล้วหันมาปลูกพืชน้ำน้อยทดแทน บางรายมีรายได้มากกว่าปลูกข้าวเสียอีก เช่นเดียวกับคุณนงลักษณ์ สิงห์แอ้ซ์ เกษตรกรจังหวัดพิจิตร วัย 65 ปี หันมาปลูกมันญี่ปุ่น และมันเทศอีกหลายๆ สายพันธุ์ สลับกับทำนาปรัง ซึ่งมันญี่ปุ่นใช้น้ำน้อย สู้ภัยแล้งได้ดี ทำเงินได้ทั้งปี คุณนงลักษณ์ เผยว่า เป็นเกษตรกรปลูกข้าวมาตลอดทั้งชีวิต เดิมทำนาปี ปลูกข้าวหอมมะลิ พื้นที่ 36 ไร่ กระทั่งประสบปัญหาภัยแล้งน้ำน้อย เคยแก้ปัญหาด้วยวิธีไปซื้อน้ำบาดาล ระยะหลังสู้ราคาไม่ไหว เลยปรับมาเป็นนาปรัง และปลูกมันญี่ปุ่นเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ลักษณะเป็นการปลูกสลับกับการทำนาข้าว สำหรับจุดเริ่มต้นที่คุณนงลักษณ์คิดอยากปลูกมันญี่ปุ่น เธอบอกว่า น้องสาวกลับจากประเทศญี่ปุ่น โดยซื้อมันญี่ปุ่นมาด้วย 5 กิโลกรัม ในราคา 600 บาท จึงทดลองปลูก เพราะขายได้ราคาดี ใช้ระยะเวลาปลูกไม่นานมากเพียง 95 วันเท่านั้น หนที่สุด เลยทดลองปลูก “ช่วงเดือนพฤศจิกายนเป็นช่วงที่เก็บเกี่ยวข้าวหอมมะลิ เมื่อเก็บเกี่ยวข้าวแล้ว จะเตรียมแปลง เพื่อลงมันญี่ปุ่น
เริ่มต้นทำอาชีพเสริมจากสิ่งที่รัก ทำได้ไม่ยากอย่างที่คิด คุณจารุพิชญา อุปัญ อยู่บ้านเลขที่ 66 หมู่ที่ 12 บ้านนาโด่ ตำบลนาโสก อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร อีกหนึ่งหญิงแกร่ง ควบคนเดียว 2 อาชีพ โดยอาชีพหลักมีบทบาทเป็นแม่พิมพ์ของชาติ และวันว่างจะสวมบทบาทเป็นเกษตรกรสาว ซึ่งผู้เขียนหวังว่าเรื่องราวของหญิงแกร่งท่านนี้น่าจะไปโดนใจใครหลายคนที่กำลังมองหาอาชีพเสริมอยู่ แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มจากอะไรก่อน จึงอยากที่จะให้บทความนี้เป็นแนวทางให้กับทุกท่านในการหาอาชีพเสริมได้ไม่มากก็น้อย คุณจารุพิชญา อุปัญ เล่าถึงจุดเริ่มต้นการทำเกษตรว่า ปัจจุบันมีอาชีพเป็นคุณครูอัตราจ้าง อยู่ที่โรงเรียนในจังหวัดมุกดาหาร ส่วนการเริ่มต้นทำเกษตรเป็นอาชีพเสริมนั้น เนื่องจากพอมีความรู้พื้นฐานด้านการเกษตรอยู่บ้าง เพราะเรียนจบปริญญาตรี คณะเกษตรศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี จึงนำเอาวิชาความรู้ตรงนี้มาทำอาชีพเสริม รวมถึงได้มีการถ่ายทอดองค์ความรู้เหล่านี้ไปสู่เด็กๆ ที่สอนอยู่ด้วย เริ่มต้นปลูกจากพื้นที่เล็กๆ เพื่อศึกษา ให้เข้าใจลักษณะของแต่ละสายพันธุ์ เจ้าของบอกว่า อาชีพเสริมการปลูกมันหวานนี้ เริ่มจากการที่ตนนั้นมีความชื่นช
เชื่อหรือไม่ ประเทศไทยได้ชื่อว่าปลูกข้าวมากที่สุดในโลก แต่คนไทยกิน ”ข้าว” น้อยที่สุดในโลก เพื่อนบ้านในภูมิภาคอาเซียนบริโภคข้าวเฉลี่ยต่อคนต่อปีอยู่ที่ 200 กิโลกรัมต่อปี พม่าเป็นประเทศบริโภคข้าวสูงสุดในอาเซียนและในโลก ตามด้วย ลาว เวียดนาม เขมร บังกลาเทศ อินโดนีเซีย ในช่วง 10 ปีก่อนคนไทยเคยกินข้าวเฉลี่ย 190 กิโลกรัมต่อคนต่อปี แต่ตอนนี้คนไทยกินข้าวน้อยลงแค่ 106 กิโลกรัมต่อคนต่อปีเท่านั้น อัตราการบริโภคข้าวของคนไทย มีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ ส่วนหนึ่งเกิดจากกระแสวัฒนธรรมที่เปลี่ยนแปลงไป คนไทยรุ่นใหม่หันมาบริโภคฟาสต์ฟูดมากขึ้น นอกจากนี้ วัยรุ่นจำนวนไม่น้อยที่ไม่ชอบกินข้าวเพราะกลัวอ้วน หลายคนอาจได้ฟังข่าว นางแบบชื่อดังคนหนึ่งป่วยหนักเพราะไม่ได้กินข้าวหรือแป้งเลยทำให้ร่างกายเกิดภาวะความเป็นกรดจากการใช้ไขมันเป็นแหล่งของพลังงานมากเกินไป เกิดความไม่สมดุลทั่วร่างกาย เพราะคาร์โบไฮเดรต มีความสำคัญมากต่อร่างกายโดยเฉพาะอวัยวะในส่วนสมองและเม็ดเลือดแดง ต้องการพลังงานสำคัญ คือ น้ำตาลกลูโคส ที่มาจากการย่อยสลายคาร์โบไฮเดรตนั่นเอง ขออ้างอิงผลวิจัยของ ผศ.วันทนีย์ เกรียงสินยศ แห่งสถาบันโภชนาการมหิ
เป็นที่ทราบกันทั่วไปว่า ในปัจจุบันนี้สาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นประเทศที่ปลูกมันเทศและมีการส่งออกมากที่สุดในโลก เมื่อย้อนกลับไปสู่ประวัติศาสตร์ความเป็นมาของการปลูกมันเทศของจีนทราบว่า ได้มีพ่อค้าฝรั่งนำพันธุ์มันเทศมาปลูกในสมัยราชวงศ์ชิง ตั้งแต่ศตวรรษที่ 16-17 หรือประมาณ 300-400 ปี ที่ผ่านมา และในช่วงเวลานั้น มันเทศ นับเป็นอาหารหลักของคนจีนที่ยากจนและมีพื้นที่ปลูกมากทางตอนใต้ของประเทศจีน ปัจจุบัน มันเทศ ได้รับการพัฒนาสายพันธุ์ก้าวหน้าไปมากและมีการขยายพื้นที่ปลูกในหลายประเทศทั่วโลกและมันเทศไม่ใช่พืชหัวของคนยากจนอีกต่อไป นอกจากสาธารณรัฐประชาชนจีนแล้ว ประเทศที่มีความก้าวหน้าในการพัฒนาสายพันธุ์มันเทศจนเป็นพืชหัวที่มีราคาแพงกว่าผลไม้หลายชนิด ได้แก่ ญี่ปุ่น ไต้หวัน และเกาหลีใต้ เป็นต้น แต่สำหรับคนไทยจะรู้จักมันเทศจากประเทศญี่ปุ่นที่มีการนำเข้ามาขายในห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ ในกรุงเทพมหานคร ในราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละไม่ต่ำกว่า 100 บาท โดยเรียกกันคุ้นปากว่า มันหวานญี่ปุ่น ที่มีเนื้อสีเหลือง ในการปลูกมันเทศได้มีการจัดแบ่งกลุ่มมันเทศออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ คือ กลุ่มเพื่อการบริโภคสด ลักษณะเด่นของมันเทศในกลุ่มนี้เน
การปลูกมันเทศในเชิงพาณิชย์จะให้ประสบความสำเร็จไม่ใช่เรื่องง่าย เกษตรกรผู้ปลูกจะต้องมีความรู้ มีการวางแผนและการจัดการที่ดี รวมถึงมีเทคนิคและการดูแลเฉพาะในแต่ละฤดูปลูกอีกด้วย เพื่อให้การปลูกมันเทศบรรลุเป้าหมายสูงสุด คือ “ให้ผลผลิตต่อไร่สูงสุด ได้หัวมันที่มีคุณภาพดี ปลอดภัยต่อผู้บริโภค มีต้นทุนในการผลิตต่ำ และขายได้ราคา” “สวนคุณลี” อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร โทร. (081) 901-3760, (081) 886-7398 ได้คลุกคลีกับการปลูกมันเทศมานานประมาณ 10 ปี โดยสายพันธุ์ที่นำมาปลูกล้วนแต่เป็นสายพันธุ์ที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ อาทิ มันเทศเนื้อสีม่วงโอกินาวา จากญี่ปุ่น, มันเทศเนื้อสีเหลืองเบนิฮารุกะ จากญี่ปุ่น (มันหวานญี่ปุ่น), มันเทศเนื้อสีส้ม จากญี่ปุ่น, มันเทศเนื้อสีเหลือง จากไต้หวัน, มันเทศเนื้อสีเหลือง จากเกาหลีใต้ 5 สายพันธุ์ และมันเทศเนื้อสีม่วงสายพันธุ์ใหม่ล่าสุดจากสวนคุณลี (ที่ได้จากการผสมพันธุ์ตามธรรมชาติในแปลงปลูก ซึ่งมีรสชาติหวาน เนื้อละเอียดเนียน หัวใหญ่ อายุการเก็บเกี่ยวสั้น เพียง 90-100 วัน เท่านั้น) การปลูกมันเทศให้ลงหัวได้ดีนั้น ปัจจัยที่ไม่ควรมองข้ามก็คือ เรื่องของโครงสร้างของดิน ถึงแม้ว่ามันเทศจะ
