มันเทศญี่ปุ่น
สมัยก่อนปัญหาใหญ่ของเกษตรชาวไทยคือการปลูกผักหรือผลไม้แบบเดียวทั้งสวนหรือการปลูกพืชเชิงเดี่ยว ทำให้รายได้ไม่ทันใช้ในแต่ละปี เพราะผักและผลไม้ส่วนใหญ่จะให้ผลผลิตตามฤดูกาลเท่านั้น ปัจจุบันการปลูกผักและผลไม้แบบผสมผสาน จึงเป็นทางเลือกที่ดีในการบริหารจัดการสวนของเกษตรกรให้รายได้ตลอดทั้งปี ยกตัวอย่างเช่น คุณเสมอ การินทร์ เกษตรกรชาวอำเภอห้วยกระเจา จังหวัดกาญจนบุรี ผู้ที่ปลูกผักและผลไม้แบบหมุนเวียน โดยจุดเด่นของสวนมีทั้งมันเทศญี่ปุ่นม่วงเพอเพิ้ลสวีทโรส เนื้อสีม่วง สายพันธุ์คุริโอกาเนะเนื้อสีขาวและสายพันธุ์ส้มโอกินาวา เมล่อนสายพันธุ์พอทออเร้นจ์ ที่มีลักษณะผิวตาข่าย ในเนื้อสีส้ม กลิ่นหอมสดชื่น กล้วยหอมทอง และผักอื่นๆ มากมาย “เมื่อก่อนปลูกอ้อย ปลูกมันสำปะหลัง ปลูกพืชเชิงเดี่ยว แล้วไม่ประสบความสำเร็จ เลยหันมาปลูกพืชผสมผสานเพราะให้ผลตอบแทนดีกว่า” คุณเสมอ บอกด้วยว่า เมล็ดพันธุ์ผลไม้เหล่านี้ หาได้จากท้องตลาดทั่วไป นำมาปลูกที่ดิน ส.ป.ก. (สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม) ที่แบ่งพื้นที่ให้เกษตรกรหลายรายทำกิน ทั้งหมด 50 ไร่ ในจำนวนนี้ มีแหล่งน้ำใช้สำหรับการเกษตร 4 ไร่ ทำให้มีพื้นที่เยอะและสามารถแบ
มีเกษตรกรหลายรายต้องการทราบถึงวิธีการเตรียมกิ่งพันธุ์มันหวาน (มันเทศหวานจากต่างประเทศ) ด้วยตัวเอง เนื่องจากติดใจในรสชาติของมันหวานที่ซื้อไปจากห้างซุปเปอร์มาร์เก็ต ที่เมื่อนำไปต้มรับประทานแล้วไม่ต้องจิ้มน้ำตาลทรายก็มีรสหวานอร่อย อีกทั้งสีสันก็เหลืองหรือมีสีเหลืองเข้ม (สีส้ม) สวยงาม แถมราคายังน่าจูงใจให้ปลูกอีกด้วย (ราคาที่ห้างขาย คือ กิโลกรัมละ 89 บาท) ผู้เขียนเองไม่เคยปลูกมันเทศเป็นแปลงขนาดใหญ่ หากแต่มีน้องสาวและน้องเขยปลูกมันเทศอยู่ที่อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นอาชีพ ราคามันเทศที่ขายได้ต้องขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่เหมาะสม เพราะมันเทศมีปลูกกันอยู่หลายแหล่ง เช่น แถวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อ่างทอง และสุพรรณบุรี ราคาที่ขายได้ก็มีตั้งแต่กิโลกรัมละ 6 บาท ไปจนถึง 13 บาท เนื่องจากการเพาะปลูกมันเทศต้องใช้จ่ายเป็นค่าปุ๋ยและสารเคมีป้องกันและกำจัดแมลงค่อนข้างสูง ว่ากันว่า ในพื้นที่เพาะปลูก 1 ไร่ ต้องใช้ต้นทุนสูงเป็นเลขถึง 6 หลัก เลยทีเดียว สำหรับเรื่องการเตรียมกิ่งพันธุ์มันหวานนั้น ผู้เขียนเชื่อว่า เกษตรกรน่าจะพอพึ่งตนเองได้ หากเราหาหัวพันธุ์มันหวานได้ ก็สามารถนำมาฝังดินเพื่อสร้างกิ่งพ
เป็นผู้หญิงเก่งอีกคนของภาคอีสาน ที่มีรางวัลการันตีมากมาย ล่าสุด คุณพิมพา มุ่งงาม วัย 53 ปี เกษตรกรจากบ้านดวน อำเภอน้ำอ้อม จังหวัดยโสธร เจ้าของ “สวนพ่อพอเพียง” ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติจากสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ เป็นครูภูมิปัญญาไทย รุ่นที่ 9 ด้านเกษตรกรรม (ข้าวหอมมะลิอินทรีย์) ประจำปี 2561 ขณะที่ก่อนหน้านี้ ปี 2558 คุณพิมพา มุ่งงาม ได้รับรางวัล “คนดีศรีเมืองยศ” สาขาส่งเสริมองค์กรชุมชนเข้มแข็ง จากผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร และในปีเดียวกันยังได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติ “ปราชญ์ชาวบ้านดีเด่น ด้านเกษตรกรรม” จากสำนักงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดยโสธร เปิดสวนพ่อพอเพียง เป็นศูนย์เรียนรู้ สาเหตุที่ คุณพิมพา ได้รับรางวัลเหล่านี้ เพราะนอกจากเจ้าตัวจะทำเกษตรอินทรีย์จากการลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง ตั้งแต่ปี 2540 จนประสบความสำเร็จแล้ว ยังได้เผื่อแผ่ความรู้และถ่ายทอดประสบการณ์ตรงส่งต่อไปถึงเกษตรกรในพื้นที่และผู้คนที่สนใจทั่วไปด้วย โดยใช้ “สวนพ่อพอเพียง” ในเนื้อที่ 4 ไร่ 2 งาน เป็นศูนย์เรียนรู้ด้านเกษตรอินทรีย์ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาท
ปัจจุบันการปลูกผักและผลไม้แบบผสมผสานนั้นเป็นทางเลือกที่ดีในการบริหารจัดการสวนของเกษตรกรให้รายได้ตลอดทั้งปี โดยสมัยก่อนปัญหาใหญ่ของเกษตรชาวไทยคือการปลูกผักหรือผลไม้แบบเดียวทั้งสวนหรือการปลูกพืชเชิงเดี่ยว ทำให้รายได้ไม่ทันใช้ในแต่ละปี เพราะผักและผลไม้ส่วนใหญ่จะให้ผลผลิตตามฤดูกาลเท่านั้น คุณเสมอ การินทร์ เกษตรกรชาวอำเภอห้วยกระเจา จังหวัดกาญจนบุรี ผู้ที่ปลูกผักและผลไม้แบบหมุนเวียน โดยจุดเด่นของสวนมีทั้งมันเทศญี่ปุ่นม่วงเพอเพิ้ลสวีทโรส เนื้อสีม่วง สายพันธุ์คุริโอกาเนะเนื้อสีขาวและสายพันธุ์ส้มโอกินาวา เมล่อนสายพันธุ์พอทออเร้นจ์ ที่มีลักษณะผิวตาข่าย ในเนื้อสีส้ม กลิ่นหอมสดชื่น กล้วยหอมทอง และผักอื่นๆ มากมาย “เมื่อก่อนปลูกอ้อย ปลูกมันสำปะหลัง ปลูกพืชเชิงเดี่ยว แล้วไม่ประสบความสำเร็จ เลยหันมาปลูกพืชผสมผสานเพราะให้ผลตอบแทนดีกว่า” คุณเสมอ บอกด้วยว่า เมล็ดพันธุ์ผลไม้เหล่านี้ หาได้จากท้องตลาดทั่วไป นำมาปลูกที่ดิน ส.ป.ก. (สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม) ที่แบ่งพื้นที่ให้เกษตรกรหลายรายทำกิน ทั้งหมด 50 ไร่ ในจำนวนนี้ มีแหล่งน้ำใช้สำหรับการเกษตร 4 ไร่ ทำให้มีพื้นที่เยอะและสามารถแบ่งพืชปลูกได้
เริ่มต้นทำอาชีพเสริมจากสิ่งที่รัก ทำได้ไม่ยากอย่างที่คิด คุณจารุพิชญา อุปัญ อยู่บ้านเลขที่ 66 หมู่ที่ 12 บ้านนาโด่ ตำบลนาโสก อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร อีกหนึ่งหญิงแกร่ง ควบคนเดียว 2 อาชีพ โดยอาชีพหลักมีบทบาทเป็นแม่พิมพ์ของชาติ และวันว่างจะสวมบทบาทเป็นเกษตรกรสาว ซึ่งผู้เขียนหวังว่าเรื่องราวของหญิงแกร่งท่านนี้น่าจะไปโดนใจใครหลายคนที่กำลังมองหาอาชีพเสริมอยู่ แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มจากอะไรก่อน จึงอยากที่จะให้บทความนี้เป็นแนวทางให้กับทุกท่านในการหาอาชีพเสริมได้ไม่มากก็น้อย คุณจารุพิชญา อุปัญ เล่าถึงจุดเริ่มต้นการทำเกษตรว่า ปัจจุบันมีอาชีพเป็นคุณครูอัตราจ้าง อยู่ที่โรงเรียนในจังหวัดมุกดาหาร ส่วนการเริ่มต้นทำเกษตรเป็นอาชีพเสริมนั้น เนื่องจากพอมีความรู้พื้นฐานด้านการเกษตรอยู่บ้าง เพราะเรียนจบปริญญาตรี คณะเกษตรศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี จึงนำเอาวิชาความรู้ตรงนี้มาทำอาชีพเสริม รวมถึงได้มีการถ่ายทอดองค์ความรู้เหล่านี้ไปสู่เด็กๆ ที่สอนอยู่ด้วย เริ่มต้นปลูกจากพื้นที่เล็กๆ เพื่อศึกษา ให้เข้าใจลักษณะของแต่ละสายพันธุ์ เจ้าของบอกว่า อาชีพเสริมการปลูกมันหวานนี้ เริ่มจากการที่ตนนั้นมีความชื่นช
เป็นที่ทราบกันทั่วไปว่า ในปัจจุบันนี้สาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นประเทศที่ปลูกมันเทศและมีการส่งออกมากที่สุดในโลก เมื่อย้อนกลับไปสู่ประวัติศาสตร์ความเป็นมาของการปลูกมันเทศของจีนทราบว่า ได้มีพ่อค้าฝรั่งนำพันธุ์มันเทศมาปลูกในสมัยราชวงศ์ชิง ตั้งแต่ศตวรรษที่ 16-17 หรือประมาณ 300-400 ปี ที่ผ่านมา และในช่วงเวลานั้น มันเทศ นับเป็นอาหารหลักของคนจีนที่ยากจนและมีพื้นที่ปลูกมากทางตอนใต้ของประเทศจีน ปัจจุบัน มันเทศ ได้รับการพัฒนาสายพันธุ์ก้าวหน้าไปมากและมีการขยายพื้นที่ปลูกในหลายประเทศทั่วโลกและมันเทศไม่ใช่พืชหัวของคนยากจนอีกต่อไป นอกจากสาธารณรัฐประชาชนจีนแล้ว ประเทศที่มีความก้าวหน้าในการพัฒนาสายพันธุ์มันเทศจนเป็นพืชหัวที่มีราคาแพงกว่าผลไม้หลายชนิด ได้แก่ ญี่ปุ่น ไต้หวัน และเกาหลีใต้ เป็นต้น แต่สำหรับคนไทยจะรู้จักมันเทศจากประเทศญี่ปุ่นที่มีการนำเข้ามาขายในห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ ในกรุงเทพมหานคร ในราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละไม่ต่ำกว่า 100 บาท โดยเรียกกันคุ้นปากว่า มันหวานญี่ปุ่น ที่มีเนื้อสีเหลือง ในการปลูกมันเทศได้มีการจัดแบ่งกลุ่มมันเทศออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ คือ กลุ่มเพื่อการบริโภคสด ลักษณะเด่นของมันเทศในกลุ่มนี้เน
สนใจข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ ทิดโส โม้ระเบิด โทร.099-254-6542
สายพันธุ์ “เบนิฮารุกะ” นำมาจากเมืองอุชุกิ จังหวัดโออิตะ ประเทศญี่ปุ่น เป็นมันเทศเนื้อสีเหลือง ที่มีรสชาติอร่อยที่สุดพันธุ์หนึ่ง หวานจัด เนื้อเนียน เปลือกบาง มีการนำเข้ามาขายที่ห้างสรรพสินค้าใหญ่ในบ้านเรา ในราคากิโลกรัมละ 1,300 บาท สนใจยอดพันธุ์ ติดต่อได้ที่ สวนคุณลี ทางข้อความหรือไอดี line LEEFARM2
