มันเทศดาหลา
LATEST NEWS
สมาคมกุ้งไทยผนึกพันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้ง เข้าพบ “ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” วอนระดมองค์ความรู้เร่งแก้ปัญหากุ้งไทยตกบัลลังก์แชมป์โลก หลังเผชิญปัญหาโรคระบาดเรื้อรัง 10 ปี ฉุดผลผลิตตกต่ำเหลือ 2.5 แสนตัน หวังวางแนวทางแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบฟื้นอุตสาหกรรมกุ้งอีกครั้ง เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2569 นายเอกพจน์ ยอดพินิจ นายกสมาคมกุ้งไทย พร้อมด้วยนายอภิชิต วรกิจ เลขาธิการพันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทย และเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง เข้าพบ ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และคณะทำงาน เพื่อชี้แจงปัญหาในอุตสาหกรรมกุ้งไทยที่เรื้อรังมากว่า 10 ปี พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาเพื่อฟื้นอุตสาหกรรม ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตสงขลา ก่อนการประชุม ครม. สัญจร ครั้งที่ 1/2569 นายเอกพจน์ ชี้ให้เห็นวิกฤตกุ้งไทย ที่กำลังเผชิญ ได้แก่ ผลผลิตกุ้งไม่เพียงพอ ทำให้ไทยสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน ส่วนแบ่งในตลาดโลกลดลงจนตกจากแชมป์มากอยู่อันดับ 7 ในห่วงโซ่อุตสาหกรรมกุ้งโลกใ
บริษัท ซีพีแรม จำกัด (CPRAM) ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารพร้อมรับประทาน เดินหน้าสานต่อโครงการ “ซีพีแรม ปันสุข” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 ร่วมส่งมอบอาหารคุณภาพ น้ำดื่มสะอาด และสิ่งของจำเป็นแก่นักเรียน และชาวบ้าน รวมถึงกลุ่มเปราะบางกว่า 100 ครัวเรือน พร้อมร่วมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ในพื้นที่อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี สะท้อนความมุ่งมั่นในการส่งต่อความสุขผ่านอาหารคุณภาพ ควบคู่กับการสร้างคุณค่าร่วมกับสังคมอย่างยั่งยืน โครงการ“ซีพีแรม ปันสุข”ปีที่ 7 ในครั้งนี้ เป็นการส่งมอบอาหารกลางวันแก่น้อง ๆ นักเรียนโรงเรียนวัดประชาวงศาราม อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อส่งมอบมื้ออาหารพร้อมรับประทานอร่อยคุณภาพ ปลอดภัย และเปี่ยมด้วยคุณค่าทางโภชนาการอย่างครบถ้วน ตลอดจนการลงพื้นที่ส่งมอบอาหารพร้อมรับประทานคุณภาพ น้ำดื่มสะอาด และสิ่งของจำเป็นแก่ชาวบ้านในพื้นที่อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานีและกลุ่มเปราะบางในชุมชนใกล้เคียง นอกจากนี้ พนักงานจิตอาสาซีพีแรม ผนึกกำลังกับชุมชน และส่วนราชการในพื้นที่ ร่วมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ อาทิ ทำความสะอาด ปรับปรุงภูมิทัศน์ ซ่อมแซมสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโรงเรียน แ
ปัญหาหมอกควันและฝุ่น PM 2.5 จากการเผาเศษวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรในภาคเหนือ กำลังถูกยกระดับจากมาตรการรณรงค์ “งดเผา” ไปสู่โมเดลเศรษฐกิจใหม่ที่ทำให้เกษตรกรเห็นผลตอบแทนเป็นรูปธรรม ผ่านการเปลี่ยนฟางข้าว ตอซัง และเศษวัสดุเหลือทิ้งให้กลายเป็นสินค้า พลังงานทดแทน และรายได้ใหม่ของชุมชน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จับมือกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อว. เดินหน้าโครงการ “เหนือสานสร้าง เลิกเผา เป๋าตุง” ปักหมุดจังหวัดเชียงรายเป็นพื้นที่ขยายผล พร้อมทำข้อตกลงรับซื้อเศษวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรจากภาคเอกชนแล้วกว่า 20 ล้านบาท ตั้งเป้าสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจรวมกว่า 3,000 ล้านบาทภายใน 5 ปี ขณะที่ ARDA ใช้งานวิจัยเปลี่ยนฟางข้าวเป็นชีวมวลอัดเม็ด ลดพื้นที่เผากว่า 2,000 ไร่ เพิ่มรายได้สุทธิเกษตรกรสูงสุด 49% และเชื่อมต่อสู่ตลาดอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด “ปิยะรัฐชย์” เปิดโครงการเชียงราย เปลี่ยนเศษวัสดุเกษตรเป็นรายได้ นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ ณ โรงเรียนภาษาจีนเล่าฟู่ ตำบลป่าตึง อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายก
หลายท่านคงเคยตั้งคำถาม และอยากรู้จัก ว่าพืชผักชนิดนี้มีดีอย่างไร? หลายคนยังไม่รู้จัก ก็อยากจะบอกว่า คนไทยเราเขารู้จักกันมานาน ถึงแม้ว่าจะมีคนบอกกล่าวว่าไม่ใช่พืชพื้นถิ่นของไทยก็ตามที แต่คนไทยเราเขาชอบมากๆ เป็นคนไทยนิยมกินอะไรที่เผ็ดร้อนอยู่แล้ว ผักชนิดนี้นิยมนำมาปรุงแต่งกลิ่นรสอาหาร โดยเฉพาะอาหารที่ต้องการดับกลิ่นคาว กลิ่นสาบของเนื้อสัตว์บางชนิด ที่ลำพังข่า ตะไคร้ เอาไม่อยู่ “กะเพราควาย” ชื่อดูดุดัน เรียกกันแถบภาคกลางเป็นส่วนใหญ่ ในถิ่นภาคเหนือ เรียก “จันทน์จ้อ” และชื่ออย่างเป็นทางการคือ “ยี่หร่า” กะเพราควาย มีชื่อสามัญว่า Shrubby Basil ชื่อวิทยาศาสตร์ Ocimmum gratissimum อยู่ในวงศ์กะเพรา LAMIACEAE เป็นพืชล้มลุก ประเภทพุ่ม อายุยืนกว่าปี ชอบขึ้นที่ดินสมบูรณ์ มีอินทรียวัตถุมาก น้ำดีพอสมควร แต่ก็ขึ้นได้ดีกับดินทุกชนิดเหมือนกัน ต้องการแสงแดดมากพอสมควร เนื่องจากเป็นพืชที่มีใบดก ใบใหญ่ แต่กิ่งก้านเล็ก กรอบ หักง่าย จึงไม่ทนทานต่อสภาพลมแรง ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด งอกงาม เจริญเติบโตเร็ว สามารถใช้ใบประกอบอาหาร และทุกส่วนใช้ประโยชน์เป็นยา ได้ตั้งแต่ต้นเล็กๆ อายุเดือนเศษๆ กลิ่นที่ไม่มีใครเหมือน ใช้เป็
