มันเทศดาหลา
LATEST NEWS
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) ผนึกกำลังจังหวัดปทุมธานี โชว์ภูมิปัญญาท้องถิ่นไทยเปิดพื้นที่พิพิธภัณฑ์บัวต้อนรับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ พร้อมคณะลงพื้นที่ศึกษาดูงานโอท็อปหวังแลกเปลี่ยนเรียนรู้และดันผลิตภัณฑ์ชุมชนสู่เวทีสากล ณ พิพิธภัณฑ์บัว มทร.ธัญบุรี อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ดร.สุทิศา จันทรบุตร รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี พร้อมด้วย นายคเชนทร์ชัย แพงจันทร์ พัฒนาการจังหวัดปทุมธานี ให้การต้อนรับ นายอามีร์ คาสรู มะห์มูด โชว์ดรูรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ พร้อมคณะผู้แทนจำนวน 20 คน ซึ่งเดินทางมาศึกษาดูงานโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์อย่างเป็นทางการ การเดินทางเยือนประเทศไทยของคณะผู้แทนจากบังกลาเทศเกิดขึ้นในช่วงการเข้าร่วมประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลกประจำปี 2569 โดยจังหวัดปทุมธานีได้ร่วมกับ มทร.ธัญบุรี ใช้พื้นที่บริเวณพิพิธภัณฑ์บัวเป็นสถานที่จัดกิจกรรมต้อนรับ เพื่อแสดงศักยภาพและแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญของจังหวัด บรรยากาศการศึกษาดูงานมีการนำเสนอวีดิทัศน์แนะ
กระแส “Global Taste” กำลังเปิดโลกของรสชาติให้ผู้บริโภคไทยได้ลองสินค้าและประสบการณ์ใหม่จากทั่วโลก ขณะเดียวกัน เทรนด์สุขภาพก็ทำให้การเลือกกินดื่มเปลี่ยนไป ผู้บริโภคจึงมองหาทั้งรสชาติ ความหลากหลาย และทางเลือกที่เข้ากับไลฟ์สไตล์มากขึ้น กลายเป็นโอกาสของแบรนด์ระดับโลกในการเข้าถึงตลาดไทยด้วยผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์มากกว่าเดิม บริษัท ซีพีเอฟ โกลบอล ฟู้ด โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CPFGS ในกลุ่มบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ จึงจับมือกับ Kraft Heinz (Kraft Foods Group Exports LLC) บริษัทอาหารและเครื่องดื่มจากสหรัฐอเมริกา ลงนาม MOU เพื่อศึกษาความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ โดยเริ่มจากการนำ 4 แบรนด์ ได้แก่ Crystal Light, MiO, A.1. Steak Sauce และ Bull’s-Eye BBQ Sauce เข้ามาทำตลาดในประเทศไทย เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภค ก่อนต่อยอดสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกัน และศึกษาการขยายตลาดไปยังเขตเศรษฐกิจในกลุ่มเอเชีย-แปซิฟิกที่ CPFGS มีฐานธุรกิจอยู่ พิธีลงนามจัดขึ้น ณ C.P. Tower 2 โดยมี นายสุจริต มัยลาภ กรรมการผู้จัดการอาวุโส และรักษาการกรรมการผู้จัดการธุรกิจการค้าในประเทศ บริษัท ซีพีเอฟ โกลบอล ฟู้
ในพื้นที่ตำบลหนึ่งที่ผู้คนกว่าร้อยละ 80 ประกอบอาชีพปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ การเกษตรคือวิถีชีวิตที่สืบทอดกันมานาน แต่ปัญหาหนึ่งที่อยู่คู่ไร่มาเสมอ คือกองซากซังข้าวโพด เศษไม้ และวัสดุเหลือทิ้งในแปลงที่ย่อยสลายยาก ชาวบ้านจึงทำอย่างที่ปู่ย่าตายายเคยทำ คือ “เผา” เพื่อเตรียมดินสำหรับการปลูกใหม่ในครั้งถัดไป จนวันที่แนวคิดใหม่เริ่มผลิบานขึ้นในใจของ คุณถนอม เขียวอ้อม ประธานวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ที่มองเห็นปัญหาที่ต้องเผชิญซ้ำแล้วซ้ำเล่า และตั้งคำถามกับตัวเองว่า “ทำไมของเสียที่ดูไร้ค่า จะกลายเป็นประโยชน์ไม่ได้?” เพราะทำให้ต้นทุนการไถกลบสูงขึ้น และบางครั้งกระทบถึงผลผลิตในรอบถัดไป สิ่งที่เคยคิดว่าเป็นเพียงเศษซาก จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการมองหาโอกาสใหม่ในกองของเหลือเหล่านั้น “พอมีแนวคิดว่าอยากจะเอาของเหลือที่ได้จากการปลูกข้าวโพดมาสร้างประโยชน์ให้ได้มากที่สุด ผมก็ได้ประสานให้ทางกรมส่งเสริมการเกษตรเข้ามาช่วย ทั้งในเรื่ององค์ความรู้และวัสดุอุปกรณ์ ต่อมาเกิดการเรียนรู้และสร้างเป็นผลิตภัณฑ์มีรายได้สู่ชุมชน” เมื่อของเสียกลายเป็นคุณค่า จุดเริ่มต้นของไบโอชาร์ คุณถนอม เล่าว่า สมาชิกในกลุ่ม
ตลาดโปรตีนจากพืชเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลกอย่างชัดเจน คนไทยไม่ควรมองข้าม “เทมเป้ (Tempeh)” เป็นโปรตีนทางเลือกจากพืชคือ ถั่วเหลือง ซึ่งเป็นสินค้าดาวรุ่ง Product Champion ที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูง เพราะเป็น “อาหารแห่งอนาคต” (Future Food) ที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด เป็นที่นิยมบริโภคในกลุ่มคนรักสุขภาพ กลุ่มมังสวิรัติและวีแกนที่ต้องการโปรตีนทางเลือกที่ไม่ใช่จากสัตว์ จับตา “เทมเป้ ” สินค้าดาวรุ่งในเวทีตลาดโลก ข้อมูล OECD-FAO Agricultural Outlook 2025-2034 ระบุว่า ผู้คนทั่วโลกที่รักสุขภาพและใส่ใจสิ่งแวดล้อม มีแนวโน้มหันมาบริโภคโปรตีนทางเลือกจากพืช Plant-Based อาหารแห่งอนาคต ที่มี Clean Label ตอบโจทย์ความยั่งยืนอย่างเต็มตัว เช่น เทมเป้ จากอาหารพื้นบ้านที่มีจุดแข็งด้านโภชนาการ สุขภาพ ในรูปแบบวัตถุดิบและอาหารพร้อมทาน (Ready-to-Eat) ได้ยกระดับสถานะในตลาดโลกผ่านมาตรฐานสากลคือ Regional Standard for Tempe (CXS 313R-2013) ของ Codex Alimentarius (FAO/WHO) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ประเมินว่า เทมเป้คือโอกาสของผู้ประกอบ
