มาตรการรับมือภัยแล้ง
นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ผลการปลูกพืชฤดูแล้งทั่วประเทศ 2 มี.ค.2565 มีการทำนารอบ 2 หรือนาปรังรอบที่ 1 จำนวน 7.40 ล้านไร่ สูงกว่าแผน 15.33% จากแผนการเพาะปลูก 6.41 ล้านไร่ ลุ่มเจ้าพระยา ทำนา 4.39 ล้านไร่ เกินแผน 56% จากแผนที่กำหนด 2.81 ล้านไร่ ภาคเหนือทำนา 0.75 ล้านไร่ เกินแผน 64.88% จากแผนที่กำหนดไว้ 0.45 ล้านไร่ ภาคตะวันออก ทำนา 0.51 ล้านไร่ เกินแผน 4.33% จากแผนที่กำหนดไว้ 0.49 ล้านไร่ ภาคอีสาน ทำนา 1.23 ล้านไร่ หรือ 89.07% ของแผนที่ 1.38 ล้านไร่ ภาคกลางทำนาตามแผนคือ 0.02 ล้านไร่ และภาคตะวันตกทำนา 0.51 ล้านไร่ หรือ 48.62% ของแผนที่ 1.04 ล้านไร่ แม้ภาพรวมของการปลูกข้าวนาปรังสูงกว่าแผนที่วางไว้ และขณะที่เริ่มมีการเก็บเกี่ยวแล้วจำนวน 0.51 ล้านไร่ ข้าวของชาวนาได้รับความเสียหายจากการขาดแคลนน้ำไม่มากนัก เพราะชาวนามีการใช้น้ำค้างทุ่ง และน้ำในแหล่งน้ำต้นทุนของตนเองเพื่อทำการเกษตร ทำนา ขณะเดียวกันปริมาณน้ำต้นทุนยังมีเพียงพอที่จะใช้ในทุกกิจกรรมการใช้น้ำช่วงต้นฤดูฝนด้วยเช่นกันทำภาครัฐยังคงต้องขอความร่วมมือเกษตรกรที่เก็บเกี่ยวผลผลิตไปแล้ว ควรงดการทำนารอบที่ 3 เพราะมีความเสี่ย
นายพีรพันธ์ คอทอง รองโฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า จากการวิเคราะห์ปริมาณฝนและปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ อยู่ในเกณฑ์ดี และมีปริมาณมากกว่าปี 59 พบว่า พื้นที่ที่มีโอกาสเกิดภาวะแห้งแล้ง มี 47 จังหวัด 3.82 ล้านไร่ (พื้นที่เสี่ยงสูง 0.23 ล้านไร่ ปานกลาง 2.59 ล้านไร่) ซึ่งเป็นพื้นที่นอกเขตชลประทาน (ข้อมูล 18 ธ.ค. 60) และในปัจจุบัน ยังไม่มีรายงานพื้นที่การเกษตรได้รับผลกระทบจากภาวการณ์ขาดแคลนน้ำ ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ ได้เตรียมมาตรการเพื่อลดความเสี่ยงจากภัยแล้งด้านการเกษตร ประกอบดัวย 4 มาตรการ 18 โครงการ งบประมาณ 11,730.21 ล้านบาท สรุปผลการดำเนินงานดังนี้ มาตรการที่ 1 ส่งเสริมความรู้เพื่อลดความเสี่ยง ติดตามสถานการณ์น้ำ ข้อมูลพื้นที่เพาะปลูกพืช ข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียม เพื่อวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงภัยแล้งตามช่วงเวลา พร้อมแจ้งข่าวสารพื้นที่เสี่ยงภัยแล้งผ่านทางเว็บไซด์กรมพัฒนาที่ดิปรับปรุงแผนที่แล้งซ้ำซากในพื้นที่ภาคตะวันออกแล้วเสร็จ 42% มาตรการที่ 2 เพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำเพื่อการเกษตร โครงการปลูกพืชหลากหลาย เกษตรกรเข้าร่วมโครงการ 38,629 ราย 326,711 ไร่ อยู่ระหว่างตรวจแปลงเกษตรกร โครงการปลูกพื
