มิจฉาชีพ
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) แจ้งเตือนกรณีที่มีลูกค้าได้รับเอกสารปลอมแอบอ้างชื่อและตราสัญลักษณ์ธนาคาร รวมถึงชื่อผู้จัดการ ธ.ก.ส. ส่งไปหลอกลวงลูกค้าประชาชนว่า ไม่สามารถโอนเงินเข้าบัญชีของลูกค้าได้ เนื่องจากกรอกเลขบัญชีธนาคารไม่ถูกต้อง ทำให้บัญชีถูกอายัด พร้อมกับหลอกให้แก้ไขด้วยการโอนเงินล่วงหน้าไว้ในบัญชีตามจำนวนที่มิจฉาชีพกำหนด หรือให้สแกน QR CODE เพื่อทำการปลดล็อกระบบ จึงจะสามารถเบิกถอนเงินกู้ได้ หากไม่ทำตามจะมีโทษ อาทิ ติดแบล็กลิสต์ ถูกยึดทรัพย์ ปรับเงิน และจำคุกด้วยนั้น ธ.ก.ส. ขอเรียนว่า เอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารปลอม ซึ่ง ธ.ก.ส. ไม่ใช่ผู้จัดทำ และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำดังกล่าว จึงขอให้เกษตรกรลูกค้า ประชาชนทั่วไปอย่าหลงเชื่อ และอย่าให้ข้อมูลหรือทำตามที่มิจฉาชีพแจ้งโดยเด็ดขาด และยืนยันว่าธนาคารไม่มีนโยบายในการส่งเอกสารให้ลูกค้าดำเนินธุรกรรมในลักษณะนี้ ซึ่งธนาคารจะรวบรวมข้อมูลและดำเนินการเอาผิดตามขั้นตอนทางกฎหมายกับมิจฉาชีพที่แอบอ้างธนาคารหลอกลวงลูกค้าต่อไป ทั้งนี้ หากลูกค้าได้รับเอกสารในลักษณะเดียวกันนี้ สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ที่ BAAC ศูนย์รับแจ้งเหตุภัยทางการเ
ธ.ก.ส. แจ้งเตือนระวังมิจฉาชีพแอบอ้างชื่อ ตราสัญลักษณ์ธนาคารเป็นชื่อบัญชีบน TikTok และภาพผู้จัดการธนาคาร ปล่อยเงินกู้นอกระบบผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยใช้คำหลอกให้หลงเชื่อ อาทิ อนุมัติไว ไม่เช็กเครดิตบูโร และไม่ต้องใช้คนค้ำหรือหลักประกัน ยืนยัน ! ธ.ก.ส. ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำดังกล่าวและไม่มีนโยบายให้สินเชื่อผ่านสื่อสังคมออนไลน์ พร้อมเตรียมดำเนินการแจ้งความเอาผิดผู้หลอกลวงต่อไป นายไพศาล หงษ์ทอง รองผู้จัดการและโฆษกธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ตามที่มีกลุ่มผู้ไม่หวังดีแอบอ้างชื่อและตราสัญลักษณ์ธนาคาร รวมถึงการใช้ภาพผู้จัดการ ธ.ก.ส. ในการนำเสนอข้อมูลที่เป็นเท็จในลักษณะว่า ธ.ก.ส. จัดทำโครงการเงินกู้รวบรวมหนี้ ให้กับประชาชนนำไปกู้ปิดหนี้ โดยไม่ต้องใช้คนค้ำหรือหลักประกัน ไม่เช็กเครดิตบูโร อนุมัติง่าย ดอกเบี้ยต่ำ และให้ผู้สนใจติดต่อขอกู้ผ่านทางแอปพลิเคชัน Line หรือช่องทางออนไลน์อื่นๆ นั้น ธ.ก.ส. ขอเรียนว่า บัญชีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลในลักษณะดังกล่าว ไม่ใช่บัญชีของ ธ.ก.ส. โดยธนาคารไม่มี ส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำดังกล่าว และไม่มีนโยบายในการให้บริการสินเชื่อ หรือมีก
สภาผู้บริโภค แนะรัฐ ต้องมีแผนป้องกันมิจฉาชีพ “ฉวยโอกาส” ใช้นโยบายเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท ล่อโหลดแอป-กดลิงก์ รัฐบาลชุดใหม่ ควรกำหนดให้ ภัยคุกคามทางไซเบอร์ เรื่องเป็นวาระแห่งชาติและภาระกิจแรกของรัฐบาล ทันทีที่นายเศรษฐา ทวีสิน จากพรรคเพื่อไทย ได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ เพียงชั่วข้ามคืน ปรากฎว่า มีแอปพลิเคชันหลอกลวงให้ลงทะเบียนรับเงินดิจิทัล 10,000 บาท ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของพรรคเพื่อไทย ถูกต่อกระจายไปยังประชาชน เพื่อให้ร่วมดาวน์โหลดแอปพลิเคชันลงทะเบียนกันแล้ว สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสภาองค์กรของผู้บริโภค เห็นว่า ลิงก์ให้โหลดดังกล่าว เป็นหนึ่งในแผนกลลวง ที่มิจฉาชีพนำไปใช้ ได้อย่างรวดเร็ว ในจังหวะเวลาที่ง่ายต่อการจูงใจและง่ายต่อการล่อลวงเหยื่อได้ง่าย อีกทั้งยังเห็นว่า มิจฉาชีพ มีความพร้อมกว่ารัฐบาล และพร้อมที่จะพลิกแพลงรูปแบบออกมาพร้อมกับนโยบายรัฐต่ออีกอย่างแน่นอน ซึ่งสภาองค์กรของผู้บริโภค จึงอยากเสนอให้รัฐพลักดัน แผนการป้องกันมิจฉาชีพไปพร้อมๆ กัน กับการประกาศนโยบาย และจัดตั้งศูนย์ไซเบอร์รัฐด้วยกลไกลรัฐ ตามที่เคยเสนอไปก่อนหน้านี้ ด้วยต้องคัดบุคลากรฝีมือดี มีความสามารถ มาทำงานเพื่อจัดการกลุ่มม
เนื่องด้วย ขณะนี้มีมิจฉาชีพหาผลประโยชน์ หลอกเอาทรัพย์สินกับเกษตรกร โดยมีวิธีการดังนี้ เมื่อทีมงานเทคโนโลยีชาวบ้านลงพื้นที่สัมภาษณ์เกษตรกร(แหล่งข่าว) และได้นำเรื่องราวมาทำการตีพิมพ์ลงในนิตยสาร และเว็บไซต์เทคโนโลยีชาวบ้าน เมื่อบทความได้รับการเผยแพร่ไปสู่ผู้อ่าน จะมีบุคคลผู้ต้องสงสัยที่เป็นแก๊งมิจฉาชีพ โดยใช้เบอร์โทรศัพท์หมายเลข (091) 820-2327 โทรศัพท์ไปยังเกษตรกร(แหล่งข่าว)ที่ปรากฏอยู่ในหน้าหนังสือหรือบนเว็บไซต์ โดยทำทีท่าว่าจะติดต่อทางธุรกิจด้วย เป็นต้นว่า ถ้าแหล่งข่าวเป็น เกษตรกรที่เลี้ยงโคนม มิจฉาชีพรายนี้ ก็จะพูดคุยทำทีท่าว่าจะมอบอาหารสำหรับเลี้ยงโคนมให้ แต่มีเงื่อนไขว่า ทางเกษตรกรจะต้องโอนเงินค่าขนส่งไปให้ หรืออาจจะให้เกษตรกรไปพบเจอตามที่ต่างๆ เพื่อตกลงซื้อสินค้า โดยอ้างว่ารู้จักกับทางทีมงานเทคโนโลยีชาวบ้านเป็นอย่างดี หรือบางเหตุการณ์กล่าวอ้างว่า เป็นเจ้าของห้องเย็นส่งปลาจำหน่ายออกต่างประเทศ จะติดต่อให้ทางเกษตรกรผู้เลี้ยงปลา ส่งปลามาให้เพื่อส่งตรวจ โดยเกษตรกรก็หลงเชื่อและส่งปลามาให้ จากนั้นมิจฉาชีพก็เงียบหายไป เมื่อ ผู้เสียหายได้สอบถามมาทางทีมงานเทคโนโลยีชาวบ้าน ว่า รู้จักกับบ
เนื่องด้วย ขณะนี้มีมิจฉาชีพหาผลประโยชน์ หลอกเอาทรัพย์สินกับเกษตรกร โดยมีวิธีการดังนี้ เมื่อทีมงานเทคโนโลยีชาวบ้านลงพื้นที่สัมภาษณ์เกษตรกร(แหล่งข่าว) และได้นำเรื่องราวมาทำการตีพิมพ์ลงในนิตยสาร และเว็บไซต์เทคโนโลยีชาวบ้าน เมื่อบทความได้รับการเผยแพร่ไปสู่ผู้อ่าน จะมีบุคคลผู้ต้องสงสัยที่เป็นแก๊งมิจฉาชีพ โดยใช้เบอร์โทรศัพท์หมายเลข (091) 820-2327 โทรศัพท์ไปยังเกษตรกร(แหล่งข่าว)ที่ปรากฏอยู่ในหน้าหนังสือหรือบนเว็บไซต์ โดยทำทีท่าว่าจะติดต่อทางธุรกิจด้วย เป็นต้นว่า ถ้าแหล่งข่าวเป็น เกษตรกรที่เลี้ยงโคนม มิจฉาชีพรายนี้ ก็จะพูดคุยทำทีท่าว่าจะมอบอาหารสำหรับเลี้ยงโคนมให้ แต่มีเงื่อนไขว่า ทางเกษตรกรจะต้องโอนเงินค่าขนส่งไปให้ หรืออาจจะให้เกษตรกรไปพบเจอตามที่ต่างๆ เพื่อตกลงซื้อสินค้า โดยอ้างว่ารู้จักกับทางทีมงานเทคโนโลยีชาวบ้านเป็นอย่างดี หรือบางเหตุการณ์กล่าวอ้างว่า เป็นเจ้าของห้องเย็นส่งปลาจำหน่ายออกต่างประเทศ จะติดต่อให้ทางเกษตรกรผู้เลี้ยงปลา ส่งปลามาให้เพื่อส่งตรวจ โดยเกษตรกรก็หลงเชื่อและส่งปลามาให้ จากนั้นมิจฉาชีพก็เงียบหายไป เมื่อ ผู้เสียหายได้สอบถามมาทางทีมงานเทคโนโลยีชาวบ้าน ว่า รู้จักกับบ
เมื่อไม่นานมานี้ทางนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน ได้มีโอกาสลงพื้นที่สัมภาษณ์เกษตรกรท่านหนึ่งที่มีอาชีพเกี่ยวกับการเลี้ยงโคเนื้อ โดยบทความของเกษตรกรท่านนี้เมื่อได้ตีพิมพ์ลงในนิตยสารแล้ว ได้มีกลุ่มคนอ้างเป็นทีมงานติดต่อขอเข้าพบกับเกษตรกรดังกล่าว โดยบอกว่าเป็นหัวหน้าของทีมงานและเดินทางมาด้วยกัน โดยตนไม่ได้ลงไปรวมสัมภาษณ์ด้วยเพียงแต่นั่งรออยู่บนรถยนต์ เพื่อนั่งสั่งงานอยู่บนรถเพียงอย่างเดียว จากนั้นก็เดินทางไปหาเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อถึงที่ทำงาน พยายามคุยด้วยวิธีต่างๆ ให้เกษตรกรเชื่อว่ารู้จักกับทีมงานของนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้านจริง โดยมีการพูดคุยต่างๆ นานๆ ให้เกษตรกรเชื่อ เมื่อคุยจนสามารถตีสนิทได้ก็ทำการนัดหมายกับเกษตรกรเพื่อขอเข้าพบ เสร็จแล้วพยายามหลอกล่อด้วยการซื้อของกินให้กับเกษตรกร เพื่อหวังให้กินของที่ซื้อมาให้ โดยอาจจะมีแผนร้ายบางอย่าง จากนั้นเกษตรกรรู้สึกไม่ชอบมาพากล จึงได้โทรศัพท์สอบถามกับผู้สื่อข่าวของเทคโนโลยีชาวบ้าน เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงว่ามีบุคคลดังกล่าวที่แอบอ้างเป็นทีมงานหรือไม่ เมื่อมิจฉาชีพรู้สึกว่าเกษตรกรเริ่มไหวตัวทัน จึงได้ทำท่าทีว่ามีงานด่วน รีบไปทำธุระและจากไปอย่างรวดเร็ว ซึ่
