มูลนิธิการจัดการความรู้
ราวปีเศษๆ ที่ผ่านมา คุณนพดล มั่นศักดิ์ หรือ “เขียว” ผู้ประสานงานมูลนิธิการจัดการความรู้และเครือข่ายโรงเรียนชาวนาจังหวัดนครสวรรค์ แบ่งข้าวขาวเกยไชย ข้าวพันธุ์พื้นเมืองที่พัฒนาปรับปรุงขึ้นโดยกลุ่มชาวนาอินทรีย์ในเขตตำบลเกยไชย อำเภอชุมแสง นครสวรรค์ มาให้ผมลองชิมถุงหนึ่ง ผมลองหุงกินแล้วก็พบว่า ขาวเกยไชยเป็นข้าวเจ้าที่นุ่มมาก หุงขึ้นหม้อ และมี “เนื้อ” ที่หนึบแน่น ตอนเคี้ยวกินนี่สนุกปากดีทีเดียวครับ และคุณสมบัติเด่นที่ต้องบอกเชียวเมื่อพบเขาอีกครั้งก็คือ เมื่อเอามาอุ่นกินใหม่ แทบจะไม่เปลี่ยนจากแรกหุงเลยแหละ ขาวเกยไชย เป็นข้าวพันธุ์ผสมระหว่างข้าวหอมมะลิ และข้าวบาสมาติ นับว่าปัจจุบันค่อนข้างมีปลูกแพร่หลายในเขตภาคเหนือตอนล่าง เป็นผลผลิตของกลุ่มชาวนาที่เป็นชาวบ้านธรรมดาๆ แต่มีความสนใจที่จะ “เล่น” กับกระบวนการอันซับซ้อนของการพัฒนาพันธุ์ข้าว และผลของการเล่นนี้ ก็ทยอยปรากฏออกมาเป็นระยะๆ ดังเช่นในปีนี้ ที่งาน Green D. (กิน-ดี) “นครสวรรค์ ปันสุข” มูลนิธิฯ ก็มีการเปิดตัวข้าว 2 พันธุ์ล่าสุด คือ นิลสวรรค์ และชำมะเลียงแดง ……………. การวิเคราะห์แร่ธาตุอาหารในข้าวทั้งสองพันธุ์ โดยค
ตำนานเก่าทั้งของไทยและอุษาคเนย์เล่าเรื่องข้าวไว้หลายเรื่อง มีอยู่เรื่องหนึ่ง เล่าคล้ายๆ กัน คือบอกว่า ข้าวนั้นแต่เดิมเมล็ดใหญ่เท่าผลมะละกอ ไม่มีเปลือก ไม่ต้องปลูก ถึงเวลาสุกจะบินมาเข้ายุ้งฉางเอง แถมรสอร่อยมาก จนกินเปล่าๆ ได้ ฯลฯ คุณสมบัติประการหนึ่งของข้าวในอุดมคติโบราณจึงคือมี “รส” เฉพาะของตัวเอง ถึงขนาดกินเปล่าๆ โดยไม่ต้องมีกับข้าวก็ยังได้ คำประณามพจน์นี้ดูเหมือนล้ำเกินไปจากความเข้าใจของคนส่วนใหญ่ในปัจจุบัน อย่างน้อยก็ช่วง 3040 ปี มานี้ ซึ่งคุ้นชินกับข้าวขัดขาว หุงสุกแล้วจืดสนิท ไม่มีรสชาติใดๆ เหลืออยู่อีก มาในช่วงหลัง จึงเริ่มมีข้าว “หอมมะลิ” และข้าวหอมพันธุ์อื่นๆ แพร่หลายในตลาดให้ซื้อหามาหุงบ้าง แต่ความรู้และการรู้จักกินข้าวของคนไทยก็ดูจะยังไม่เปลี่ยนผ่านไปมากนัก ถ้าเอาแค่กรอบเพดานความคิดแบบโหยหาอดีต มันดูเหมือนคนปัจจุบันสูญเสียโอกาสที่จะ “กินหลากหลาย” ไปแล้ว แต่ในขณะเดียวกัน ความรู้เกี่ยวกับการปรับปรุงพันธุ์ข้าวก็เริ่มกลับมาเป็นที่สนใจในแวดวงนอกหน่วยงานราชการ มีกลุ่มชมรม มูลนิธิ ตลอดจนคณะวิชาในสถาบันการศึกษาจำนวนไม่น้อยทำงานอย่างหนักเพื่อปรับปรุงพันธุ์ข้าวไทยให้มีคุณภาพ ตอบสนองทั้
