มูลนิธิชีววิถี
ช่วงหลายปีที่ผ่านมา เมื่อออกมาอยู่บ้านชานเมืองย่านฝั่งธนบุรี ซึ่งมีการปรับเปลี่ยนการใช้งานพื้นที่หลายระลอก จากนาข้าวเมื่อร้อยกว่าปีก่อน มาเป็นสวนผลไม้ สวนผัก จนกลายเป็นย่านอสังหาริมทรัพย์ และที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่มากขึ้น สิ่งที่ผมเห็นเป็นอนิจลักษณะก็คือ การหายไปของสวนผัก ผลไม้ พื้นที่สีเขียวรกร้าง และไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ๆ มันก็เป็นเรื่องปกติธรรมดานะครับ เมื่อเมืองขยายตัว พื้นที่เกษตรแบบดั้งเดิมก็เริ่มหดหาย ถ้าว่ากันจริงๆ แล้ว บ้านสมัยใหม่ของพวกเราหลายคนก็คงสร้างทับบนสวนเก่านาเดิมเมื่อสี่ห้าสิบปีก่อนกันไม่น้อย ที่เราทำได้ ก็คงเพียงรับรู้ ร่วมสังเกตการณ์ รายงาน กับทั้งยืนยันใช้ประโยชน์ในสิ่งเหล่านั้นเท่าที่ทำได้ ตามแนวคิดที่ว่า เรื่องเก่าๆ ไม่เล่าก็ลืม ของอร่อยลิ้น ไม่กินก็สูญ เป็นหลักนะครับ มีไม้ยืนต้นอยู่อย่างหนึ่งที่ผมคุ้นเคยตั้งแต่เด็ก และแต่ก่อนก็พบเห็นมากตามสวนผลไม้เก่า ทั้งย่านฝั่งธนบุรี ปทุมธานี และนนทบุรี ทว่าเดี๋ยวนี้เริ่มน้อยลงมาก นั่นก็คือ “ทองหลาง” (Indian Coral Tree) ครับ สมัยก่อน บ้านผมที่ราชบุรีมีปลูกอยู่ต้นหนึ่ง เราอาศัยเด็ดใบอ่อนมากินกับเมี่ยงคำในช่วงบ่ายวันหยุดเสมอๆ ใบทองหล
ค่ำวันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2564 มีการเสวนาย่อย หัวข้อ ทุเรียนปลอดภัยจากสารเคมีไหม ภายใต้หัวข้อใหญ่จักรวาลทุเรียน จัดโดยมูลนิธิชีววิถี ซึ่งสามารถรับฟัง on line ย้อนหลังได้ที่เพจของ Biothai นะครับ บางประเด็น เช่น เรื่องทุเรียนสวนเมืองนนทบุรี ผมเคยสรุปมาเสนอไว้บ้างแล้ว สำหรับเสวนาย่อยเรื่องทุเรียนและสารเคมีนี้ เป็นการชวนคนทำสวนทุเรียน นักวิชาการเกษตร และผู้ปฏิบัติงานเฝ้าระวังสารเคมีตกค้างในผัก ผลไม้ มานั่งคุยกันถึงสภาวะความเป็นไปได้ของสวนทุเรียนอินทรีย์ในปัจจุบัน ซึ่งก็นับว่าเป็นคำถามที่ท้าทาย ไม่เฉพาะวงการทุเรียนหรอกครับ หากเป็นโจทย์ทางเลือกสำคัญของเกษตรกรในอนาคตด้วย ถ้าใครได้ลองเข้าไปฟังหัวข้อนี้มาแล้ว คงรู้สึกเหมือนผม ว่าเหมือนเราได้ก้าวเข้าไปเหยียบบนทางสองแพร่งสามแพร่ง โดยมีผู้ที่เหยียบย่างผ่านไปแล้วมาคอยบอกเล่านานาประสบการณ์อย่างออกรส โดยเฉพาะ “คำถามใหญ่” เรื่องความเป็นไปได้/ไม่ได้ ของการทำเกษตรอินทรีย์ในกรณีทุเรียน ผลไม้ที่ดูเหมือนต้องการการดูแลประคบประหงมละเอียดลออทุกขั้นตอน ทั้งมีมูลค่าผลผลิตสูงสุดในปัจจุบัน สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้ฟัง ผมคิดว่าคงไม่สามารถย่นย่อการสนทนาหัวข้อนี้ลงได้ใน
จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุข ได้เข้าไปตรวจมูลนิธิข้าวขวัญ พร้อมจับกุม นายพรชัย ชูเลิศ หรือ “อาจารย์ซ้ง” เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ กรณีปลูกกัญชา ขณะที่ นายเดชา ศิริภัทร ประธานมูลนิธิฯ นั้นกำลังอยู่ระหว่างเดินทางไปบรรยายเรื่องการปลูกข้าวที่ สปป.ลาว ระบุว่า ปลูกกัญชาไว้ สกัดน้ำมันเพื่อรักษาโรคมะเร็ง และโรคอื่นๆ โดยได้แจกจ่ายให้กับผู้ป่วยโรคมะเร็งที่จังหวัดพิจิตร จังหวัดสุพรรณบุรี และจังหวัดลพบุรี ความคืบหน้าล่าสุดคือ วานนี้ (10 เม.ษ.) ภรรยานายพรชัย ผู้ต้องหา ยื่นคำร้องขอประกันตัวเพื่อให้ศาลปล่อยตัวชั่วคราว หลังจากศาลตรวจสอบเอกสารต่างๆ เสร็จเรียบร้อย ได้อนุมัติปล่อยตัวชั่วคราวโดยกำหนดวงเงินประกัน 500,000 บาท ขณะที่ นายเดชา ก็ได้เดินทางกลับถึงประเทศไทยในช่วงบ่ายวานนี้ และเตรียมตัวเข้าพบ ป.ป.ส. ในวันนี้ (11 เม.ย.) เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ พร้อมยืนยันว่าตนเองได้ทำหนังสือมอบอำนาจให้เจ้าหน้าที่ยื่นเรื่องขอนิรโทษกรรมการมีกัญชา เพื่อครอบครองทางการแพทย์แล้ว แต่ถูกจับกุมก่อน ด้านเพจเฟซบุ๊กของมูลนิธิชีววิถี เผยแพร่คำแถลงของ อ.
