มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย)
ผมโตมาในบ้านต่างจังหวัด ที่รอบๆ บ้านแทบมีแต่พื้นดินธรรมชาติ เกือบไม่มีพื้นปูนพื้นอิฐเลย การผุพังทับถมของต้นไม้ใบหญ้า ตลอดจนขยะที่ย่อยสลายได้ในหลุมดิน หรือบริเวณที่ขุดเว้นไว้จึงเป็นกระบวนการปกติ กิ่งไม้ใบไม้แห้งบางครั้งก็เผาเอา ไม่ต้องพูดถึงเศษอาหารสดเล็กๆ น้อยๆ ที่เทไว้ในดงพงหญ้ารกๆ ก็เปื่อยเน่ากลายเป็นดินไปเอง ขยะที่บ้านเราทิ้งลงถังหน้าบ้านในสมัยก่อนจึงเป็นขยะแห้งเกือบทั้งหมดบ้านใครที่ทำอาหาร ย่อมมีขยะสดแบบต่างๆ หากเอาตามประสบการณ์ของผม คือมันจะเริ่มมีปัญหาก็ตอนที่ตัวบ้าน สภาพรอบๆ บ้าน และชุมชนที่บ้านตั้งอยู่นั้นมันไม่ได้เหมือนเดิมอีกแล้ว เช่น เมื่อบ้านเราทุกวันนี้ต้องอยู่ในเมือง เป็นอาคารปูน ที่รอบๆ บ้านมีแต่ลานปูน แทบหาพื้นดินไม่ได้ และช่องทางเดียวที่จะ “ทิ้ง” ก็คือลงถังขยะหน้าประตูรั้วบ้าน มีรถขยะมาตระเวนเก็บเป็นรายครั้งไป ตามแต่จะมีการกำหนดกันในชุมชน ความที่เคยชินกับการทิ้งลงดิน การย่อยสลายตามธรรมชาติ แม้บ้านทาวน์เฮ้าส์ชานเมืองจะมีช่องดินอยู่ แค่หยิบมือเดียว ผมก็มักดื้อทิ้งเศษผักหญ้าจากการทำกับข้าวลงดินเสมอ แต่โชคดีที่คนที่บ้านทดลองใช้วิธีเลี้ยงไส้เดือนบำรุงดิน โดยหาไส้เดือนพันธุ์
ผมรู้จัก ปริ๊นซ์ – คุณนคร ลิมปคุปตถาวร มานานพอสมควร แวดวงคนรักสุขภาพคงรู้จักเขาในนาม “เจ้าชายผัก” แห่งโครงการสวนผักคนเมือง ผู้ริเริ่มชักชวนผู้คนปลูกผักกินเองอย่างง่ายๆ ทั้งพยายามแผ่ขยายเครือข่ายซื้อขายแลกเปลี่ยนวัตถุดิบอินทรีย์อย่างเป็นระบบในวงกว้าง แถมปริ๊นซ์ยังมีพื้นที่ทำนาปลูกพืชสวนอยู่ที่เพชรบูรณ์ ที่ซึ่งเขาได้ทดลองวิธีการปลูกพืชล้ำๆ หลายวิธี ทั้งเกษตรอินทรีย์ และไบโอไดนามิคส์ ล่าสุด วันเสาร์ที่ 23 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ที่มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย) ตำบลไทรม้า เมืองนนทบุรี เขามาสาธิตอบรมวิธีการเตรียมดินแบบใหม่ ที่เขาเพิ่งค้นพบโดยได้รับคำชี้แนะจากกูรูด้านการเกษตรชาวต่างประเทศ การเตรียมดินที่เรียกได้ว่าดูสุดแสนจะสามัญธรรมดา แต่ทั้งข้าวและพืชผักที่เขาลงแรงปลูก ตลอดจนเคยแบ่งปันให้ผมได้ลองชิมหลายครั้ง ทำให้ผมแทบไม่สงสัยถึงประสิทธิผลของวิธีที่เขาเล่าให้ผู้เข้าร่วมอบรมฟังในวันนั้นแม้แต่น้อย เลยขอเอามาเล่าสู่กันฟังครับ เพราะมันเป็นวิธีที่ง่ายเหลือเชื่อจริงๆ แถมแทบไม่ต้องลงทุนอะไรเลยอีกด้วย เรียกว่านึกจะทำก็แทบจะทำได้ทันทีเลยทีเดียว คำถามเกริ่นเข้าสู่ประเด็นในวันนั้นก็คือ เป้าหมายของ
