มูลนิธิเอสซีจี
“มูลนิธิเอสซีจี” คิกออฟแนวคิด “Learn to Earn” เรียนรู้เพื่ออยู่รอด สร้างอนาคตเด็กและเยาวชน ผ่านภารกิจหลักในการมอบทุนการศึกษาเพื่อพัฒนาศักยภาพเยาวชนคน Gen Z โดยการเสริมทักษะทางด้านความรู้ความสามารถ (Hard skill) และ ทักษะทางด้านการเข้าสังคมและอารมณ์ (Soft skill) หรือที่เรียกว่า ‘ทักษะแห่งการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21’ (Power Skill) ซึ่งเป็นทักษะที่มีความจำเป็นสำหรับการใช้ชีวิตและการทำงานในยุคปัจจุบันและอนาคต พร้อมเดินหน้าสร้างการรับรู้และความเข้าใจ โดยดึง สไปร์ท – เขื่อน และ ลูกกอล์ฟ มาร่วมสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนคน Gen Z นอกจากนี้ ยังจับมือกับ GMMTV จัดแคมเปญ ‘CLASS of 21st’ นำทัพศิลปินคนรุ่นใหม่ในสังกัดร่วมทำภารกิจที่ต้องอาศัยทักษะความรู้และการใช้ชีวิต ทำให้เด็กและเยาวชนตระหนักถึงการเรียนรู้ที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในห้องเรียนเท่านั้น สุวิมล จิวาลักษณ์ กรรมการและผู้จัดการมูลนิธิเอสซีจี กล่าวว่า “เมื่อก่อน เราอาจจะเคยเชื่อว่าการเรียนในห้องเรียนมีเพียงรูปแบบเดียวที่จำเป็นและเหมาะกับทุกคน แต่เมื่อโลกเปลี่ยนไป รูปแบบการเรียนรู้ก็ย่อมเปลี่ยนไปด้วย ยิ่งโลกไร้พรมแดน ทุกคนสามารถเข้าถึงความรู
สยามคูโบต้า และผู้แทนจำหน่ายสยามคูโบต้า ร่วมส่งมอบนวัตกรรมโควิด-19 เตียงสนามกระดาษเอสซีจีพี (SCGP Paper Field Hospital Bed) จากมูลนิธิเอสซีจี ให้แก่โรงพยาบาลสนามและศูนย์พักคอย เพื่อบรรเทาปัญหาการขาดแคลนเตียง ในจังหวัดพื้นที่ควบคุมสูงสุด จังหวัดพื้นที่ควบคุม และจังหวัดพื้นที่เฝ้าระวัง รวม 20 จังหวัด ทั่วประเทศ นางวราภรณ์ โอสถาพันธุ์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า “บริษัทฯ ส่งมอบความห่วงใยผ่านความช่วยเหลือให้แก่หน่วยงานและชุมชนที่ประสบความเดือดร้อนท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ภายใต้แคมเปญ KUBOTA On Your Side มาโดยตลอด ล่าสุดจากที่ติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทยอย่างใกล้ชิด พบว่ายังมีเรื่องที่น่าเป็นห่วงคือปัญหาการขาดแคลนเตียงรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ในโรงพยาบาลสนาม โดยเฉพาะในบางจังหวัดที่เร่งดำเนินการจัดตั้งการกักตัวในชุมชน หรือ Community Isolation สำหรับผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีอัตราการติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นทั้งกลุ่มที่ไม่แสดงอาการหรือมีอาการน้อย บริษัทฯ จึงได้ร่วมกับมูลนิธิเอสซีจี ในการสนับสนุนเตียงกระดาษเพื่อส่งต่อความช่
มูลนิธิเอสซีจี นำโดย นายเชาวลิต เอกบุตร กรรมการบริหารมูลนิธิเอสซีจี พร้อมด้วย นางสาวสุวิมล จิวาลักษณ์ กรรมการและผู้จัดการมูลนิธิเอสซีจี ร่วมส่งมอบเครื่องตรวจหัวใจด้วยคลื่นความถี่สูงให้สถาบันประสาทวิทยา มูลค่า 2 ล้านบาท โดยมี นพ. ธนินทร์ เวชชาภินันท์ ผู้อำนวยการสถาบันประสาทวิทยา พญ. ทัศนีย์ ตันติฤทธิศักดิ์ รองผู้อำนวยการด้านการแพทย์ สถาบันประสาทวิทยา นพ. สุชาติ หาญไชยพิบูลย์กุล รองผู้อำนวยการด้านพัฒนาระบบสุขภาพ สถาบันประสาทวิทยา พญ. พึงใจ เขียนดวงจันทร์ หัวหน้ากลุ่มงานอายุรศาสตร์ สถาบันประสาทวิทยา นพ. เขตต์ ศรีประทักษ์ นพ.ชำนาญการพิเศษ สถาบันประสาทวิทยา และ นพ. อภิณัฐ รอดวรรณะ นพ.ชำนาญการ สถาบันประสาทวิทยา เป็นผู้แทนรับมอบ เครื่องดังกล่าว สามารถช่วยตรวจผู้ป่วยโรคทางระบบประสาทที่มีโรคอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น ลิ้นหัวใจรั่ว ลิ้นหัวใจตีบ หัวใจโต โรคหลอดเลือดหัวใจ เป็นต้น ซึ่งเป็นการตรวจด้วยการใช้การสะท้อนกลับของคลื่นเสียงความถี่สูง และรายงานผลเป็นภาพให้เห็นบนจอ ซึ่งจะแสดงรูปร่าง ขนาด การทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจ และลิ้นหัวใจอย่างชัดเจน
มูลนิธิเอสซีจี เดินหน้ามอบ นวัตกรรมป้องกันโควิด-19 แก่โรงพยาบาลสมุทรสาคร เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อและปกป้องบุคลากรทางการแพทย์ ได้แก่ 1. ห้องแยกเชื้อความดันบวกแบบเคลื่อนที่ 2. แคปซูลเคลื่อนย้ายผู้ป่วยความดันลบ 3. แคปซูลเคลื่อนย้ายผู้ป่วยความดันลบขนาดเล็ก สำหรับเข้าเครื่อง CT Scan 4. ชุด PPE 200 ชุด 5. หน้ากากอนามัย N95 500 ชิ้น 6. เครื่องวัดอุณหภูมิ (Thermoscan) 500 ชุด 7. ถุงมือทางการแพทย์ 3,000 คู่ 8. หน้ากากผ้าสำหรับเด็ก 2,000 ชิ้น นอกจากนี้ มูลนิธิฯ ยังได้สนับสนุนงบประมาณ 500,000 บาท ผ่านจังหวัดสมุทรสาคร เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนในระยะเร่งด่วน รวมเป็นงบประมาณทั้งสิ้น 2,200,000 บาท ด้วยความห่วงใย และขอส่งกำลังใจไปยังบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงผู้ได้รับผลกระทบทั้งพี่น้องชาวไทยและเมียนมา ให้ผ่านพ้นสถานการณ์อันยากลำบากนี้ไปด้วยกัน
มูลนิธิเอสซีจี ส่งมอบนวัตกรรมป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ COVID-19 แบบเคลื่อนที่แก่โรงพยาบาลโรงพยาบาลท่าฉลอม จังหวัดสมุทรสาคร ได้แก่ ห้องแยกป้องกันเชื้อความดันลบแบบเคลื่อนที่ (Negative Pressure Isolation Room) สำหรับปฏิบัติการในห้องฉุกเฉิน ห้องไอซียู หรือแม้แต่เป็นห้องพักผู้ป่วย โดยสามารถรักษาผู้ป่วยหนักได้ทันท่วงทีโดยไม่ต้องเคลื่อนย้ายผู้ป่วยและอุปกรณ์ช่วยชีวิตอื่นๆ จำนวน 1 ห้อง นอกจากนี้ยังได้มอบอุปกรณ์ป้องกันโควิดต่างๆ เช่น หน้ากาก KN95 จำนวน 500 ชุด และชุด PPE จำนวน 200 ชุด รวมมูลค่าทั้งสิ้น 360,000 บาท เพื่อเป็นเกราะป้องกันให้บุคลากรทางการแพทย์ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย
มูลนิธิเอสซีจี โดย คุณรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส ประธานกรรมการมูลนิธิเอสซีจี พร้อมด้วย คุณ เชาวลิต เอกบุตร กรรมการบริหารมูลนิธิเอสซีจี คุณสุวิมล จิวาลักษณ์ กรรมการและผู้จัดการมูลนิธิเอสซีจี และ ดร. สุรชา อุดมศักดิ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี ดูแลงานเทคโนโลยีและนวัตกรรม เอสซีจี ร่วมส่งมอบเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) มูลค่าเครื่อง รวมการปรับปรุงห้องสำหรับใช้งาน เป็นงบประมาณ 14 ล้านบาท ให้แก่โรงพยาบาลรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์ โดยนวัตกรรมนี้ได้รับคำแนะนำจาก Chinese Academy of Sciences สามารถแสดงผลการตรวจที่คมชัดด้วยภาพความละเอียดสูง ที่มาพร้อมซอฟต์แวร์ที่พัฒนาเพื่อช่วยให้การวินิจฉัยอาการของผู้ป่วยโควิด-19 แม่นยำและรวดเร็ว รองรับการคัดกรองได้มากถึง 300 คน ต่อวัน อีกทั้งยังสามารถนำไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ เพื่อวินิจฉัยโรคอื่นๆ ได้อีกด้วย โดยมี รศ.นพ. ธันย์ สุภัทรพันธุ์ รักษาการแทนรองอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วย ศ.นพ. ปิยะมิตร ศรีธรา คณบดี คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีมหาวิทยาลัยมหิดล เป็นผู้แทนรับมอบ นอกจากนี้ มูลนิธิเอสซีจี ยังได้ส่งมอบนวัตกรรมป้องกันโควิด-19 อื่
มูลนิธิเอสซีจี โดย นายแสงชัย วิริยะอำไพวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ ธุรกิจกระดาษบรรจุภัณฑ์ เอสซีจี แพคเกจจิ้ง (ที่ 4 จากซ้าย) พร้อมด้วย นายสหรัฐ พัฒนวิบูลย์ ผู้อำนวยการโรงงานบ้านโป่ง บริษัท สยามคราฟท์อุตสาหกรรม จำกัด (ที่ 3 จากซ้าย) ร่วมส่งมอบห้องแยกป้องกันเชื้อความดันลบแบบเคลื่อนที่ เพื่อลดความเสี่ยงและป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ในทุกระยะให้กับบุคลากรทางการแพทย์ของอำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี โดยมี นายชยาวุธ จันทร ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี (ที่ 4 จากขวา) แพทย์หญิงมนัญญา วรรณไพสิฐกุล รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ โรงพยาบาลบ้านโป่ง (ขวาสุด) พร้อมด้วยนายอำเภอบ้านโป่ง ผู้บริหารของโรงพยาบาล และส่วนราชการในพื้นที่ เป็นตัวแทนรับมอบ ทั้งนี้ ห้องแยกป้องกันเชื้อความดันลบแบบเคลื่อนที่ดังกล่าว เป็นนวัตกรรมของเอสซีจีที่ออกแบบให้เหมาะกับปฏิบัติการในห้องฉุกเฉิน ห้องไอซียู หรือแม้แต่เป็นห้องพักผู้ป่วย เพื่อให้แพทย์และพยาบาลสามารถรักษาผู้ป่วยได้ทันท่วงที โดยไม่ต้องเคลื่อนย้ายผู้ป่วยและอุปกรณ์ช่วยชีวิตอื่นๆ ด้วยระบบควบคุมความดันอากาศที่มีประสิทธิภาพ เเละระบบกรองอากาศระดับ HEPA ที่ช่วยกรองอากาศให้สะอา
นางสาวสุวิมล จิวาลักษณ์ กรรมการและผู้จัดการมูลนิธิเอสซีจี พร้อมด้วย ดร. สุรชา อุดมศักดิ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี ดูแลงานเทคโนโลยีและนวัตกรรม ร่วมส่งมอบนวัตกรรมป้องกันโควิด-19 แบบเคลื่อนที่ (Mobile Isolation Unit) ให้โรงพยาบาลรามาธิบดี เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อให้กับบุคลากรทางการแพทย์ ทั้งยังใช้งานง่าย ติดตั้งและเคลื่อนย้ายสะดวก โดยมี นพ. ณรงค์ฤทธิ์ มัศยาอานนท์ ผู้อำนวยการศูนย์การแพทย์สิริกิติ์ โรงพยาบาลรามาธิบดี และ รศ.นพ. ม.ล.ชาครีย์ กิติยากร หัวหน้าศูนย์นวัตกรรม โรงพยาบาลรามาธิบดี เป็นตัวแทนรับมอบ ทั้งนี้ นวัตกรรมป้องกันโควิด-19 แบบเคลื่อนที่ดังกล่าว ประกอบด้วย ห้องตรวจเชื้อความดันลบหรือบวกแบบเคลื่อนที่ (Negative/Positive Pressure Isolation Chamber) ช่วยให้แพทย์และพยาบาลสามารถสอดมือเข้าไปทำหัตถการ (Swab) โดยไม่ต้องสัมผัสโดยตรงกับผู้ป่วย แคปซูลเคลื่อนย้ายผู้ป่วยความดันลบ (Patient Isolation Capsule) ป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อระหว่างการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย แคปซูลเคลื่อนย้ายผู้ป่วยความดันลบขนาดเล็ก สำหรับเข้าเครื่อง CT Scan (Small Patient Isolation Capsule for C
มูลนิธิเอสซีจี ส่งมอบนวัตกรรมห้องคัดกรองและตรวจผู้ที่มีความเสี่ยงที่ใช้เวลาติดตั้งหน้างานเพียง 2 วัน ให้โรงพยาบาลราชวิถีเป็นแห่งแรก พร้อมระบบที่ตอบโจทย์การใช้งานและความปลอดภัย ทั้งการแยกพื้นที่ทีมแพทย์และคนไข้ออกจากกัน มีระบบควบคุมแรงดันและคุณภาพอากาศที่เหมาะสม จึงช่วยลดโอกาสติดเชื้อของบุคลากรทางการแพทย์ และผู้เข้ารับการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้เป็นอย่างดี นพ.สมเกียรติ ลลิตวงศา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี กล่าวว่า “แม้จะผ่านมากว่า 3 เดือน หลังจากมีผู้ป่วยเข้ามารับการรักษาเป็นครั้งแรก ปัจจุบันยังคงมีผู้ป่วยใหม่หรือกลุ่มผู้ที่มีความเสี่ยงที่มารับการตรวจในคลินิกโรคระบบทางเดินหายใจ (ARI Clinic) ของโรงพยาบาล จำนวนมากพอสมควร โรงพยาบาลจึงมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิเอสซีจี ในการสร้างห้องตรวจที่มีประสิทธิภาพแห่งนี้ ซึ่งสามารถรองรับจำนวนผู้ที่เข้ามาตรวจคัดกรองได้เป็นอย่างดีนอกจากนี้ ห้องคัดกรองและตรวจผู้ที่มีความเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 ได้ถูกแยกออกจากตัวอาคารโรงพยาบาล จึงช่วยป้องกันการติดเชื้อให้กับทีมแพทย์ พยาบาล ตลอดจนบุคลากรทางการแพทย์ ทั้งยังสร้างความปลอดภัยกับผู
มูลนิธิเอสซีจี มอบนวัตกรรมป้องกันโควิด-19 : ห้องตรวจและคัดกรองผู้ป่วย ชุดอุปกรณ์ติดตามสุขภาพทางไกลและอุปกรณ์การแพทย์ ให้ 7 โรงพยาบาล มูลค่ากว่า 50 ล้านบาท นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี และประธานกรรมการมูลนิธิเอสซีจี กล่าวว่า เอสซีจี รู้สึกห่วงใยในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 จึงขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการ “ช่วยกันแคร์ดูแลกัน” ให้ประเทศไทยพ้นภัยครั้งนี้ ด้วยการมอบนวัตกรรมป้องกันโควิด-19 ให้โรงพยาบาล 7 แห่ง เพื่อตอบโจทย์การยกระดับความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้บุคลากรทางการแพทย์ ผู้ป่วย และผู้ใกล้ชิด ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณมูลค่ากว่า 50 ล้านบาทของ มูลนิธิเอสซีจี โดยประกอบด้วย 1.) ห้องตรวจและคัดกรองผู้ที่มีความเสี่ยง (Modular Screening & Swab Unit) ซึ่งมีระบบควบคุมแรงดันและคุณภาพอากาศที่เหมาะสม จึงช่วยลดโอกาสการติดเชื้อของบุคลากรทางการแพทย์และผู้เข้ารับการตรวจ โดยใช้เวลาในการติดตั้งที่หน้างานเพียง 3 วัน ด้วยนวัตกรรมของ SCG HEIM และ Living Solution ของเอสซีจี จำนวน 12 ยูนิต รวมมูลค่า 27 ล้านบาท 2.) ชุดอุปกรณ์ติดตามสุขภาพทางไกล (Tele–Mo
