ยางนา
ต้นยางนา ต้นไม้หมายเมืองของเมืองเชียงใหม่นะคะ เข้าใจผิดคิดว่าเป็นชัยพฤกษ์ ที่แท้คือต้นยางนาต้นไม้ใหญ่ ต้นยางนา ไม้ที่มีอายุยืนยาวกว่าสองร้อยปีอยู่ที่วัดเจดีย์หลวง เชียงใหม่มีถนนสายต้นไม้ใหญ่ สายพิเศษที่ใครๆ ก็รู้จักคือ ถนนสายต้นยางนา วันนี้จะชวนไปเดินเล่นบนถนนสายต้นยางนากันค่ะ อย่าเพิ่งทำหน้าฉงนสงสัย ไปเดินเล่นได้จริงๆ แต่ต้องระวังรถนิดหนึ่ง เคยมีผู้เสนอว่า อยากให้ถนนสายนี้เป็นถนนสายคนเดิน ที่ไม่ต้องมีรถผ่านเข้ามา ส่วนรถที่ผ่านเข้าออกได้ก็เป็นรถของผู้อาศัยอยู่ในชุมชนเท่านั้น-เรื่องนี้ก็ไม่รู้ว่าเป็นไปได้หรือเปล่า แต่การชวนไปเดินครั้งนี้ ไม่ได้ไปเดินเล่นเฉยๆ นะคะ ไปดูเด็กๆ ทำกิจกรรมอันเกี่ยวเนื่องกับต้นยางนากันด้วย กิจกรรมนี้ชื่อว่า…เยาวชนหมอต้นไม้ค่ะ วันก่อนฉันเห็นประกาศว่า…รับสมัครเยาวชนหัวใจสีเขียว มุ่งมั่น พลังเกินร้อย เข้าอบรมหมอต้นไม้ เป็นการอบรมเชิงปฏิบัติ เยาวชนหมอต้นไม้อาสา 15-16 กันยายน 2561 เป็นเยาวชนในพื้นที่ เทศบาลนครเชียงใหม่ หนองหอย หนองผึ้ง ยางเนิ้ง สารภี และแขวงกาวิละ เอาละ…ไปดูกันว่าพวกเขาทำอะไรกันบ้าง เด็กๆ กับการเป็นหมอต้นไม้ เราไปที่ถนนสายต้นยางนา
ชื่อสามัญ ทะลอก ชื่อวิทยาศาสตร์ Vatica philastreana Pierre วงศ์ Dipterocapaceae ในปีนี้ถ้าจะว่าไปแล้ว เป็นปีทองสำหรับผู้เขียน เพราะได้เจอเรื่องมหัศจรรย์หลายๆ เรื่อง โดยเฉพาะเรื่องต้นไม้ที่ออกดอกออกผลกันยกใหญ่ ทั้งการได้พบเจอตะเคียนทองต้นใหญ่ยักษ์งอกเบี้ยใต้ต้นเป็นหมื่นๆ แสนๆ ต้น ซึ่งไม่เคยปรากฏมาก่อนในรอบหลายสิบปี ทั้งต้นกาจะหรือมะเกลือกาที่บ้านเมืองนนท์ ที่เพิ่งลงดินได้ 2 ปี กลับออกดอกเต็มต้น หรือจะเป็นเพราะปีนี้อากาศสุดจะวิปริต หรือเพราะเป็นธรรมดาของต้นไม้ที่จะรับรู้ว่าฝนจะตกเมื่อไร จึงได้ผลิตลูกหลานมาอย่างหนำใจ (ไว้โอกาสหน้าจะเขียนเรื่องต้นไม้ทำนายฝน…) ที่น่าอัศจรรย์ใจก็คือ ผู้เขียนมีโอกาสได้เจอ ต้นทะลอก ต้นยางใหญ่ยักษ์อายุเกินร้อยปี ทั้งๆ ที่วันที่ได้ต้นกล้าครั้งล่าสุดเมื่อ 2 ปีก่อน จากคุณหมอท่านหนึ่ง ซึ่งท่านนำมาจากมาเลเซีย แค่นั้นไม่พอท่านได้ใส่ข้อมูลไว้ในสมองผู้เขียนว่า ในเมืองไทยหาไม่ได้แล้วนะเจ้าคุณพี่ หรือจะพูดง่ายๆ ก็คือ ที่ไทยน่ะสูญพันธุ์ไปแล้ว และที่น่าอัศจรรย์ยิ่งกว่านั้นก็คือ ต้นทะลอกต้นนี้ออกลูกมาอย่างทะลักทะเลื่อเหมือนจะอวดโฉมให้เราได้เห็นเขาอย่างเต็มตาหลังจากหลบ
วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แนะนำสถานที่ท่องเที่ยง นั่นคือ ป่าดงฟ้าห่วน อำเภอเมือง จ.อุบลราชธานี กล่าวว่า ป่าดงฟ้าห่วน ห่างจากศาลากลางจังหวัดหลังใหม่เพียง 3 กิโลเมตร เป็นป่ายางนาที่มีขนาดพื้นที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ เป็นเขตป่าดิบชื้นในอีสานที่เกินคาด นักตัดไม้ในอดีตเก็บป่านี้ไว้ตัดภายหลังแต่รัฐบาลสั่งปิดสัมปทานป่าทั่วประเทศในปี2532 ป่างามชิ้นนี้จึงหลงรอดมาถึงวันนี้ สภาพภายในงดงามเดินทางสะดวก มีทางปั่นจักรยาน มีแอ่งน้ำภายใน ท่านรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทำไว้ให้เรียบร้อย เที่ยวได้สบายใจ นอกจากนี้ ยัง มีป่ากลางเมืองแบบนี้อีกทั้งที่สุราษฎร์ธานี ขอนแก่น บุรีรัมย์ บางกะเจ้า เชียงใหม่ ระยอง ลองค้นหาวางแผนเดินทางกันครับ ส่วนเส้นทางอีสานโขง ชี มูลนั้นโรแมนติคเช่นไร ลองแต่งไทยใส่ซิ่นไปเยี่ยมชมกันที่อีสานได้ ที่มา : มติชนออนไลน์
เขาคนนี้ มีแรงบันดาลใจต่อการปลูกและศึกษาเกี่ยวกับต้นยางนาจากในหลวง คุณณรงค์เล่าว่า การที่มีความรู้เรื่องยางนามาทุกวันนี้ เพราะได้ศึกษาตามแนวทางของพ่อหลวง เมื่อ ปี 2504 ที่ทรงรับสั่งว่ามีแต่คนตัด ควรมีการศึกษาเพื่อให้มีการปลูกเพิ่มขึ้น จากนั้นเขาเลยเริ่มศึกษาอย่างจริงจัง แล้วลงมือปลูกทันที ทว่าการปลูกยางนาของคุณณรงค์มีความตั้งใจเพื่อศึกษาและทดลองวิจัย จนกระทั่งสามารถสรุปถึงความเป็นไปได้ คุณณรงค์มีงานประจำอยู่ที่ธนาคารเพื่อการเกษตร และสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สาขาเนินขาม มานานถึง 30 ปี และต้องคลุกคลีอยู่กับลูกค้าที่เป็นชาวบ้าน จึงมองว่ามีหลายรายประสบปัญหาด้านการเงินไม่รู้จบ อันเป็นเพราะพวกเขาขาดความเข้มแข็ง หรือพึ่งตัวเองไม่ได้ ในพื้นที่ทั้งหมด 17 ไร่ ของบ้านเลขที่ 300 หมู่ที่ 10 ตำบลหันคา อำเภอหันคา จังหวัดชัยนาท ที่คุณณรงค์จัดวางเป็นห้องเรียนตามธรรมชาติ เพื่อใช้ศึกษา วิจัย ด้วยการปลูกต้นยางนา จำนวน 20,000 ต้น ปลูกไว้เป็นกลุ่มๆ เพื่อใช้ศึกษาวิจัยในแต่ละด้าน แต่ละประเด็น ตัวอย่างงานวิจัยที่ สรุปแล้วจับต้องได้คือ ศึกษาพื้นที่ปลูกในดินลูกรัง โดยเพื่อหวังให้ชาวบ้านปลูกบริเวณรอบภูเขา หรือสูตร
“ไม้ยางนาในประเทศไทย ได้ถูกตัดฟันใช้สอยและทำเป็นสินค้ากันเป็นจำนวนมากขึ้นทุกปี เป็นที่น่าวิตกว่า หากมิได้บำรุงส่งเสริมและดำเนินการปลูกไม้ยางนาขึ้นแล้ว ปริมาณไม้ยางนาอาจจะลดน้อยลงไปทุกที จึงควรที่จะได้มีการดำเนินการวิจัยเกี่ยวกับการปลูกยางนา เพื่อจะได้นำความรู้ไปใช้ในทางปฏิบัติ” พระราชปรารภพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อพุทธศักราช 2504 ไม้ยางนา (Dipterocarpus alatus Roxb.) เป็นไม้พื้นเมืองของไทยที่เคยมีความสำคัญทางเศรษฐกิจใกล้เคียงกับไม้สัก ทั้งในแง่ปริมาณที่ผลิตออกจากป่าและมูลค่าที่ส่งเป็นสินค้าออก ทั้งยังมีความเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมประเพณีของคนไทยมากกว่าไม้สักเสียอีก ยางนามีพบกระจายอยู่ทั่วประเทศ ตั้งแต่ภาคใต้ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจรดภาคเหนือ ดังปรากฏชื่อ อำเภอ ตำบล วัด ที่เกี่ยวข้องกับยางนาทั่วประเทศ เช่น อำเภอยางชุมน้อย (ศรีสะเกษ) ยางตลาด (กาฬสินธุ์) ท่ายาง (เพชรบุรี) ท่าสองยาง (ตาก) เป็นต้น ไม้ยางและผลิตภัณฑ์จากไม้ยางมีประโยชน์แก่คนไทยมากมาย เช่น เป็นวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างที่อยู่อาศัยและเครื่องเรือน เป็นวัสดุที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงและใ
