ยุง
ยุง เป็นศัตรูกับมนุษย์อย่างต่อเนื่องและยาวนาน อีกทั้งมีแนวโน้มว่า จะเป็นศัตรูกันต่อไปอีก จนกว่าเผ่าพันนธุ์ใดจะหายไปจากโลก ถิ่นแถวบ้านเรา เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ละประเทศเต็มไปด้วยยุง สมัยก่อนยังไม่มีกล้องถ่ายภาพ ชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาแถบบ้านเรา ได้เขียนภาพชีวิตชาวบ้านขณะนอนหลับใต้ต้นไม้ไว้ ตามร่างกายมียุงหลายตัวเกาะกินเลือด ยุงคงกินอย่างสบายอารมณ์ ส่วนคนก็หลับสบายเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผู้เขียนเคยเดินทางไปในประเทศยุโรป ยุงบางประเทศแทบไม่มี อย่างประเทศที่เป็นเมืองหนาว ยิ่งหนาวเป็นน้ำแข็งยุงยิ่งไม่มี เพราะยุงตัวนิดเดียว ขนาดน้ำทั้งแม่น้ำยังเป็นน้ำแข็ง ยุงมีเลือดในตัวนิดเดียวแถมบอบบาง ถ้าขืนโผล่เข้าไปรับประกันได้ว่าแข็งตายแหงแก๋ ส่วนประเทศไทยอากาศร้อนชื้น แหล่งน้ำมากมาย เหมาะสำหรับการเพาะพันธุ์ยุงเป็นที่ยิ่ง น่าสงสารชาวชาวยุโรปที่เดินทางเข้ามา หลายคนต้องจบชีวิตลงด้วยไข้มาลาเรีย การรักษาไข้นี้ชาวยุโรปอาจมีการคิดค้นผลิตวัคซีนได้แล้ว แต่เมื่อเดินทางเข้ามาแถบบ้านเรา การเดินทางไม่สะดวก เชื่องช้า กว่าจะเดินทางกลับไปรักษาในประเทศได้ ต้องใช้เวลานาน ดังนั้น ต้องรักษาไปตามมีตามเกิด หลายคนต้อ
กระทาย เป็นของใช้ชาวบ้านสมัยก่อน กระทาย ดูไปก็เหมือนกระบุงขนาดเล็ก สมัยโบราณคนไทยเคยใช้เป็นเครื่องตวงข้าว วิธีนับคือ 2 กระทายเท่ากับ 1 กระบุง หน่วยวัดนี้ กาลเวลาผ่านไป ก็เหลือไว้เพียงชื่อ เด็กรุ่นใหม่แทบไม่มีใครรู้และเข้าใจ เพราะเครื่องตวงสมัยใหม่แสนจะทันสมัย และแพร่หลายโดยทั่วไป บางท้องถิ่น อย่าง อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี เรียกกระทายว่า กระเช้า ท้องถิ่นอื่นๆ อาจเรียกชื่อต่างกันไป ตามคำเรียกขานของผู้เฒ่าผู้แก่ แต่ความหมายคือ เครื่องมือใช้ตวงชนิดเดียวกัน คำว่า กระทาย มีอยู่สองความหมาย ถ้าเป็นคำนาม กระทาย หมายถึง ภาชนะคล้ายกระบุง แต่ถ้าเป็นคำกริยา หมายถึง อาการกระทบให้เมล็ดข้าวที่ใส่กระด้งแยกออกจากแกลบ ดังบทเพลงลูกทุ่งของ เมืองมนต์ สมบัติเจริญ ชื่อ หนุ่มสุพรรณ ท่อนหนึ่ง ความว่า “พี่จะเป็นคนตำเสียให้รำอ่อน ให้น้องรักเป็นคนร่อน คนกระทาย” ร่อน หมายถึง การเอาเมล็ดข้าวใส่ตะแกรงร่อน ส่วนกระทายนั้น หมายถึง การเอาเมล็ดข้าวที่ตำแล้วใส่กระด้ง แล้วใช้มือกระทบขอบกระด้งเป็นจังหวะ การกระทายเมล็ดข้าว สาวๆ สมัยก่อนคงรู้จักกันดี ไม่อย่างนั้น เมืองมนต์ สมบัติเจริญ ร้องเพลงออกไป คนคงไม่เข้าใจ กระทาย เค
นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) กล่าวว่า ในช่วงนี้ประเทศไทยอยู่ในฤดูฝน ทำให้มีฝนตกอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ เกิดน้ำท่วมขังและในบางพื้นที่มีน้ำขังตามภาชนะต่างๆ อาจเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของลูกน้ำยุงลายได้ สถานการณ์โรคไข้เลือดออกในปีนี้ ตั้งแต่ 1 มกราคม-7 สิงหาคม 2561 มีผู้ป่วยแล้ว 41,094 ราย เสียชีวิต 48 ราย โดยผู้ป่วยเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ที่ผ่านมา 3,301 ราย และกลุ่มอายุที่พบมากที่สุด คือ กลุ่มวัยเรียนถึงวัยทำงาน (อายุ 10-34 ปี) รวมกว่าร้อยละ 60 ของผู้ป่วยทั้งหมด “ในช่วงหน้าฝนปีนี้ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน-กันยายน จะพบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกมากกว่า 10,000 รายต่อเดือน เห็นได้จากจำนวนผู้ป่วยในเดือนมิถุนายนและกรกฎาคม คือ จำนวน 13,233 และ 10,812 ราย ตามลำดับ เฉพาะเดือนพฤษภาคมก่อนเข้าฤดูฝน กับเดือนมิถุนายนที่เป็นฤดูฝนแล้ว พบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว คือ 7,020 รายเพิ่มเป็น 13,233 ราย ของเดือนพฤษภาคม และเดือนมิถุนายน โดยในช่วงนี้ทุกภาคของประเทศไทยยังคงมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไข้เลือดออกได้” นพ.สุวรรณชัยกล่าว อธิบดี คร.กล่าวว่า ขอแนะนำให้ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น ผู้ใหญ่ ผู
นพ. อุทิศศักดิ์ หริรัตนกุล นายแพทย์สาธารณสุข จ.สงขลา เปิดเผยว่า ใน จ.สงขลา มีผู้ป่วยมาลาเรีย 44 ราย ใน 6 อำเภอ ได้แก่ อ.สะบ้าย้อย สะเดา จะนะ นาทวี เมือง และ อ.คลองหอยโข่ง ผู้ป่วยส่วนใหญ่ อยู่ในกลุ่มอายุที่เป็น 25-44 ปี ร้อยละ 36.36 กลุ่มอายุ 15-24 ปี ร้อยละ 27.27 มากกว่า 45 ปี ร้อยละ 15.91 มีเป้าหมายใน ปี 2567 ให้ทุกอำเภอปลอดจากการแพร่เชื้อมาลาเรีย ซึ่งพื้นที่ชายแดนที่มีป่า สวนป่า “ควบคุมและยับยั้งการแพร่เชื้อมาลาเรีย 5 มาตรการหลักคือ จัดการในผู้ป่วยเข้าถึงบริการได้ง่าย ไม่ต้องเดินทางไปโรงพยาบาล สามารถเข้ารับบริการได้ที่คลินิกมาลาเรียของศูนย์ควบคุมโรคติดต่อนำโดยแมลง ให้มุ้งชุบสารเคมีครอบคลุมประชากรพื้นที่เสี่ยง ฉีดพ่นสารเคมีที่มีฤทธิ์ตกค้างเพื่อฆ่ายุงก้นปล่อง เฝ้าระวังผู้ป่วยมาลาเรียในพื้นที่ และให้บริการเฝ้าระวังควบคุมโรคในประชากรกลุ่มเคลื่อนย้ายและแรงงานข้ามชาติ” นพ.อุทิศศักดิ์ เปิดเผยว่า โรคไข้มาลาเรียมียุงก้นปล่องเป็นพาหะนำโรค มีแหล่งเพาะพันธุ์ยุงบริเวณภูเขาสูง ป่าทึบ สวนยางพารา แหล่งน้ำธรรมชาติ เริ่มออกหากินเวลาใกล้ค่ำจนรุ่งสาง ประชาชนที่อาศัยหรือเดินทางไปพักค้างคืนในพื้นที่แพร่เช
