ยูเครน
หลายเดือนก่อนเราคุยกันเรื่องสงครามรัสเซียบุกยูเครนที่มีผลต่อชาวไร่ชาวนาในยูเครนแบบเลือดตากระเด็น บัดนี้สงครามยืดเยื้อมาเกิน 1 ปีแล้ว ระเบิดตูมตามไปทั้งประเทศยูเครน คนสงสัยว่าป่านนี้ไร่นามิแหลกลาญไปหมดแล้วหรือ แหลกลาญอย่างน่าเศร้านั้นจริง จะมีอะไรน่าสลดหดหู่กว่าการที่ชาวบ้านตาดำๆ ทำมาหากิน หลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน เก็บหอมรอมริบ แล้ววันหนึ่งจู่ๆ ระเบิดลงตูม ทุกอย่างหายราบในพริบตา ประเมินกันว่าพื้นที่เกษตรกรรมของยูเครนเสียหายไปกว่า 1 ใน 4 ของประเทศ สงครามที่รัสเซียเริ่มขึ้น เหมือนไม่อยากให้มันจบเร็ว เพราะกระจายระเบิดไปทั่วประเทศ ไม่ได้เน้นจุดยุทธศาสตร์ใดๆ เป็นพิเศษ ประเทศยูเครนซึ่งเป็นประเทศเกษตรกรรม จึงต้องสังเวยไร่นาวัวควายให้กับสงครามนี้อย่างมหาศาล แต่ถามว่าชาวนาเขาซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนักนี้ หมอบกระแตซับน้ำตาน่าสงสารไหม ตอบด้วยความเคารพอย่างสุดหัวใจว่า ไม่เลย พวกเขายังเดินหน้าทำไร่นา ปลูกผัก เลี้ยงหมู เลี้ยงแกะ เลี้ยงวัว เลี้ยงควายต่อไปสุดแรง ไม่ใช่เพราะกลัวจะยากจนไม่มีกิน แต่ชาวไร่ชาวนายูเครนยืนยันว่าการเดินหน้าทำมาหากินต่อไปคือการต่อสู้อย่างหนึ่ง “เขาทำลายไร่นาเราเพื่อให้เราหมดเนื้อปร
หลังห่างหายไประยะหนึ่ง เรากลับมาพบกันอีกครั้ง จับเข่าคุยถึงวิถีชีวิตในเรือกสวนไร่นาจากทั่วโลก ขอบคุณบรรณาธิการที่ให้โอกาส ขอบคุณผู้อ่านที่ยังต้อนรับขับสู้ ปฐมบทของการกลับมา มีเรื่องที่เราน่าจะรับรู้ร่วมกัน ไม่ใช่เรื่องสุข แต่เป็นเรื่องชีวิตของคนร่วมโลก ร่วมการงานเดียวกันกับเรา เรื่องเล่าจากท้องทุ่งยูเครน สงครามรัสเซีย-ยูเครน รอบล่าสุด (เขารบกันมาหลายรอบ) ที่เริ่มมาตั้งแต่กุมภาพันธ์ 2565 ไม่ได้แค่พรากชีวิตหมื่นแสนไปเท่านั้น มันได้พรากท้องไร่ท้องนาไปจากมือเกษตรกร พรากอาหารไปจากปากท้องที่กำลังหิวโหยโดยไม่ฟังอีร้าค่าอีรมใดๆ ยูเครนเหมือนเมืองไทยตรงที่ดินดีน้ำดี ปลูกอะไรก็งดงาม จึงเป็นผู้ผลิตอาหารรายใหญ่ของโลก เหมือนที่ไทยเป็น ในยุโรปเขายกให้ยูเครนเป็น bread basket หรือตะกร้าขนมปัง เป็นแหล่งอาหารสำคัญเลี้ยงดูผู้คนในย่านนั้น ถ้าเป็นแถวบ้านเราก็คือจัดว่าเป็นอู่ข้าวอู่น้ำนั่นเอง ก่อนสงคราม หรือเอาชัดๆ คือปีที่แล้วนี่เอง ยูเครนเป็นยักษ์อันดับที่ 4 ของโลกในการส่งออกธัญพืชต่างๆ ที่จัดเป็นวัตถุดิบหลักในการปรุงอาหารของฝรั่ง ไล่ตั้งแต่ขนมปังที่ต้องใช้ข้าวสาลี ข้าวฟ่าง หรือข้าวบาร์เลย์ที่เอาไปทำอาหาร
นางฉวีวรรณ คำพา นายกสมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวถึงสถานการณ์ความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครนที่ได้พัฒนาความตึงเครียดไปจนถึงขีดสุดว่ากำลังมีผลอย่างยิ่งต่อราคาธัญพืช ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญของการผลิตอาหารสัตว์ เนื่องจากรัสเซียและยูเครนเป็นแหล่งเพาะปลูกสำคัญ ทั้งข้าวสาลี ข้าวโพด ซึ่งอาจไม่สามารถเก็บเกี่ยวหรือทำการส่งออกได้ตามปกติ รวมถึงภัยแล้งในบราซิลที่กระทบปริมาณผลผลิตถั่วเหลืองด้วย โดยราคาข้าวสาลีนำเข้าซึ่งเป็นวัตถุดิบที่ใช้ในการเลี้ยงไก่ ราคาปรับสูงขึ้นจาก 8-9 บาทต่อกิโลกรัม เมื่อปี 2564 เพิ่มเป็น 12 บาทต่อกิโลกรัมในปัจจุบัน ขณะที่ข้าวโพดในประเทศไทยมีราคาปรับไปถึง 11.10 บาทต่อกิโลกรัม และกำลังส่งผลกระทบทางอ้อมต่อวัตถุดิบชนิดอื่นที่มีแนวโน้มราคาสูงตามไปด้วย ปัจจุบันวัตถุดิบอาหารสัตว์ส่วนใหญ่ราคาขึ้นมาสูงกว่า 50-60% แล้ว ยังไม่นับราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่จะสูงขึ้นทำให้ต้นทุนค่าขนส่งปรับเพิ่มด้วย “ต้นทุนการผลิตเนื้อไก่สูงขึ้นต่อเนื่อง แต่ราคาเนื้อไก่และไข่ไก่กลับถูกตรึงอยู่ ไม่สะท้อนต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น หากวัตถุดิบทุกชนิดมีราคาสูงเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ เกษตรกรคนเลี
