ย่านาง
ย่านาง เป็นผักพื้นบ้านที่ชาวบ้านอย่างเราๆ รู้จักมักคุ้นกันดี แต่สำหรับผู้ที่เคยแต่ได้ลิ้มรส เคยได้ยินแต่ชื่อ อาจจะไม่ค่อยได้รู้ว่า รูปลักษณ์เป็นอย่างไร กำลังนินทาถึง “ย่านาง” หรือผักย่านาง เถาย่านาง เคยฟังเพลงลูกทุ่งเพลงหนึ่งที่เพราะมากและเก่ามาก ชื่อเพลงมนต์รักลูกทุ่ง รำพันวรรคหนึ่งว่า เห็ดตับเต่าขึ้นอยู่ริมเถาย่านาง มองเห็นบัวสล้างลอยอยู่ริมบึง…ย่านาง เป็นไม้เลื้อยชนิดหนึ่ง มีสรรพคุณที่เป็นประโยชน์แก่คนเรามาก ประโยชน์ทางยา ประโยชน์ทางอาหาร และประโยชน์ทางเครื่องใช้ไม้สอย อาหารหลายอย่าง ที่จะอร่อยได้รสชาติสมจริงของพื้นถิ่นและทางภาคอีสานและภาคเหนือ แกงหน่อไม้ สิ่งที่ขาดไม่ได้คือ น้ำคั้นจากใบเถาย่านาง โดยนำเอาใบย่านาง หรือเถาย่านางมาโขลกให้แตก แล้วคั้นน้ำเย็นสะอาดธรรมดา ได้น้ำคั้นที่ข้นเหนียว สีเขียวคล้ำ มีคนทดลองใช้เครื่องปั่น น้ำที่ได้ข้นเหนียวก็จริงแต่สีขุ่นเหมือนขี้โคลน สู้คั้นด้วยมือไม่ได้ น้ำคั้นนี้ใช้ผสมต้มกับหน่อไม้สดที่ซอย หั่น ทุบแล้ว แต่ถ้าจะทำซุบหน่อไม้ มักจะต้มทั้งหน่อไม้แล้วเอาออกมาปรุงซุบหน่อไม้ จริงๆ แล้วน่าจะเรียกว่า ลาบ หรือยำหน่อไม้มากกว่า เพราะซุปทำให้มองเห็นน้ำต้มจืด
ย่านาง หรือ Tiliacora triandra Diels อยู่ในวงศ์ Menispermaceae ย่านาง มีถิ่นกำเนิดในตอนกลางของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พืชวงศ์ย่านางนี้มีราว 70 ตระกูล ส่วนใหญ่เป็นไม้เลื้อยในป่าเขตร้อนและในป่าไม้ผลัดใบในทวีปเอเชียและอเมริกาเหนือ ย่านางพบขึ้นตามป่าผลัดใบ ป่าดงดิบ และป่าโปร่ง ในทุกภาคของประเทศไทย ภาคกลาง เรียก เถาย่านาง เถาหญ้านาง เถาวัลย์เขียว หญ้าภคินี เชียงใหม่ เรียก จ้อยนาง จอยนาง ผักจอยนาง ภาคใต้ เรียก ย่านนาง ยานนาง ขันยอ ยาดนาง วันยอ ภาคอีสาน เรียก ย่านาง ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ย่านาง เป็นไม้เลื้อย เป็นเถากลมขนาดเล็กเหนียวมีสีเขียว เถาอ่อนมีขนอ่อนปกคลุม เถาแก่ผิวเรียบมีสีเข้ม มีข้อห่างๆ รากมีขนาดใหญ่ มีหัวใต้ดิน ใบ เป็นใบเดี่ยวติดกับลำต้นแบบสลับ ใบคล้ายรูปไข่ หรือรูปไข่ขอบขนาน ปลายใบเรียว ฐานใบมน ขนาดใบยาว 5-10 เซนติเมตร กว้าง 2-4 เซนติเมตร ขอบใบเรียบ ผิวใบเป็นคลื่นเล็กน้อย ก้านใบยาว 1-1.5 เซนติเมตร ใบมีสีเขียวเข้ม หน้าและหลังใบเป็นมัน ดอก แยกเพศอยู่คนละต้น ไม่มีกลีบดอก ออกเป็นช่อตามซอกใบและตามลำต้น ช่อหนึ่งมี 3-5 ดอก ยาว 2-5 เซนติเมตร ต้นเพศผู้ จะมีดอกสีน้ำตาล อับเรณูสีเหลืองอ่อน ดอกย
ย่านาง เป็นผักพื้นบ้านที่ชาวบ้านอย่างเราๆ รู้จักมักคุ้นกันดี แต่สำหรับผู้ที่เคยแต่ได้ลิ้มรส เคยได้ยินแต่ชื่อ อาจจะไม่ค่อยได้รู้ว่า รูปลักษณ์เป็นอย่างไร กำลังนินทาถึง “ย่านาง” หรือผักย่านาง เถาย่านาง เคยฟังเพลงลูกทุ่งเพลงหนึ่งที่เพราะมากและเก่ามาก ชื่อเพลงมนต์รักลูกทุ่ง รำพันวรรคหนึ่งว่า เห็ดตับเต่าขึ้นอยู่ริมเถาย่านาง มองเห็นบัวสล้างลอยอยู่ริมบึง…ย่านาง เป็นไม้เลื้อยชนิดหนึ่ง มีสรรพคุณที่เป็นประโยชน์แก่คนเรามาก ประโยชน์ทางยา ประโยชน์ทางอาหาร และประโยชน์ทางเครื่องใช้ไม้สอย อาหารหลายอย่าง ที่จะอร่อยได้รสชาติสมจริงของพื้นถิ่นและทางภาคอีสานและภาคเหนือ แกงหน่อไม้ สิ่งที่ขาดไม่ได้คือ น้ำคั้นจากใบ เถาย่านาง โดยนำเอาใบย่านาง หรือเถาย่านางมาโขลกให้แตก แล้วคั้นน้ำเย็นสะอาดธรรมดา ได้น้ำคั้นที่ข้นเหนียว สีเขียวคล้ำ มีคนทดลองใช้เครื่องปั่น น้ำที่ได้ข้นเหนียวก็จริงแต่สีขุ่นเหมือนขี้โคลน สู้คั้นด้วยมือไม่ได้ น้ำคั้นนี้ใช้ผสมต้มกับหน่อไม้สดที่ซอย หั่น ทุบแล้ว แต่ถ้าจะทำซุบหน่อไม้ มักจะต้มทั้งหน่อไม้แล้วเอาออกมาปรุงซุบหน่อไม้ จริงๆ แล้วน่าจะเรียกว่าลาบ หรือยำหน่อไม้มากกว่า เพราะซุบทำให้มองเห็นน้ำ
ย่านาง เป็นผักที่ปลูกขึ้นเฉพาะถิ่น พบในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของเราเท่านั้น พืชชนิดนี้มีฤทธิ์เป็นยาเย็น สรรพคุณ แก้ไข้ ถอนพิษผิดสำแดง แก้เมารถ เมาเรือ แก้เมาสุรา มีการใช้แบบน้ำคั้นเป็นส่วนประกอบของอาหาร ซึ่งในใบย่านางมีวิตามิน แร่ธาตุที่มีประโยชน์มากมายรวมทั้งเส้นใย คนไทยทุกภาคต่างก็ใช้ย่านางประกอบอาหาร ไม่ว่าจะเป็นซุบหน่อไม้ แกงเปรอะ แกงขี้เหล็ก ทางภาคใต้บางพื้นที่ใช้ยอดอ่อนใส่ในแกงเลียง เป็นต้น ส่วนในตำรับยาพื้นบ้านทุกภาค มีการใช้ย่านางในการรักษาโรคหลายชนิด เช่น นำใบย่านางมาล้างให้สะอาด ขยี้คั้นน้ำทาแก้งูสวัด อาการคันผิวหนัง ตุ่มที่มีอาการออกร้อน เป็นต้น นอกจากนี้ ในตำรับยาห้าราก หรือ เบญจโลกวิเชียร มีสรรพคุณตามบัญชียาจากสมุนไพรว่า บรรเทาอาการไข้ โดยมีรากย่านางรวมทั้งรากชิงชี่ รากเท้ายายม่อม รากมะเดื่ออุทุมพร รากสีฟันคนทา อย่างละเท่าๆ กันเป็นส่วนประกอบ ด้วยเหตุนี้ สถานการณ์การดื้อยาของเชื้อต่างๆ กำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ การค้นหายาที่มีประสิทธิภาพในการรักษาหรือยับยั้งเชื้อ จึงเป็นเป้าหมายของวงการทางการแพทย์อันดับต้นๆ ซึ่งตำรับยาไทยนั้น ก็เป็นอีกความหวังหนึ่
อาจเป็นเพราะกระแสสุขภาพทำให้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กระแสของ “ต้มยำเห็ดรวม” มาแรง ที่น่าสนใจคือ การใส่น้ำคั้น ใบย่านาง ในต้มยำเห็ด แกงอ่อม แกงเลียง แกงเปรอะ ฯลฯ ช่วยเพิ่มความแซ่บ หอมยิ่งนัก ล่าสุด ในหมวดน้ำสมุนไพร ซึ่งมีตั้งแต่น้ำใบบัวบก น้ำนมข้าวโพด น้ำเบอรี่ น้ำแรดิช เริ่มมี “น้ำใบย่านาง” “ย่านาง” เป็นสมุนไพรเพื่อการรักษาโรคมานาน หมอยาอีสานเรียกว่า “หมื่นปี บ่ เฒ่า” แปลว่าขนาดอายุถึงหมื่นปียังไม่แก่! เพราะช่วยปรับสมดุลในร่างกาย ตามตำราว่า ย่านาง มีฤทธิ์เย็น มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงจึงจัดเป็นยาอายุวัฒนะ ป้องกันโรคได้สารพัดตั้งแต่ความดันสูง เบาหวาน ปวดตามกล้ามเนื้อ รักษาอาการเกร็งชัก โรคเกาต์ ภูมิแพ้ ว่ากันว่าหากดื่มน้ำคั้นใบย่านางเป็นประจำช่วยลดขนาดก้อนเนื้อร้ายให้ฝ่อและเล็กลงได้ ฯลฯ ใบย่านาง เมื่อนำมาเป็นส่วนผสมในอาหาร เช่นในแกงหน่อไม้จะช่วยต้านพิษกรดยูริกในหน่อไม้ได้ อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยโรคไตระยะสุดท้ายไม่ควรดื่มน้ำคั้นใบย่านาง เพราะสารอาหารอย่างวิตามินเอ ฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมที่อยู่ในใบย่านาง จะทำให้การทำงานของไตลดลง ที่มา : นสพ.มติชน
