รถพุ่มพวง
บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) หรือ SPC ผู้จัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคชั้นนำของไทย นำโดย นายเวทิต โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการ และ นายพีระพล จันทร์วิจิตร ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ร่วมงานแถลงข่าวเปิดกิจกรรม “ไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพ : พาณิชย์รถพุ่มพวง ลดราคาช่วยประชาชน” เพื่อร่วมขับเคลื่อนภารกิจช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล กิจกรรม “ไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพ : พาณิชย์รถพุ่มพวง ลดราคาช่วยประชาชน” เป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการนำสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวันออกจำหน่ายในราคาพิเศษ เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนทั่วประเทศ ผ่านเครือข่ายรถพุ่มพวงจำนวน 3,800 คัน รวมถึงตลาดสด จุดจำหน่ายของไปรษณีย์ไทย และพื้นที่ชุมชนกว่า 1,000 แห่งทั่วประเทศ โดย SPC ได้ร่วมสนับสนุนสินค้าอุปโภคบริโภคในราคาพิเศษ
รถพุ่มพวง รถเร่ รถกับข้าว เป็นอีกหนึ่งอาชีพที่ในช่วงวิกฤตนี้ไม่ได้หยุดทำงาน เพราะเป็นกำลังสำคัญอีกช่องทางหนึ่งในการกระจายอาหาร นำผลผลิตทางการเกษตรจากเกษตรกร ส่งตรงถึงผู้บริโภคในพื้นที่ต่างๆ เมื่อวันที่ 8 พ.ศ. 2563 บริษัท อีสท์ เวสท์ ซีด จำกัด บริษัทเมล็ดพันธุ์อันดับ 1 ของประเทศไทย หรือที่ทุกคนรู้จักกันดีในนามศรแดง ได้เห็นความสำคัญของความปลอดภัยของพ่อค้าแม่ค้ารถเร่ในช่วงวิกฤต Covid-19 จึงร่วมกับตลาดสี่มุมเมือง ซึ่งเป็นตลาดกลางซื้อขายผักอันดับ 1 ของประเทศไทย นำชุดป้องกัน covid-19 แจกพ่อค้าแม่ค้ารถเร่ จำนวน 100 ชุด ใน 1 ชุด ประกอบด้วย หน้ากากผ้า 1 ชิ้น เฟสชิลด์ 1 อัน แอลกอฮอล์สเปรย์ 1 ขวด เมล็ดพันธุ์ตราศรแดง 50 ซอง ซึ่งเมล็ดพันธุ์สำหรับให้รถเร่ มอบไว้สำหรับแจกลูกค้าที่มาซื้อผัก เพื่อนำไปปลูกเองที่บ้าน และเป็นการสนับสนุนให้ทุกคนปลูกผักอยู่ที่บ้าน หยุดเชื้อเพื่อชาติอีกทางหนึ่ง คุณนพพร สีนวล ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ตลาดสี่มุมเมืองกล่าวว่า “ทางเรามีเครื่อข่ายรถเร่ สี่มุมเมือง #กองทัพเสบียงสี่มุมเมือง ที่ยังคงออกวิ่งส่งตรงอาหารอยู่ทุกวัน ทั้งเวลาเช้า กลางวัน และเย็น ในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล
เมื่อวันที่ 27 มี.ค. เชียงใหม่นิวส์ รายงานข่าวเรื่องรถพุ่มพวง โดยในข่าวระบุว่า ผู้ค้าเร่แบบรถเร่ไม่ได้ขายดีเหมือนก่อน ถ้ามีรถมินิมาร์ทเคลื่อนที่มาเร่ขายด้วยก็คงยิ่งเดือดร้อน นางแก้ว เนินกระโทก วัย 52 ปี กล่าวว่า การนำรถกระบะมาบรรทุกสินค้าที่จำเป็นในชีวิตประจำวันเร่ขายตามชุมชน ซึ่งชาวบ้านเรียกว่ารถพุ่มพวงนั้น นับวันยิ่งลดน้อยลง เพราะมีการเปิดตลาดนัดชุมชนแทบทุกที่ จึงไม่มีความจำเป็นที่ชาวบ้านจะออกมาซื้อหาสินค้า ถ้ามีรถมินิมาร์ทเคลื่อนที่ของผู้ค้ารายใหญ่เร่ไปตามชุมชนแบบนั้นก็คงแย่เหมือนกัน ด้าน นายชัย (นามสมมติ) ผู้ค้าเร่รายหนึ่งกล่าวว่า การค้าขายแบบรถเร่ ทำมากว่า 20 ปี พอกินพอใช้เหลือวันละพันกว่า ไม่ได้ขายดีเหมือนก่อน ที่หักต้นทุนค่าน้ำมันรถ ค่าซื้อของ ซึ่งก่อนนั้น 2,000-3,000 บาท สบายๆ น่าจะแบ่งให้คนจนมีที่ค้าขายบ้าง แค่เปิดมินิมาร์ท บรรดาร้านโชห่วยก็ย่ำแย่กันหนัก “ที่ยึดอาชีพรถเร่ขายของ จนส่งลูกเรียนจบได้ ก็พอมีลูกค้าประจำ รถพุ่มพวงแบบรถยนต์เร่ก็อีกกลุ่ม รถมอเตอร์ไซค์ รถพ่วงก็เร่ขายตามชุมชนอีกแบบ ถ้ามีรถมินิมาร์ทเร่ตามชุมชนก็คงเดือดร้อนกัน แต่สินค้าน่าจะคนละแบบ คนละกลุ่มตลาดมั้ง” นายเอ
