รถยนต์
หลายคนที่มีรถน่าจะเคยแอบคิดกันอยู่บ้างไม่มากก็น้อย ว่าการทำประกันรถยนต์มันจำเป็นจริงๆ เหรอ เพราะที่ผ่านมา ก็ไม่ได้มีอุบัติเหตุในการเคลมประกันเลยสักครั้ง การทำประกันรถอยู่ทุกปี จะเป็นการเสียเงินฟรีโดยเปล่าประโยชน์ไหม ใครที่กำลังคิดแบบนี้อยู่ เรามี 4 เหตุผล ที่เป็นข้อดีของการทำประกันติดรถไว้มาฝากกัน แบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย แม้ว่าอุบัติเหตุ จะเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิด แต่เราทุกคนย่อมรู้กันดีว่า เหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้เสมอ และหากมันเกิดขึ้นมาแล้ว ภาระค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมรถ ก็เป็นอีกหนึ่งปัญหาใหญ่ด้านการเงินที่ทุกคนกลัว การมีประกันรถยนต์ไว้คุ้มครองค่าใช้จ่ายส่วนนี้ จะช่วยให้เราไม่ต้องควักเนื้อตัวเองในการซ่อมแซมรถ ยิ่งในกรณีที่เราเป็นฝ่ายผิด หากไม่มีประกันรถคุ้มครอง เราก็จะต้องจ่ายให้กับทางคู่กรณีเป็นเงินก้อนใหญ่อีกเช่นกัน อำนวยความสะดวกในยามเกิดเหตุ อีกหนึ่งข้อดีที่หลายคนยังไม่รู้ หากเราทำประกันรถยนต์เอาไว้ เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุชนหนักที่ร้ายแรง หรือจะเป็นอุบัติเหตุรถเสียต้องจอดข้างทางก็ตาม เราสามารถติดต่อบริษัทประกันเพื่อขอความช่วยเหลือได้ตลอด 24 ชั่วโมง จึ
เมื่อเราใช้งานรถยนต์ไปนานๆ เป็นเรื่องธรรมดาที่จะมีสิ่งสกปรกมาเกาะติดอยู่ตามที่ต่างๆ ภายในรถยนต์ ถ้าปล่อยทิ้งไว้ ไม่ทำความสะอาดอย่างเหมาะสม ก็จะทำให้เกิดการหมักหมมจนทำให้รถมีกลิ่นเหม็นอับและดูเก่าได้ เพื่อให้คุณสามารถดูแลรถยนต์คันโปรดให้ดูใหม่และมีกลิ่นหอมสะอาดอยู่เสมอ เราได้รวม 5 จุดอับของรถยนต์ที่มักมีสิ่งสกปรกไปเกาะติดอยู่บ่อยๆ พร้อมวิธีจัดการอย่างเหมาะสมมาให้แล้ว ตามไปดูกันเลย! รวม 5 จุดอับของรถยนต์ที่มักจะมีสิ่งสกปรกไปเกาะติดอยู่บ่อยๆ สำหรับใครที่มีปัญหารถยนต์มีกลิ่นอับ แม้ว่าจะทำความสะอาดภายในรถแล้ว ก็ยังมีกลิ่นอยู่ดี 5 จุดอับภายในรถยนต์ต่อไปนี้อาจเป็นคำตอบที่คุณกำลังมองหาอยู่ 1. บริเวณห้องเครื่องยนต์ คุณสามารถทำความสะอาดจุดอับบริเวณห้องเครื่องยนต์ได้ง่ายๆ ด้วยการเปิดฝากระโปรงรถ แล้วค่อยเริ่มทำความสะอาดด้วยเครื่องดูดฝุ่นหรือเครื่องเป่าลมเพื่อดูดฝุ่นออก เป็นวิธีง่ายๆ ที่จะช่วยขจัดสิ่งสกปรกต่างๆ ในบริเวณห้องเครื่องยนต์ได้อย่างหมดจด แต่แนะนำให้ทำตอนที่ไม่ได้ใช้งานและเครื่องยนต์ไม่ร้อน เพื่อความปลอดภัย 2. บริเวณช่องระบายอากาศในห้องโดยสารรถยนต์ ช่องระบายอากาศในห้องโดยสารรถยนต์เป็นอีกหน
ในปัจจุบันรถยนต์ระบบเกียร์ CVT มีจำนวนมากยิ่งขึ้น เนื่องจากเป็นระบบขับเคลื่อนที่ล้ำสุดๆ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขับเคลื่อนความเร็วพร้อมกับความปลอดภัยได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ สามารถมั่นใจทุกการขับขี่ ว่าด้วยการขับรถยนต์ระบบเกียร์ CVT ก็มีวิธีการดูแลที่ไม่ได้ยุ่งยากอะไรมากนัก หัวใจสำคัญเลยก็คือ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่ของผู้ใช้รถ ที่จะช่วยยืดอายุการใช้งานของระบบเกียร์ CVT ได้ โดยมีคำแนะนำดังนี้ หลีกเลี่ยงพฤติกรรมการออกตัวแบบกระชากคันเร่ง สำหรับการขับขี่รถยนต์ด้วยระบบเกียร์ CVT เรียกได้ว่าเป็นระบบการขับเคลื่อนที่เน้นการไต่ระดับความเร็ว ลดอาการกระชากเพราะอาจจะก่อให้เกิดอันตรายได้ หากมีการเหยียบคันเร่งแบบไม่ยั้งจะทำให้ระบบเกียร์ CVT พุ่งทะยานแบบควบคุมไม่อยู่เลยทีเดียว แถมทำให้ระบบเกียร์ CTV พังเร็วมากยิ่งขึ้น ขอแนะนำให้ออกตัวแบบไต่ระดับซึ่งจะทำให้สามารถรักษาประสิทธิภาพของระบบเกียร์ได้เป็นอย่างดี ลดจังหวะของการขับรถแบบคิกดาวน์ สำหรับผู้ขับขี่รถระบบเกียร์ CVT มีพฤติกรรมการขับรถแบบคิกดาวน์ หรือการเหยียบคันเร่งเพื่อเค้นการทำงานระบบเครื่องอยู่หรือไม่ ซึ่งหากเรียกกันง่ายๆ เลยก็คือ การขับรถแบบเห
นายกมล บูรณพงศ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก และโฆษกกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ผู้ที่ต้องการซื้อขายรถมือสองทั้งการซื้อต่อจากบุคคล หรือเต็นท์รถมือสอง ควรดำเนินการโอนทางทะเบียนด้วยตนเอง พร้อมนำรถเข้าตรวจสภาพ ณ สำนักงานขนส่งที่รถนั้นจดทะเบียน เพื่อความมั่นใจว่าได้แจ้งเปลี่ยนชื่อผู้ครอบครองรถในระบบฐานข้อมูลทางทะเบียนรถกับกรมการขนส่งทางบกเรียบร้อยแล้ว ไม่ควรซื้อขายรถด้วยวิธีการโอนลอย โดยเซ็นเอกสารไว้แล้วมาดำเนินการในภายหลัง เนื่องจากอาจก่อปัญหาให้ทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย เช่น กรณีผู้ซื้อไม่ดำเนินการชำระภาษีรถประจำปี รถเกิดอุบัติเหตุ หรือนำรถไปกระทำผิดกฎหมายซึ่งยังคงปรากฏชื่อเจ้าของรถรายเดิมในระบบทะเบียน สร้างปัญหายุ่งยากให้เจ้าของรถรายเดิม นอกจากนี้ การไม่นำรถเข้ามาดำเนินการโอนทางทะเบียนยังทำให้ผู้ซื้อไม่อาจตรวจสอบความถูกต้องของรถได้โดยสมบูรณ์ว่าเป็นรถที่ถูกโจรกรรมมาหรือไม่อีกด้วย ส่วนกรณีที่มีการพบข้อมูลทางทะเบียนรถในใบสั่งไม่ตรงกับข้อมูลผู้ครอบครองรถในปัจจุบัน ซึ่งอาจเกิดจากการซื้อขายที่ไม่ได้ดำเนินการทางทะเบียนแต่เป็นเพียงการซื้อขายแบบโอนลอยที่ไม่ได้ยื่นขอดำเนินการเปลี่ยนสาระสำคัญทางทะเบียนให้
นายวีรศักดิ์ ศุภประเสริฐ รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า คาดว่าดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (เอ็มพีไอ) ปี 2560 จะไม่ถึงเป้าหมาย 2% ตามที่กระทรวงอุตสาหกรรม และ สศอ.ตั้งไว้ โดยน่าจะอยู่ที่ระดับ 1.5% เนื่องจากช่วง 10 เดือนของปีนี้ (มกราคม-ตุลาคม 2560) เอ็มพีไอขยายตัวเทียบจากช่วงเดียวกันของปี 2559 ระดับ 1.38% เท่านั้น สาเหตุหลักมาจากตัวเลขเอ็มพีไอเดือนตุลาคม 2560 เริ่มแผ่วลงอยู่ระดับ 110.41 ถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 6 เดือน นับตั้งแต่เดือนเมษายน 2560 อยู่ระดับ 100.29 โดยระดับดังกล่าวยังขยายตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2559 เพียง 0.48% ประกอบกับเอ็มพีไอได้รับผลกระทบจากยอดส่งออกรถยนต์ที่ลดลงจากเป้าหมายต้นปี และผลจากอุตสาหกรรมอาหารที่การผลิตไม่ได้เป็นไปตามเป้าเท่าที่ควรเนื่องจากได้รับผลกระทบจากกฎระเบียบว่าด้วยการทำประมงที่ผิดกฎหมาย (ไอยูยู) นายวีรศักดิ์กล่าวว่า ทั้งนี้ภาพรวมอุตสาหกรรมช่วงเดือนตุลาคมยังพบว่าสำหรับสินค้าที่ผลิตลดลง ได้แก่ อุตฯ เครื่องปรับอากาศและชิ้นส่วน ลดลง 22.44% เพราะสภาพอากาศแปรปรวนทำยอดขายลดลง อุตฯ เครื่องประดับ ลดลง 26.16% และอุตฯ การปั่นเส้นใยสิ่งท
