รองเท้านารี
ประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นแหล่งกล้วยไม้เขตร้อนที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก โดยเฉพาะกล้วยไม้รองเท้านารีพันธุ์พื้นเมืองที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศไทย ซึ่งมีจำนวน 17 ชนิด ล้วนอยู่ในสกุล paphiopedilum spp. มีชื่อสามัญว่า Lady slipper orchid ชื่อไทยว่า “รองเท้านารี” ที่เรียกชื่อดังนี้ เนื่องจากดอกมีลักษณะขอบปากงองุ้มเข้าหากัน คล้ายหัวรองเท้าของชาวดัตช์ การที่ดอกมีรูปทรงแปลกตาและสามารถใช้เป็นไม้ประดับได้ จึงได้รับความนิยมปลูกเลี้ยงอย่างแพร่หลาย กล้วยไม้รองเท้านารีจึงจัดเป็นพืชที่มีศักยภาพชนิดหนึ่งทางการตลาด การที่กล้วยไม้รองเท้านารีได้รับความนิยมในการปลูกเลี้ยงกันอย่างแพร่หลาย ทำให้มีการลักลอบเก็บออกจากป่าเป็นจำนวนมาก ในขณะเดียวกัน ป่าไม้ก็ถูกทำลายลง ทำให้ปริมาณของกล้วยไม้รองเท้านารีจากแหล่งธรรมชาติลดลงจนใกล้สูญพันธุ์ อีกทั้งกล้วยไม้รองเท้านารีจัดเป็นพืชอนุรักษ์บัญชีหมายเลข 1 ของอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพันธุ์พืชที่กำลังสูญพันธุ์ หรือที่เรียกว่า อนุสัญญาไซเตส (CITES Appendix I) ซึ่งควบคุมไม่ให้มีการส่งออกกล้วยไม้รองเท้านารีพันธุ์แท้ที่เก็บจากป่า ยกเว้นพืชอนุรักษ์ที่ได้จากการข
รองเท้านารี สกุล Paphiopedilum เป็นกล้วยไม้กึ่งดิน ในประเทศไทยพบกว่า 20 สายพันธุ์ ตั้งแต่เหนือจรดใต้ รวมถึงภาคตะวันออกและตะวันออกเฉียงเหนือ ด้วยสภาพภูมิอากาศและพื้นที่ที่แตกต่างกัน ทำให้รองเท้านารีที่พบในประเทศไทยมีความงดงามแตกต่างกัน หลายชนิดพบเฉพาะในประเทศไทย เช่น รองเท้านารีเหลืองตรัง รองเท้านารีช่องอ่างทอง รองเท้านารีขาวพังงา ภาคใต้ เป็นภาคที่มีรองเท้านารีชนิดต่างๆ ในธรรมชาติมากกว่าภาคอื่น ตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไปจนถึงจังหวัดสตูล พบรองเท้านารีในแหล่งธรรมชาติทุกจังหวัด อาจจะเป็นเพราะภาคใต้มีความชุ่มชื้นสูงจากผืนดินที่ติดทะเล รองเท้านารีเหลืองกระบี่ (Paphiopedilum exul) เป็นกล้วยไม้ที่พบในหลายจังหวัดที่ติดกับชายฝั่งอันดามัน เช่น ภูเก็ต พังงา ตรัง แต่พบมากในจังหวัดกระบี่ จึงเป็นที่มาของชื่อรองเท้านารีเหลืองกระบี่ รองเท้านารีเหลืองกระบี่ เป็นรองเท้านารีที่มีใบเขียว ไม่มีลาย เจริญเติบโตเป็นกอใหญ่ ก้านดอกยาว 10-12 นิ้ว ส่งเลยใบทำให้ดูโดดเด่น กลีบบนมีสีเหลือง มีจุดประสีน้ำตาล กระเป๋าด้านหน้ามีสีเหลืองเป็นมัน ออกดอกระหว่างเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ พบมากตามเขาหินปูนทั้งบนเกาะและเขาหินปูนบริเวณ
ในตอนที่ 4 ของบทความชุดนี้ ได้เขียนเรื่องการจัดสวนกล้วยไม้รองเท้านารีใต้ต้นไม้ใหญ่โดยเป็นการเริ่มทดลองทำมาก่อนระยะหนึ่ง คำแนะนำที่ให้ไว้จึงเป็นการประมวลจากประสบการณ์การเลี้ยงกล้วยไม้รองเท้านารีชนิดต่างๆ ที่ปลูกในกระถางพลาสติกเลี้ยงในโรงเรือนใต้ซาแรนร่วมกับกล้วยไม้อื่นๆ มาร่วม 30 ปี ผนวกกับการลองผิดลองถูกในการเริ่มนำกล้วยไม้รองเท้านารีที่ปลูกในกระถางอยู่ก่อนแล้วนี้ นำถอดออกจากกระถางเหลือแต่ราก ไม่มีวัสดุปลูก เอารองเท้านารีเหล่านี้มาปลูกในชั้นของหินบดที่เขาใช้ทำถนน (หินพวกนี้เป็นหินโดโลไมท์ หรือหินปูนชนิดหนึ่งที่มีธาตุแคลเซียมและแมกนีเซียมเป็นองค์ประกอบสูง) รายละเอียดที่แนะนำไว้ ต้องขอท่านผู้อ่านที่สนใจและยังไม่ได้อ่านโปรดตามหาอ่านในตอนที่ 4 ได้ ได้สรุปไว้ในตอนที่ 4 ว่า การจะปลูกรองเท้านารีด้วยหินล้วนๆ ไม่ใส่หรือใช้วัสดุปลูกอื่นๆ เลย มีหลักสำคัญที่ต้องปฏิบัติคือ แยกชั้นหินที่ปลูกรองเท้านารีออกจากพื้นดิน โดยให้มีอากาศกั้นกลาง ซึ่งในกรณีที่ผู้เขียนใช้คือนำกระถางดินเผาเก่าที่เคยใช้เมื่อ 20-30 ปีก่อน ที่ไม่ใช้แล้วและวางกองอยู่เป็นขยะ มาวางเรียงคว่ำลงติดๆ กัน แล้วเทหินบดเป็นชั้นอยู่ข้างบน เหต
การจัดสวนกล้วยไม้ดินรอบโคนต้นไม้ใหญ่ กล้วยไม้ดินเป็นคำเรียกรวมๆ ของกลุ่มกล้วยไม้ที่พบหรืองอกเจริญเติบโตบนพื้น (ป่า) ตรงกับภาษาอังกฤษที่เรียกกลุ่มกล้วยไม้นี้ว่า terrestrial orchids ถ้าพิจารณาถึงสภาพพื้นที่ที่กล้วยไม้เหล่านี้ขึ้นในธรรมชาติมักเป็นบนภูเขาสูง โดยมักขึ้นตามซอกหินที่มีฮิวมัสหรือในป่าใต้โคนต้นไม้ที่มีกิ่งไม้ใบไม้ผุและฮิวมัสสะสมอยู่มาก เช่น กล้วยไม้รองเท้านารี ซิมบิเดียมดอกเล็ก ลิ้นมังกร เป็นต้น ข้อสังเกตตรงนี้คือ คำเรียกกล้วยไม้ดิน ไม่ได้แปลว่ากล้วยไม้ขึ้นบนดินทั่วๆ ไป เพราะพบว่ากล้วยไม้เหล่านี้ เช่น รองเท้านารี ถ้าเอาดินมาเป็นวัสดุปลูกหรือปลูกในดินเหมือนต้นไม้ทั่วๆ ไป ส่วนใหญ่จะเน่าตายไปในเวลาไม่นาน กล้วยไม้บางชนิดปกติจะพบว่าขึ้นเกาะต้นไม้ก็มี ขึ้นอยู่ตามผาหินก็มี คืออยู่ได้ทั้งสองสภาพ อย่างไรก็ตาม มีกล้วยไม้ที่ขึ้นบนพื้นราบ บนดินร่วนทราย เช่น ซิมบิเดียมดอกเล็กหรือจุหลัน พบตามป่าพรุใกล้ทะเลทางอำเภอละเมหรือพบขึ้นบนดินลูกรังปนหินที่ผุกร่อนเชิงเขา เช่น เอื้องดินใบไผ่ พบตามเชิงเขาริมถนนทางอำเภอตะกั่วป่า เป็นต้น แนวคิดการนำกล้วยไม้ดินโดยเฉพาะกลุ่มรองเท้านารีและซิมบิเดียมมาลองเลี้ย
รองเท้านารี เป็นกล้วยไม้กึ่งดินในสกุล Paphiopedilum มีแหล่งกำเนิดอยู่ในเขตอบอุ่น และเขตร้อนแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งแต่อินเดีย ฟิลิปปินส์ พม่า มาเลเซีย และในประเทศไทยพบกล้วยไม้ชนิดนี้ขึ้นอยู่ในป่าทั่วไป ลักษณะเด่นของไม้ชนิดนี้มีรูปร่างคล้ายกับรองเท้าของสตรี และรองเท้าไม้ของชาวเนเธอร์แลนด์ กระเป๋าของรองเท้านารีมีรูปร่างลักษณะและสีสันที่แตกต่างกันไปตามชนิดพันธุ์ จึงทำให้มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว คุณชนินทรี สองเมือง อยู่บ้านเลขที่ 96 หมู่ที่ 4 ตำบลเมืองก๋าย อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นผู้ที่ชื่นชอบการปลูกกล้วยไม้รองเท้านารี นำมาพัฒนาสายพันธุ์ด้วยการผสมพันธุ์เอง ตลอดไปจนถึงดูแลไม้ให้มีคุณภาพ จำหน่ายเป็นอาชีพสร้างรายได้พร้อมความสุขที่ได้ทำในสิ่งที่รักได้เป็นอย่างดีทีเดียว คุณชนินทรี จบการศึกษาปริญญาตรี สาขาวิชาพืชสวน คณะเทคโนโลยีการเกษตร เล่าให้ฟังว่า เมื่อสมัยที่ยังเป็นนักศึกษามีความสนใจการปลูกเลี้ยงกล้วยไม้รองเท้านารี ทำให้มีโอกาสได้ซื้อไม้สะสมเป็นกิจกรรมยามว่าง หลังจบการศึกษาผ่านมาได้ 2 ปี จึงเริ่มรู้สึกว่าไม้ที่มีอยู่เพิ่มจำนวนมากขึ้น ทำให้มองถึงการพัฒนาต่อยอดสร้างเป็นธุรกิจ
