ระบบเกษตรอัจฉริยะ
นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า แปลงใหญ่ทุเรียนบ้านซำตารมย์ หมู่ที่ 7 บ้านซำตารมย์ ตำบลตระกาจ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตร โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดศรีสะเกษ ได้ใช้ระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนงานภายใต้การบูรณาการของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ซึ่งจัดตั้งเป็นแปลงใหญ่ขึ้นเมื่อปี 2559 ปัจจุบันมีความเข้มแข็ง สมาชิกมีความรู้ตั้งแต่กระบวนการผลิตจนถึงกระบวนการตลาด มีการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับพื้นที่ มีกระบวนการผลิตที่ปลอดภัยทั้งต่อผู้ผลิตและผู้บริโภค ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตลดลง ผลผลิตต่อไร่เพิ่มสูงขึ้น ผลผลิตมีคุณภาพ ได้มาตรฐาน จนเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคในชื่อของ “ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ” นำไปสู่การจดสิทธิบัตรเป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ที่สำคัญของจังหวัด โดยในปี 2565 ที่ผ่านมา สามารถจำหน่ายได้ราคาดีอยู่ที่กิโลกรัมละ 150-180 บาท เพิ่มขึ้นจากเมื่อปี 2563 ที่เคยขายได้กิโลกรัมละ 50-60 บาท นับเป็นการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นแก่คนในชุมชน ทำให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง พึ่งพาตนเองได้ โดยเก
วช.หนุนทีมวิจัย มธ.พัฒนาภาคการเกษตรไทยอย่างยั่งยืน ด้วยระบบเกษตรอัจฉริยะ DSmart Farming เน้นสร้างการเรียนรู้ให้กับผู้ใช้งาน พร้อมแชร์ฐานข้อมูลองค์ความรู้ให้เกษตรกรเข้าถึงได้ ทีมวิจัยเผยนวัตกรรมนี้ ช่วยลดการใช้น้ำในการปลูกพืชได้กว่า 40% ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีในการประยุกต์ใช้กับภาคการเกษตร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตให้มากขึ้น ที่ผ่านมา วช. ได้มีส่วนในการสนับสนุนให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ด้านเกษตรอัจฉริยะ (Smart Farm) ซึ่งเป็นการทำการเกษตรรูปแบบใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีที่มีความแม่นยำสูงเข้ามาช่วยในการทำงานทำให้ได้ผลผลิตเพิ่มมากขึ้นและใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่ามากที่สุด แต่อย่างไรก็ตาม การพัฒนาภาคการเกษตรไทยอย่างยั่งยืนนั้น นอกจากจะส่งเสริมให้เกิดการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ แล้ว ยังจำเป็นต้องสร้างการเรียนรู้ให้กับผู้ใช้งานเพื่อให้เกิดการประยุกต์ใช้งานที่เหมาะสมในแต่ละพื้นที่อีกด้วย อย่างเช่น ระบบเกษตรอัจฉริยะเพื่อการเรียนรู้ทุกช่วงวัย และพัฒน
