ราคากล้วยน้ำว้า
ปีนี้ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นสภาพอากาศที่แปรปรวน ช่วงฤดูร้อนก็ร้อนมาก ส่งผลกระทบหลายด้านรวมไปถึงการเกษตร ทำให้ราคาสินค้าสูงขึ้นจนน่าตกใจ หลายคนอาจจะสงสัยว่าสาเหตุที่ทำให้สินค้าการเกษตรหลายๆ ชนิดทำไมจึงมีราคาที่สูงขึ้น วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านจะพามาหาคำตอบ “กล้วย” ถือเป็นผลไม้ที่หลายๆ คนทานเกือบทุกวัน อีกทั้งยังมีการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลายชนิด จากเดิมราคาต่ำสุดที่หวีละ 10 บาท แต่ปัจจุบันราคาสูงสุดตอนนี้อยู่ที่หวีละ 60 บาท สาเหตุที่กล้วยราคาแพง ผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศ โลกที่ร้อนขึ้นส่งผลกระทบกับ “กล้วย” เนื่องจากมีโรคระบาดเกิดขึ้นที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว อีกทั้งกล้วยยังอ่อนไหวต่ออุณหภูมิที่สูงขึ้น ซึ่งอาจจะทำให้บางพื้นที่ที่เคยปลูกได้ ก็ปลูกไม่ได้อีก ผลผลิตลดลง โรคระบาดที่น่ากังวลมากที่สุดของการปลูกกล้วย คือ โรคเหี่ยวกล้วย หรือ โรคตายพราย ที่มักเกิดขึ้นในช่วงฤดูฝน เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อรา เมื่อเกิดการติดเชื้อนี้ที่สวน เชื้อราชนิดนี้จะทำให้ต้นกล้วยตาย และกำจัดยากอีกด้วย ซึ่งเชื้อราชนิดนี้ยังกลายพันธุ์และคุกคามกล้วยหอม อีกทั้งเกษตรกรยังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนที่สูงขึ้น ไม่ว่าจะ
คุณประทีป กุณาศล อดีตข้าราชการกรมวิชาการเกษตร ผู้เชี่ยวชาญเรื่องไม้ผล ตอบข้อสงสัย คือราคากล้วยน้ำว้า ที่มีความผันแปรสูงในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ว่า อย่างปีที่แล้ว กล้วยน้ำว้า ราคาแพงมาก สาเหตุมาจาก อากาศแล้งจัด ผลผลิต ออกสู่ตลาดน้อย เมื่อคนทั่วไปเห็นว่าราคาดี ก็เริ่มหันมาสนใจ ปลูกกล้วยกันมากขึ้น โดยปีที่ผ่านมา ธุรกิจการขายหน่อกล้วยเฟื่องฟูมาก ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าว จะส่งผลต่อราคากล้วยในปีหน้าอย่างแน่นอน “ธุรกิจการขายกิ่งพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นไม้ผลตัวใด ถ้ามันออกไปมากๆ มันจะส่งผล ในอีก 3-4 ปีข้างหน้าเช่น มะม่วง แต่อย่างกล้วยน้ำว้า ขายหน่อกันเยอะมาก ซึ่งกล้วยใช้เวลาปลูกแต่ 1 ปี ดังนั้น ปีหน้า 2561 ราคากล้วยจะลงมาอย่างแน่นอน เว้นเสียแต่ว่า ปีนี้ เจอแล้งอีก แต่ผมไม่คิดว่าจะเป็นอย่างนั้น” คุณประทีป ว่าอย่างนั้น ดังนั้น ชาวสวน ควรจะต้องเตรียมตัวดังนี้ 1.พยายามลดต้นทุนการผลิต เช่นการใช้ปุ๋ยผลิตเอง หรือ ปุ๋ยในท้องถิ่น 2.หาวิธีการแปรรูปรองรับ 3.ทำแพ็คเกจจิ้งสวยๆ นอกจากนี้ยังแนะ ให้ชาวบ้านรวมกลุ่มกัน ไปของบประมาณจากกระทรวงพลังงาน ที่สนับสนุนเรื่องโรงอบกล้วยพลังงานแสงอาทิตย์ หรือถ้าไม่เช่นนั้น ก็อา
