ราคาอ้อย
“อ้อยคั้นน้ำ” เป็นพืชที่กำลังได้รับความสนใจจากเกษตรกรเป็นอย่างมาก เนื่องจากอุตสาหกรรมน้ำอ้อยพร้อมดื่มมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว ทำให้ปัจจุบันมีเกษตรกรหันมาปลูกอ้อยเพื่อคั้นน้ำพร้อมดื่มและน้ำอ้อยพาสเจอไรซ์เพื่อจําหน่ายไปทั่วทุกภาคของประเทศ แต่ปัจจัยสำคัญของการปลูกอ้อยคั้นน้ำคือ ต้องมีการจัดการด้านพันธุ์ที่ดี มีการดูแลรักษาและการเก็บ ตลอดจนการขนส่งเพื่อให้ได้อ้อยคั้นน้ำที่มีคุณภาพ คุณนีมดา หรือ คุณเสาวรส สันประเสริฐ เป็นหนึ่งในเกษตรกรรุ่นใหม่ที่หันหลังให้กับแสงสีในเมืองหลวง เพื่อเดินหน้าสร้างแหล่งอาหารให้กับตัวเองและครอบครัวด้วยการปลูกอ้อยคั้นน้ำและขายพันธุ์ โดยเริ่มต้นจากการทำสวนเกษตรพืชผสมผสานบนที่ดินของตัวเองในเขตหนองจอก ผืนนาผืนสุดท้ายของกรุงเทพมหานคร แต่ก่อนที่คุณนีมดาจะมาเป็นเกษตรกรอย่างที่เห็น เธอเคยทำงานเป็นพร็อพมาสเตอร์ งานกองถ่าย และเป็นนักเขียนคอลัมน์ ตามที่ศึกษาเล่าเรียนมา เธอใช้ชีวิตเหมือนคนทำงานปกติทั่วไป คือมีความสนุกกับงาน แต่วันหนึ่งเธอเริ่มรู้สึกว่าชีวิตมันวนอยู่ในลูปเดิม จึงใช้จิตถามตัวเองว่า สิ่งที่ชีวิตเธอต้องการ คืออะไร “เราใช้เวลาอยู่ 3 วัน ในวันที่เราคิด นอนมองเพดาน
วันนี้ (29 พฤศจิกายน 2561) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากมีการเปิดรับซื้ออ้อยประจำฤดูการผลิตปี 2561/2562 โดยมีการประกาศราคาขั้นต้นที่ 700 บาทต่อตัน สืบเนื่องมาจากน้ำตาลในระบบของตลาดทั่วโลกมีมากเกินความต้องการ หลังจากผลผลิตน้ำตาลในหลายประเทศซึ่งเป็นคู่แข่งในการส่งออกน้ำตาลมีผลผลิตเพิ่มมากขึ้น เพราะสภาพอากาศเอื้ออำนวย ทำให้เกษตรกรหลายรายเริ่มบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่าราคาที่ได้ต่ำกว่าราคาที่ควรจะเป็น จากการลงพื้นที่สอบถามนางสมควร แก้วประกาย เกษตรกรผู้ปลูกอ้อย ในตำบลโคกกระเบื้อง อำเภอบ้านเหลื่อม จังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ทันทีที่โรงงานเปิดรับซื้ออ้อยก็ได้ว่าจ้างให้คนมาทำการตัดอ้อยเพื่อส่งโรงงานทันที เพราะกลัวจะตัดส่งโรงงานก่อนปิดหีบอ้อยไม่ทันจนต้องมีผลผลิตตกค้างเป็นจำนวนมาก ส่วนในด้านราคาอ้อยที่มีการประกาศล่าสุดนั้น ถือว่าลดลงกว่าปีที่แล้วค่อนข้างมาก เมื่อรวมค่าความหวานและค่าเงินช่วยเหลือต่างๆ แล้วจะได้ราคาตันละไม่ถึงหนึ่งพันบาท ซึ่งไม่คุ้มค่ากับการลงทุน เนื่องจากในการลงทุนปลูกอ้อยจะมีทั้งค่าพันธุ์ ค่าปุ๋ย ค่าแรงงานในการตัด ค่าขนย้ายส่งโรงงาน อยากวอนไปยังหน่วยงานภาครัฐให้หามาตรการในการช่วยแ
สอน. เร่งพิจารณาเงินช่วยค่าผลิตอ้อยตันละ 50 บาท แก่ชาวไร่ 11 ล้านราย วงเงิน 6,500 ล้าน เป็นของขวัญปีใหม่ พร้อมเร่งเคาะราคาน้ำตาลขั้นต้น 61/62 ราคาอ้อยขั้นปลาย 60/61 มั่นใจ เงินถึงมือชาวไร่-โรงงาน ม.ค.นี้ ให้ของขวัญปีใหม่ – นางวรวรรณ ชิตอรุณ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการบริหารจัดการอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล ว่า สอน. เตรียมเสนอคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) ที่มีนายพสุ โลหารชุน ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธาน พิจารณาเรื่องเร่งด่วน 2 เรื่องก่อนเสนอให้นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม พิจารณาแล้วเสร็จภายใน 2 สัปดาห์ เพื่อนำเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบภายในเดือนธ.ค. และประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้มีผลบังคับใช้ มั่นใจชาวไร่และโรงงานจะได้รับเงินอ้อยภายในเดือนม.ค. แน่นอน โดยสอน. จะเสนอเรื่องประกาศราคาอ้อยขั้นปลายฤดูการผลิตปี 2560/61 เบื้องต้นเฉลี่ยอยู่ที่ 792 บาทต่อต้นอ้อย ต่ำกว่าราคาอ้อยขั้นต้นฤดูการผลิตปี 2560/61 เป็นเงิน 88 บาทต่อตันอ้อย อยู่ที่ราคา 880 บาทต่อตันอ้อย รวมเป็นเงินที่โรงงานต้องได้คืนจากระบบเนื่องจากจ่ายส่วนเกินดังกล่า
พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติการกำหนดราคาอ้อยขั้นต้นและผลตอบแทนการผลิตและจำหน่าย น้ำตาลทรายขั้นต้น ฤดูการผลิตปี 2560/2561 เป็น 2 ราคา ตามมติคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) ในการประชุมเมื่อวันที่ 10 พ.ค. 2561 ซึ่งได้ดำเนินการตามประกาศคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย เรื่อง การจัดทำประมาณการรายได้ การกำหนดและการชำระราคาอ้อยและค่าผลิตน้ำตาลทราย และอัตราส่วนของผลตอบแทนระหว่างชาวไร่อ้อยและโรงงาน พ.ศ. 2561 และตามพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย พ.ศ. 2527 ดังนี้ 1. กำหนดราคาอ้อยขั้นต้น ฤดูการผลิตปี 2560/2561 ในเขตคำนวณราคาอ้อยที่ 1 2 3 4 6 7 และ 9 ในอัตรา 880 บาท/ตันอ้อย ณ ระดับความหวานที่ 10 ซี.ซี.เอส. และกำหนดอัตราขึ้น/ลง ของราคาอ้อยเท่ากับ 52.80 บาท ต่อ 1 หน่วย ซี.ซี.เอส. ต่อเมตริกตัน และผลตอบแทนการผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทรายขั้นต้น ฤดูการผลิต ปี 2560/2561 เท่ากับ 377.14 บาท/ตันอ้อย 2. กาหนดราคาอ้อยขั้นต้น ฤดูการผลิตปี 2560/2561 ในเขตคำนวณราคาอ้อยที่ 5 ในอัตรา 830 บาท/ตันอ้อย ณ ระดับความหวานที่ 10 ซี.ซี.เอส. และกำหนดอัตราขึ้น/ลง
นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ โฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบการกำหนดราคาอ้อยขั้นสุดท้าย ฤดูการผลิตปี 2559/60 อัตราเฉลี่ยทั่วประเทศในอัตรา 1,083.86 บาท/ตันอ้อย ณ ระดับความหวานที่ 10 ซี.ซี.เอส. และกำหนดอัตราขึ้น ลง ของราคาอ้อยเท่ากับ 65.03 บาทต่อ 1 ซี.ซี.เอส.ต่อเมตริกตัน และอัตราผลตอบแทนการผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทรายเท่ากับ 464.51 บาท/ตันอ้อย พร้อมกับให้คิดคำนวณผลตอบแทนการผลิตที่ 15.28% และให้หักเงินเข้ากองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย ตามสัดส่วน 70 ต่อ 30 ในอัตราตันละ 5 บาท โดยเป็นส่วนของชาวไร่อ้อยที่ 3.50 บาทต่อตันอ้อย และส่วนของโรงงานน้ำตาล 1.50 บาทต่อตันอ้อย ทั้งนี้ ราคาอ้อยขั้นสุดท้ายที่กำหนดครั้งนี้สูงกว่าราคาอ้อยขั้นต้นที่แยกตามเขต เขต 1,2,3,4,6,7,9 ที่ 1,050 บาทต่อตันอ้อย เขต 5 ที่ 980 บาทต่อตันอ้อย ทำให้โรงงานน้ำตาลจะต้องชำระค่าอ้อยเพิ่มให้แก่ชาวไร่จนครบตามราคาอ้อยขั้นสุดท้ายภายใน 15 วัน นับแต่ประกาศราคาอ้อยขั้นสุดท้าย ซึ่งหลังครม. กำหนดราคาอ้อยครั้งสุดท้ายนี้แล้ว ชาวไร่จะได้รับค่าอ้อยสำหรับนำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการเพาะปลูกและบำรุงรักษา และการดำรงชีพต่อไป ซึ
นายสิริวุทธิ์ เสียมภักดี ประธานคณะทำงานด้านประชาสัมพันธ์ 3 สมาคมโรงงานน้ำตาลทราย เปิดเผยว่า ขณะนี้อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้โครงสร้างใหม่ โดยมีความกังวลในหลักการปฏิบัติในประเด็นการกำหนดราคาอ้อยขั้นต้น ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถตกลงกันได้ อยากให้รัฐเร่งหาข้อยุติ หลังจากที่เสนอใช้ราคาน้ำตาลลอนดอนนัมเบอร์ไฟว์ บวกกับไทยพรีเมียม เป็นสูตรคำนวณเพื่อคำนวณราคาแนะนำในการใช้กำหนดราคาอ้อยขั้นต้น จากเดิมที่เคยใช้ราคาน้ำตาลทรายดิบ โควต้า ข. อัตราแลกเปลี่ยนเพื่อคำนวณราคาอ้อยขั้นต้น เนื่องจากปัจจุบันราคาน้ำตาลทรายในตลาดโลกอยู่ในระดับต่ำที่ 13.50-14.00 เซ็นต์ ต่อปอนด์ เท่านั้น และเมื่อบวกกับค่าไทยพรีเมียม จะทำให้ราคาอ้อยขั้นต้นในฤดูการผลิตปี 2560/61 เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณตันละ 850 บาท ซึ่งต่ำจากปีก่อน ทำให้ชาวไร่ได้รับผลกระทบไม่คุ้ม ประกอบกับภายใต้โครงสร้างอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายฉบับใหม่ จะไม่อุดหนุนราคาอ้อยที่ตันละ 160 บาท อีกต่อไป “กังวลว่าสำนักงานงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย หรือ สอน. จะสรุปสูตรคำนวณราคาอ้อยขั้นต้นไม่ทันก่อนการเปิดหีบอ้อย หากมีความล่าช้า ย่อมส่งผลกระท
