รางจืด
พืชต่างๆ ในโลกนี้มีมากมายหลายประเภท หลายชนิดมากมายเหลือประมาณ แยกแยะได้เป็นหลายชนิด หลายวงศ์ตระกูล การจัดชั้นของพืช เริ่มตั้งแต่สูงสุดเรียกว่า อาณาจักรพืช (Plant Kingdom) ส่วนหรือภาค (Phylum) ลำดับชั้น (Class) อันดับ (Order) วงศ์ (Family) สกุล (Genus) ชนิดหรือพันธุ์ (Species) ลำดับพฤกษศาสตร์ที่เอ่ยถึงบ่อยๆ คือ วงศ์ หรือ แฟมิลี่ (Family) เป็นลำดับที่แบ่งแยกให้เห็นความเหมือน ความแตกต่างกันของพืช และทำให้รู้ว่ามีความเกี่ยวโยงด้านพันธุกรรมพืชกันอยู่ ยังมีพืชหลายชนิดที่ศึกษาค้นคว้าไม่ถึง ว่าเป็นพืชในวงศ์ ในสกุลเดียวกัน ก็จำเป็นที่ต้องค้นคว้า ศึกษา เพื่อใช้ประโยชน์กันต่อไป มีรุ่นพี่เคยเล่าให้ฟังว่า นักเลงสุรา ที่มักพบว่ากินเหล้าได้เยอะได้นาน เก่ง ประเภทที่พรรคพวกเรียก ปิศาจสุรา เป็นคอทองแดงนั้น ได้แอบกระซิบว่า เขามักจะอมว่านชนิดหนึ่งไว้ในปาก ให้สังเกตว่าเวลานั่งตั้งวงกินเหล้า มักจะกินเอา กรึ๊บเอาๆๆ ไม่ค่อยเรียกหากับแกล้ม ไม่ค่อยพูดค่อยจา คงกลัวว่านที่อมไว้ในปาก โคนลิ้น หรือกระพุ้งแก้มหลุดหาย หรือลงคอไปก่อนเหล้าหมด ว่านที่เอ่ยถึงเขาเรียกว่า รางจืด หรือว่านรางจืด ทำยังกับว่าจะลงสนามแข่งขันกินเ
คอลัมน์พืชใกล้ตัว โดย ภก.ณัฐดนัย มุสิกวงศ์ อภัยภูเบศรสาร ระบุว่า กลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อ หรือ Myofascial pain syndrome (MPS) นั้น เป็นกลุ่มอาการที่พบในผู้ป่วยที่ปวดเรื้อรังมาก โดยจะมีจุดที่กดเจ็บหรือจุดปวด ที่กล้ามเนื้อหรือเนื้อเยื่อพังผืดในบางรายมีการพัฒนาการปวดร้าวไปบริเวณอื่น สาเหตุ อาจเกิดจากการใช้กล้ามเนื้อ เอ็นกระดูก หรือเอ็นกล้ามเนื้อมากเกินไป และใช้กล้ามเนื้อกลุ่มนั้นซ้ำๆ เป็นระยะเวลานาน ทำให้เกิดภาวะที่กล้ามเนื้อหดตัว นอกจากนี้ ยังสามารถเกิดจากกล้ามเนื้อที่ได้รับบาดเจ็บ การใช้ท่าทางที่ไม่เหมาะสม หรือการที่ไม่ได้ใช้กล้ามเนื้อเป็นเวลานาน เช่น เวลาใส่เฝือก เป็นต้น โดยอาการของการปวดก็จะมีหลากหลาย เช่น ปวดลึกๆ ปวดร้าว ในผู้ป่วยบางรายก็เป็นเฉพาะเวลาใช้กล้ามเนื้อ บางรายก็ปวดตลอดเวลา การรักษาปัจจุบันจะมีทั้งการฉีดยาเฉพาะจุดที่ปวด การรับประทานยาแก้ปวด ยาคลายกล้ามเนื้อ นอกจากนี้ การนวดก็สามารถรักษาอาการปวดได้ การทำกายภาพบำบัด การทำ Stretch and spray (การพ่นด้วยความเย็นในจุดที่ปวดแล้วค่อยๆ ยืดกล้ามเนื้อ) นอกเหนือจากยาแก้ปวดหรือวิธีบรรเทาปวดแล้ว สิ่งที่ควรพิจารณาในการรักษาอีกคือปัจจัยเสี่
คนโบราณสมัยก่อน ท่านมักจะนำสมุนไพรประเภทต่างๆ มาใช้ประโยชน์ในรูปแบบสดๆ โดยตรง เพื่อจะได้ใช้ประโยชน์ในการรักษาโรคต่างๆ จากสมุนไพรให้ได้มากที่สุด และเครื่องดื่มรูปแบบชาสมุนไพรที่ได้รับความนิยมมากที่สุดตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เช่น ชาขิง ชามะตูม ชาเก๊กฮวย ชารางจืด ชาคำฝอย และชาอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งก่อนที่จะแปรรูปมาเป็นชาเพื่อสุขภาพต่างๆ นั้น จำเป็นต้องนำเอาวัตถุดิบเหล่านั้นมาทำความสะอาด แล้วค่อยผ่านกระบวนการอบฆ่าเชื้อโรค จากนั้นจึงนำไปเข้าเครื่องตัด สับ บด และต้มสกัด จนได้ตามรูปแบบที่ต้องการ เช่น แบบผงละเอียด หรือของเหลวข้นๆ แล้วนำมาผสมน้ำตาลก่อนเข้าเครื่องอบแล้วพาสเจอร์ไรซ์ บรรจุซองเพื่อใช้และจำหน่ายต่อไป เครื่องดื่มสมุนไพรชนิดบรรจุซองพร้อมชง ส่วนมากมักจะมีราคาสูง ค่อนข้างสูงกว่าการซื้อสมุนไพรสดมาต้มกินเอง ซึ่งสมุนไพรชนิดพร้อมชงนั้นย่อมมีความสะดวก และให้คุณค่าทางยาที่คงที่กว่าสมุนไพรสดต้มอย่างแน่นอน ชาสมุนไพรของไทย ยังมีการนำส่งออกไปจำหน่ายในต่างประเทศบ้าง เช่น ประเทศญี่ปุ่น ไต้หวัน สิงคโปร์ เป็นต้น แต่ปัญหาจากการผลิตสมุนไพรก็คือ ปริมาณวัตถุดิบที่ได้มาแต่ละปีมักมีจำนวนไม่แน่นอน เพราะเกษตร
เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม ภญ.ผกากรอง ขวัญข้าว เภสัชกรชำนาญการ โรงพยาบาล (รพ.) เจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี กล่าวถึงกรณีที่มีการเผยแพร่สูตรรางจืดล้างน้ำตาลในเลือด และกินใบมะยมสดหรือต้มรากเตยดื่มเพื่อฟื้นฟูตับอ่อนว่า ต้นรางจืดมีด้วยกัน 3 ชนิด คือ รางจืดต้น รางจืดเถา และว่านรางจืด ซึ่งรางจืดที่นิยมใช้และมีบรรจุในบัญชียาหลักแห่งชาติ คือ รางจืดเถา แต่จากการที่ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร มีการเก็บข้อมูลพบว่า รางจืดทุกชนิดช่วยล้างความเข้มข้นของสารพิษในร่างกาย และยังพบด้วยว่าในรางจืดมีสารช่วยปกป้องสมองจากสารตะกั่วและปกป้องตับจากพิษของแอลกอฮอล์ได้ “ส่วนการใช้รางจืดลดระดับน้ำตาลในเลือดนั้น เคยมีการทดลองในหนูพบว่า ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้จริง แต่ไม่มีการระบุว่าต้องกินรางจืดที่ความเข้มข้นมากน้อยขนาดไหนถึงจะได้ผล นอกจากนี้ รางจืดยังมีสรรพคุณลดความร้อนในร่างกายหากกินเป็นเวลานานอาจทำให้ร่างกายเย็น ส่งผลให้มือเท้าชา และเลือดลมเดินไม่สะดวก แต่หากรู้ทันแล้วหยุดกิน ร่างกายก็จะกลับมาเป็นปกติได้ แต่ในผู้ป่วยเบาหวานที่ปกติแล้วมักมีอาการชานั้น หากใช้รางจืดอีกก็จะเพิ่มความชา และทำให้ไม่รู้ว่าสาเหตุของอา
