รายได้เกษตรกร
นางสาวทัศนีย์ เมืองแก้ว รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงภาพรวมรายได้ของเกษตรกร โดยสำรวจจากดัชนีรายได้เกษตรกรเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ว่า มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 2561 ประมาณ 3.89% ซึ่งเป็นผลมาจากดัชนีราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.65% โดยสินค้าสำคัญที่มีราคาเพิ่มขึ้น ได้แก่ ข้าวเปลือกเจ้านาปี มันสำปะหลัง และสุกร และดัชนีผลผลิตปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.21% โดยสินค้าสำคัญที่มีผลผลิตเพิ่มขึ้น ได้แก่ ข้าวเปลือกเจ้านาปี ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ไก่เนื้อ และไข่ไก่ ข้าวเปลือกเจ้าราคาเพิ่มขึ้นเนื่องจากผลผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการส่งออก รวมถึงความต้องการบริโภคภายในประเทศมีทิศทางเพิ่มขึ้น ส่วนมันสำปะหลังมีผลผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้ประกอบการโรงงานแป้งมันสำปะหลัง ขณะที่สุกรมีความต้องการบริโภคจากตลาดภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง นางสาวทัศนีย์ กล่าวว่า ในส่วนของสินค้าที่ราคาปรับตัวลดลง ได้แก่ สับปะรด เนื่องจากผลผลิตออกสู่ตลาดมาก ขณะที่ปาล์มน้ำมันความต้องการใช้ภายในประเทศน้อยกว่าผลผลิต และยังมีสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบอยู่มาก ส่วนกุ้งขาวแวนน
ดัชนีรายได้เกษตรกรเดือนพฤษภาคม เพิ่มขึ้น ร้อยละ 10.34 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ระบุ แนวโน้มดัชนีรายได้เดือนมิถุนายน คาดว่าเพิ่มขึ้น ร้อยละ 7.87 จากดัชนีผลผลิตปรับตัวเพิ่มขึ้น ร้อยละ 8.34 ในขณะที่ดัชนีราคาปรับตัวลดลง ร้อยละ 0.44 ส่วนกรกฎาคม 2561 ดัชนีรายได้เกษตรกรยังอยู่ในเกณฑ์ดี นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงภาพรวมรายได้ของเกษตรกร ซึ่งวัดจากดัชนีรายได้เกษตรกรเดือนพฤษภาคม 2561 พบว่า เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2560 ร้อยละ 10.34 สำหรับดัชนีราคาสินค้าเกษตรที่เกษตรกรขายได้ที่ไร่นา เดือนพฤษภาคม 2561 ลดลงจากเดือนพฤษภาคม 2560 ร้อยละ 4.89 โดยสินค้าที่ราคาปรับตัวลดลง ได้แก่ ปาล์มน้ำมัน ราคาลดลง เนื่องจากมีปริมาณผลผลิตปาล์มทะลายสูงขึ้น ยางพารา ราคาลดลง เนื่องจากความต้องการซื้อภายในประเทศลดลง สับปะรด ราคาลดลง เนื่องจากมีปริมาณผลผลิตออกกระจุกตัวและมีปริมาณมากกว่าความต้องการของตลาด และ สุกร ราคาลดลง เนื่องจากปริมาณผลผลิตมากกว่าความต้องการ จากสภาพอากาศที่เย็นลงในช่วงฤดูฝน ส่วนสินค้าที่ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น ได้แก่ ข้าวเปลือกเจ้า ความช
สศก. ระบุ ดัชนีรายได้เกษตรกร รอบ 10 เดือน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ร้อยละ 7.98 คาดแนวโน้มทั้งปีดัชนีรายได้เกษตรกรจะเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปี 59 จากผลผลิตเกษตรที่เพิ่มขึ้น มั่นใจ นโยบายขับเคลื่อนเกษตรเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ดันรายได้เกษตรกรขยายตัวต่อเนื่อง นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงภาพรวมรายได้เกษตรกร สะท้อนจากดัชนีรายได้เกษตรกร ในรอบ 10 เดือน ปี 2560 (ม.ค.-ต.ค. 2560) อยู่ที่ระดับ 156.50 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา (ม.ค.-ต.ค. 2559) ร้อยละ 7.98 เป็นผลมาจากดัชนีผลผลิตที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.69 โดยสินค้าสำคัญที่มีการผลิตเพิ่มขึ้น ได้แก่ ข้าวนาปรัง ยางพารา และผลไม้ ภาพรวมรายได้เกษตรกรที่เพิ่มขึ้นเป็นผลมาจากการขับเคลื่อนมาตรการภาคการเกษตรต่างๆ ตามนโยบาย ยกกระดาษ A4 ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการกระตุ้นความเป็นอยู่ของเกษตรกรและเศรษฐกิจฐานราก สะท้อนจากรายได้เกษตรกรที่ขยายตัวต่อเนื่อง อาทิ โครงการส่งเสริมเกษตรสมัยใหม่โดยใช้ รูปแบบประชารัฐ การจัดทำแผนบริหารการผลิตการตลาดข้าวครบวงจ
โครงการความร่วมมืออาเซียน – เยอรมันด้านอาหารและการเกษตรนำเสนอหลักการระบบอาหาร-เกษตรอย่างยั่งยืนในอาเซียน ที่พิสูจน์แล้วว่าสามารถสร้างรายได้เพิ่มให้กับเกษตรกรในอาเซียนจำนวนกว่า 125,000 ราย เป็นมูลค่าถึง 98 ล้านยูโร (เทียบเท่าประมาณ 3,800 ล้านบาท) ในระยะเวลา 4 ปีของการทำโครงการ ผ่านนิทรรศการการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านการเกษตรและป่าไม้ ครั้งที่ 39 ที่จังหวัดเชียงใหม่ การประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านการเกษตรและป่าไม้ ครั้งที่ 39 นี้ จัดขึ้นในนามกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของประเทศไทย โดยมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงกว่า 300 ท่านจาก 10 ประเทศสมาชิกอาเซียนเข้าร่วม เพื่อร่วมหารือในระดับภูมิภาคให้เกิดการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับนานาชาติด้านอาหาร การเกษตร และป่าไม้ของอาเซียน และเพื่อสร้างความเข้มแข็งด้านความมั่นคงทางอาหารในภูมิภาค พร้อมทั้งร่วมสร้างจุดยืนในเวทีระหว่างประเทศ โดยโครงการความร่วมมืออาเซียน – เยอรมันได้นำเสนอ 4 หลักการในนิทรรศการ “แนวทางระบบอาหาร-เกษตรยั่งยืน สู่ความมั่นคงด้านอาหารและการพัฒนาอย่างยั่งยืน” ดังนี้ 1) ผู้มีส่วนร่วมในทุกระดับต้องทำความเข้าใจและนำนโยบายด้านระบบอาหาร-เกษตรแบบย
สศก. ระบุ เดือนพฤษภาคม 60 ดัชนีรายได้เกษตรกรปรับตัวเพิ่ม 3.83 เมื่อเทียบกับเดือนพฤษภาคมปี 59 เผยขณะนี้สับปะรดอยู่ในช่วงกระจุกตัวออกตลาด โดยกระทรวงเกษตรฯ พร้อมจับมือกระทรวงเกี่ยวข้อง และผู้ประกอบการเพื่อแก้ไขปัญหา และเร่งกระจายผลผลิต มั่นใจ สถานการณ์คลี่คลายภายในกรกฎาคมนี้ นางสาวจริยา สุทธิไชยา เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่าสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ได้วิเคราะห์และรายงานภาวะเศรษฐกิจการเกษตรเดือนพฤษภาคม 2560 เปรียบเทียบเดือนพฤษภาคม 2559 โดยใช้ดัชนีชี้วัด 3 ตัว คือ 1) ดัชนีชี้วัดรายได้เกษตรกร 2) ดัชนีชี้วัดผลผลิตการเกษตร และ 3)ดัชนีชี้วัดราคาผลผลิตเกษตร โดยในรอบเดือนพฤษภาคม 2560 เทียบกับเดือนพฤษภาคม 2559 พบว่า ดัชนีรายได้เกษตรกรเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.83 เป็นผลมาจากดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตรเดือนพฤษภาคม 2560 เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.86 อันเป็นผลมาจากประสิทธิภาพการผลิตที่เพิ่มขึ้น โดยผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้นและต้นทุนการผลิตลดลงเมื่อเทียบกับเดือนพฤษภาคม 2559 ส่วนดัชนีราคาเดือนพฤษภาคม 2560 เทียบกับเดือนพฤษภาคม 2559 ลดลงร้อยละ 2.84 จากผลผลิตที่ออกกระจุกตัวในช่วงดังกล่าว
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เผย ดัชนีราคาและผลผลิตสินค้าเกษตรเดือนกุมภาพันธ์ 2560 ปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนกุมภาพันธ์ 2559 ส่งผลดัชนีรายได้เพิ่ม ร้อยละ 21.91 คาด มีนาคม 2560 รายได้ของเกษตรกรยังขยายตัวเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับเดือนมีนาคม 2559 นางสาวจริยา สุทธิไชยา เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงภาพรวมราคาสินค้าเกษตรซึ่งวัดจากดัชนีราคาสินค้าเกษตรประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2560 พบว่า เพิ่มขึ้น ร้อยละ 12.72 จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา (กุมภาพันธ์ 2559) สินค้าที่ราคาปรับตัวสูงขึ้น ได้แก่ ยางพารา ราคาเพิ่มขึ้นเนื่องจากฝนตกและมีน้ำท่วมที่ผ่านมา รวมทั้งเข้าสู่ช่วงต้นยางผลัดใบทำให้ผลผลิตลดลง ปาล์มน้ำมัน ราคาเพิ่มขึ้นเนื่องจากโรงงานสกัดแข่งขันกันรับซื้อ กุ้งขาวแวนนาไม ราคาเพิ่มขึ้นเนื่องจากภาคใต้มีสภาพอากาศแปรปรวนไม่เอื้อต่อการเติบโต สินค้าที่ราคาปรับตัวลดลง ได้แก่ มันสำปะหลัง ราคาลดลงเนื่องจากราคาส่งออกมันเส้นและแป้งมันอยู่ในเกณฑ์ต่ำ ส่งผลให้ราคา ที่เกษตรกรขายได้ลดต่ำลง หากเทียบกับเดือนมกราคม 2560 ภาพรวมดัชนีราคาลดลง ร้อยละ 0.39 สินค้าที่ราคาปรับตัวล
