ริมโขง
เครื่องปรุงรสประเภทซอส จัดเป็นเครื่องปรุงรสที่ใช้วัตถุดิบจากพืชอุตสาหกรรมที่เรียกว่า “มะเขือเทศ” ซึ่งฟังเพียงชื่อดูเหมือนจะเป็นเพียงพืชล้มลุกชนิดหนึ่ง แต่มีมูลค่าความต้องการในตลาดสูงไม่น้อยไปกว่าวัตถุดิบที่ใช้เป็นเครื่องปรุงงานครัวชนิดอื่น มะเขือเทศ ยังเป็นพืชอุตสาหกรรมที่เป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตสินค้า เช่น ซอสมะเขือเทศ น้ำมะเขือเทศ ซอสในเครื่องกระป๋องต่างๆ เป็นต้น ทั้งประเทศไทย แหล่งปลูกพืชล้มลุกชนิดนี้มีแหล่งผลิตใหญ่ที่สุดตั้งอยู่บนพื้นที่ภาคอีสาน โดยเฉพาะจังหวัดบึงกาฬ ที่มีพื้นที่ปลูกมะเขือเทศเกือบ 2,000 ไร่ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผักปลอดสารพิษ เป็นกลุ่มที่รวมตัวจากชาวบ้านที่มีอาชีพเกษตรกรรม ปลูกพืชผักตามความเหมาะสมของฤดูกาล 3 หมู่บ้าน ในตำบลบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ เฉพาะ 3 หมู่บ้าน ที่รวมกลุ่มมีพื้นที่ริมแม่น้ำโขงสำหรับปลูกมะเขือเทศกว่า 700 ไร่ ที่ต้องเน้นว่า พื้นที่ริมแม่น้ำโขง เนื่องจากความอุดมสมบูรณ์ของดินริมฝั่งแม่น้ำโขงมีความเหมาะสมที่สุดสำหรับการปลูกมะเขือเทศ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผักปลอดสารพิษ กลุ่มชาวบ้านในตำบลบึงกาฬ รวมตัวกันขึ้นมา และได้ชื่อว่า เป็นพื้นที่ปลูกมะเขือเทศที่ใหญ่ที่ส
เครื่องปรุงรสประเภทซอสจัดเป็นเครื่องปรุงรสที่ใช้วัตถุดิบจากพืชอุตสาหกรรมที่เรียกว่า “มะเขือเทศ” ซึ่งฟังเพียงชื่อดูเหมือนจะเป็นเพียงพืชล้มลุกชนิดหนึ่ง แต่มีมูลค่าความต้องการในตลาดสูงไม่น้อยไปกว่าวัตถุดิบที่ใช้เป็นเครื่องปรุงงานครัวชนิดอื่น มะเขือเทศ ยังเป็นพืชอุตสาหกรรมที่เป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตสินค้า เช่น ซอสมะเขือเทศ น้ำมะเขือเทศ ซอสในเครื่องกระป๋องต่างๆ เป็นต้น ทั้งประเทศไทย แหล่งปลูกพืชล้มลุกชนิดนี้มีแหล่งผลิตใหญ่ที่สุดตั้งอยู่บนพื้นที่ภาคอีสาน โดยเฉพาะจังหวัดบึงกาฬ ที่มีพื้นที่ปลูกมะเขือเทศเกือบ 2,000 ไร่ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผักปลอดสารพิษ เป็นกลุ่มที่รวมตัวจากชาวบ้านที่มีอาชีพเกษตรกรรม ปลูกพืชผักตามความเหมาะสมของฤดูกาล 3 หมู่บ้านในตำบลบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ เฉพาะ 3 หมู่บ้านที่รวมกลุ่มมีพื้นที่ริมแม่น้ำโขงสำหรับปลูกมะเขือเทศกว่า 700 ไร่ ที่ต้องเน้นว่า พื้นที่ริมแม่น้ำโขง เนื่องจากความอุดมสมบูรณ์ของดินริมฝั่งแม่น้ำโขงมีความเหมาะสมที่สุดสำหรับการปลูกมะเขือเทศ คุณวิรัตน์ หลายเจริญ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผักปลอดสารพิษ ผู้ให้ข้อมูลการรวมกลุ่มและการปลูกมะเขือเทศของชาวบ้านในตำบลบึงกาฬ
บ้านม่วงหนองคาย นักท่องเที่ยวแห่จองเต็นท์และที่พักริมแม่น้ำโขง เพื่อสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติ ก่อนจะขึ้นชมทะเลหมอกที่ภูห้วยอีสันในช่วงเช้าของวันรุ่งขึ้น เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน ที่บ้านม่วง ต.บ้านม่วง อ.สังคม จังหวัดหนองคาย นักท่องเที่ยวแห่จองเต็นท์และที่พักริมแม่น้ำโขง เพื่อสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติ ก่อนที่จะเดินทางขึ้นไปชมทะเลหมอกที่ภูห้วยอีสันในช่วงเช้าของวันรุ่งขึ้น สำหรับในปีนี้ชาวบ้านเริ่มมีการเตรียมพื้นที่สำหรับให้นักท่องเที่ยวกางเต็นท์ และกางเต็นท์สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการจะมาพักเพื่อสัมผัสบรรยากาศริมฝั่งแม่น้ำโขงเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาหลังจากพบว่านักท่องเที่ยวนิยมพักตามเต็นท์และที่พักที่อยู่ติดกับริมแม่น้ำโขง ปีนี้มีบริการทั้งหมด 8 จุด สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ประมาณ 500 คน สำหรับราคาค่าบริการเช่าเต็นท์อยู่ที่ราคา 350-450 บาท ต่อเต็นท์/คืน แล้วแต่ขนาดของเต็นท์ ส่วนนักท่องเที่ยวที่นำเต็นท์มากางเองคิดค่าบริการพื้นที่และห้องน้ำ 150 บาท ต่อเต็นท์/คืน ในส่วนภาพรวมที่พักของอำเภอสังคมขณะนี้สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ประมาณ 1000 คน ต่อวัน ที่มา : มติชนออนไลน์
นายเศรษฐศักดิ์ พรหมมา ปลัดเทศบาลตำบลบ้านแซว อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย กล่าวถึงความสำเร็จที่ชาวบ้านจัดตั้งโฮมสเตย์ในตำบลบ้านแซว ติดกับแม่น้ำโขง และค่อยๆ พัฒนาจนปัจจุบันมีศูนย์ประสานงานเพื่อรองรับขวัญนักท่องเที่ยวพร้อมรักษาวิถีชีวิต ทั้งนี้ มีการนำนั่งรถอีต๊อกพานักท่องเที่ยวชมหมู่บ้านศูนย์ประกอบอาหารพื้นบ้าน ศูนย์ผ้าทอ การสีข้าวด้วยมือ การทำถั่วดาวอินคา เกาะแม่น้ำโขงฝั่งไทยที่มีลานก้อนหินกลมเพื่อนวดฝ่าเท้าและพักผ่อนรับประทานอาหาร ฯลฯ ส่วนห้องพักตามบ้านต่างๆ แต่ละหลังมีน้ำดื่ม ผ้าเช็ด ผลไม้ ระบบอินเตอร์เน็ต หมายเลขโทรศัพท์สถานที่สำคัญ ห้องน้ำสะอาด อาหาร ฯลฯ รองรับเพราะตั้งเป้าพัฒนาให้ความสะดวกถึงระดับโรงแรมสามดาว “ปัจจุบันชาวบ้านเข้าร่วมเป็นสมาชิกโฮมสเตย์ และพัฒนาบ้านเรือนของตัวเองให้มีห้องพักและมาตรฐานต่างๆ แล้ว จำนวน 21 หลัง หลังละตั้งแต่ 1-4 ห้องพัก แต่ละห้องรองรับผู้เข้าพักได้ตั้งแต่ 2-10 คน โดยมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ และสามารถรับประทานอาหารที่ชาวบ้านปรุงให้ตามสะดวก ขณะเดียวกันแต่ละหลังปลูกพืชปลอดสารเคมี ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถไปเก็บเพื่อนำไปปรุงอาหารอีกด้วย” นายเศรษฐศักดิ์ กล่า
