ฤดูทำนา
เมื่อเร็วๆ นี้ กรมส่งเสริมการเกษตร ได้จัดงานวันรณรงค์และเก็บเกี่ยวข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ฤดูแล้งหลังนาขึ้น ณ แปลงปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์บ้านใหม่สามัคคี หมู่ที่ 5 ตำบลศาลเจ้าไก่ต่อ อำเภอลาดยาว จังหวัดนครสวรรค์ โดยมี นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงานพร้อมทั้งเยี่ยมชมแปลงปลูกข้าวโพดของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า ในพื้นที่การเก็บเกี่ยวส่วนใหญ่เกษตรกรจะใช้เครื่องเก็บเกี่ยว เพราะเป็นแปลงใหญ่ที่เข้าร่วมโครงการสานพลังประชารัฐปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนา ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และมีการสาธิตการไถกลบตอซังข้าวโพดเพื่อให้เป็นปุ๋ยสำหรับการปลูกพืชในฤดูการต่อไป สำหรับเกษตรกรในอำเภอลาดยาว และอำเภอใกล้เคียงได้เข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 280 ราย มีพื้นที่เพาะปลูกรวมกว่า 9,000 ไร่ ขณะนี้เกษตรกรเก็บเกี่ยวผลผลิตไปแล้วประมาณ 1,947 ตัน มูลค่า 13,786,524 บาท โดยมีสหกรณ์การเกษตรศาลเจ้าไก่ต่อ จำกัด รับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมด และส่งต่อให้บริษัทเอกชนที่เข้าร่วม
วันที่ 7 มกราคม 2560 ชาวนาในพื้นที่ อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาทได้กลับมาลงมือทำการเพาะปลูกอีกครั้ง หลังจากสภาพอากาศในพื้นที่เริ่มอบอุ่นขึ้น แม้ว่าจะมีประกาศขอความร่วมมือจากทางราชการในการงดทำนาปรัง และให้หันไปเพาะปลูกพืชใช้น้ำน้อยแทน เพราะกรมชลประทานจะไม่สามารถจัดสรรน้ำให้เพื่อการทำนาต่อเนื่องก็ตาม ชาวนารายหนึ่งเปิดเผยว่า ในการทำนารอบใหม่ชาวนาจำเป็นต้องหาแหล่งน้ำเอง โดยขุดเจาะบ่อน้ำบาดาลน้ำตื้น แล้วสูบด้วยเครื่องยนต์ ซึ่งแม้ว่าจะมีต้นทุนเพิ่มขึ้นเฉลี่ยมากถึง450-500บาทต่อไร่ก็ตาม เพราะถ้าไม่ทำนาชาวนาก็จะขาดรายได้ ทำให้ครอบครัวได้รับผลกระทบ จึงจำเป็นต้องเสี่ยงดวงที่จะกระทบกับภัยแล้ง และราคาข้าวที่อาจจะไม่ดีมากนัก เพราะก่อนหน้านี้ชาวนาเคยลองปลูกพืชใช่น้ำน้อยตามนโยบายรัฐบาลแล้วทั้งข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ หรือพืชตระกูลถั่ว แต่ก็ไม่ได้ผลเพราะดินนาไม่เหมาะกับพืชไร่ ทำให้ได้ผลผลิตไม่คุ้มค่าการลงทุน และไม่มีตลาดรองรับที่ชัดเจน ซึ่งการปลูกข่าวในรอนี้จะครบกำหนดเก็บเกี่ยวในเดือนเมษายน ซึ่งชาวนาได้แต่ภาวนาให้ราคาข้าวในช่วงนั้นขยับขึ้นมากกว่าปัจจุบันที่ขายได้เพียง6,500-6,700บาทต่อตันเท่านั้น ที่มา มติชนออนไลน์
