ลดต้นทุนทำนา
ภาคการเกษตรไทยกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญ จากโครงสร้างแรงงานภาคเกษตรที่มีอายุเฉลี่ยสูงขึ้น และมีแนวโน้มเชิงบวก ที่คนรุ่นใหม่กลับมาพัฒนาพื้นที่เกษตรของครอบครัวมากขึ้น รวมถึงมนุษย์เงินเดือนที่สนใจทำเกษตรในช่วงวันหยุดเพื่อต่อยอดเพิ่มรายได้ สยามคูโบต้าบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งความรู้ สู่การเป็น Smart Farmer และผู้ประกอบการเกษตร ภายใต้โครงการ “KUBOTA FARMER ACADEMY โดยเชิญ คุณสุภชัย ปิติวุฒิ เจ้าของเพจ “ชาวนาวันหยุด” มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ สร้างแรงบันดาลใจ เพื่อเป็นฐานรากสร้างทักษะเกษตรกรพันธุ์ใหม่ให้สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนในอนาคต ทิศทางของภาคเกษตรไทย คุณสุภชัย กล่าวถึงภาพรวมภาคการเกษตรไทยในปัจจุบันว่า คนในอยากออก คนนอกอยากเข้า คนในที่ทำเกษตรขาดทุน ก็อยากไปหาอาชีพอื่นทำ ส่วนคนเมืองโลกสวย มองว่าเป็นโอกาสเข้าสู่ธุรกิจเกษตร สิ่งที่ทำให้คนในมีความเข้มแข็ง อยู่รอด ไม่โดนแย่งอาชีพคือ เร่งลดต้นทุนการผลิตให้แข่งขันได้ ชาวนาญี่ปุ่นขายข้าวได้ราคาแพง เพราะคนปลูกมีน้อย มีสัดส่วนไม่ถึง 5% แต่คนกินมีเยอะมากถึง 95% ขณะที่เมืองไทยมีเกษตรกรปลูกข้าว 40-50% ทุกวันนี้ คนยิ่งรวยยิ่งกินข้าวน้อย หากจะขายข้า
นายณัฎฐกิตติ์ ของทิพย์ เกษตรจังหวัดนครสวรรค์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันต้นทุนการทำนาโดยเฉลี่ยสูงราว 3,500-4,000 บาท หากชาวนาสามารถลดต้นทุนได้มากเท่าไร ก็หมายความว่าได้กำไรมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้น ขอแนะหลัก 3 ประการในการลดต้นทุนการทำนา คือ ประการที่ 1 ชาวนาต้องเปลี่ยนความคิดจากเดิมใฝ่หาความรู้ใหม่ เปลี่ยนวิธีการผลิตจากเดิมเป็นทำนาแบบประณีต เปลี่ยนพื้นที่นาไม่เหมาะสมไปปลูกพืชชนิดอื่น เปลี่ยนการพึ่งพาปัจจัยภายนอก มาเป็นพึ่งพาตนเองให้มากที่สุด ประการที่ 2 ชาวนาต้องปลูกข้าวไม่เกิน 2 ครั้งต่อปี เพื่อเป็นการพักดิน พื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของดิน หลีกเลี่ยงภาวะวิกฤตน้ำ ตัดวงจรชีวิตของโรคแมลงศัตรูข้าว ด้วยการปลูกพืชอื่นก่อนทำนา หรือหลังทำนา หรือพักนา ประการที่ 3 ชาวนาต้องเข้าถึงวิธีการปฏิบัติที่เหมาะสมคือ เลือกใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี เหมาะสมกับพื้นที่และใช้ในอัตราที่เหมาะสม เตรียมดินให้ดี ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ หรือปุ๋ยเคมีตามค่าวิเคราะห์ของดิน กำจัดวัชพืชก่อนหว่านปุ๋ยเคมี เลือกใช้สารเคมีกำจัดวัชพืชให้ถูกต้อง จัดการน้ำอย่างเหมาะสม หมั่นตรวจแปลงนา ใช้สารเคมีกำจัดศัตรูข้าวเมื่อจำเป็น เก็บเกี่ยวข้าวที่เหมาะสม ลดก
