ลดราคาปุ๋ย
ร.ต. จักรา ยอดมณี รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ตั้งแต่เดือนเมษายน เป็นต้นไป เกษตรกรจะมีการซื้อปุ๋ยกันมากขึ้นเพื่อเตรียมสำหรับฤดูเพาะปลูก โดยเฉพาะการปลูกข้าวนาปีภาคกลางจะเริ่มในเดือนพฤษภาคม และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ปลูกมากช่วงมีนาคม-มิถุนายน แม้ความต้องการใช้ปุ๋ยทั้งในประเทศและต่างประเทศจะมีมากขึ้นแต่ตลาดโลกยังมีปุ๋ยในสต๊อกจำนวนมาก โดยเฉพาะปุ๋ยยูเรียซึ่งเป็นแม่ปุ๋ยสูตรหลัก คาดว่าราคาปุ๋ยในตลาดโลกมีแนวโน้มทรงตัว สำหรับประเทศไทย ในปี 2566 มีการนำเข้าปุ๋ย 5.08 ล้านตัน มากกว่าปริมาณนำเข้าปี 2565 ราว 24% และช่วงต้นปีที่ผ่านมานำเข้าต่อเนื่อง โดยสต๊อกปุ๋ย ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2567 อยู่ที่ 1.08 ล้านตัน เพียงพอสำหรับการเพาะปลูก และจากการติดตามราคาปุ๋ยในปัจจุบัน (ราคาเฉลี่ยภาคกลาง) ก็อยู่ในระดับที่ต่ำกว่าช่วงเดียวกับของปีที่แล้ว (เดือนมีนาคม 2566) อาทิ ปุ๋ยยูเรีย (46-0-0) ราคาเฉลี่ยกระสอบละ 850 บาท ต่ำกว่าปีที่แล้ว 13% ปุ๋ยฟอสเฟต (18-46-0) ราคาเฉลี่ยกระสอบละ 1,150 บาท ต่ำกว่าปีที่แล้ว 34% ปุ๋ยโพแทสเซียม (0-0-60) ราคาเฉลี่ยกระสอบละ 950 บาท ต่ำกว่าปีที่แล้ว 42% ปุ๋ยสูตร 21-0-0 ราคาเฉลี่ยกระสอ
การทำเกษตรเพื่อให้ผลผลิตมีคุณภาพและได้ปริมาณต่อรอบการผลิตสูง ปุ๋ยถือเป็นปัจจัยการผลิตสำคัญที่ช่วยให้พืชได้รับธาตุอาหารอย่างครบถ้วน ส่งผลให้ผลผลิตของเกษตรกรได้คุณภาพและเป็นที่ต้องการของตลาด โดยเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาราคาปุ๋ยเคมีในท้องตลาดภายในประเทศมีการปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งประเทศไทยต้องอาศัยการนำเข้าแม่ปุ๋ยจากต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้ราคาปุ๋ยแพงเป็นอีกหนึ่งความเสี่ยงที่เกษตรกรรายย่อยต้องเผชิญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จึงมีหน่วยงานจากภาครัฐ นำโดยกรมการค้าภายใน กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมส่งเสริมการเกษตร และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาในจุดนี้ เพื่อดำเนินโครงการเชื่อมโยงปุ๋ยเคมีราคาถูกให้แก่เกษตรกรผ่านสถาบันเกษตร นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า โครงการนี้เริ่มมาตั้งแต่ตุลาคมถึงธันวาคม 2566 โดยความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน ซึ่งภาคเอกชนประกอบไปด้วย สมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจการเกษตรไทย สมาคมการค้าผู้ผลิตปุ๋ยไทย และสมาคมขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ไทย เกิดจากการร่วมกันผนึกกำลังเพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิตให้กับเกษตรกร คือลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยเคมีในราคที่ถูกลง และยังช่
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ กล่าวภายหลังการหารือร่วมกันกับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ ที่ประชุมหารือถึงการลต้นทุนการผลิตให้กับเกษตรกร ในส่วนของปัจจัยการผลิตคือปุ๋ยที่เป็นปัจจัยการผลิตหลักติดเป็นต้นทุนการผลิตถึง 30% ของต้นทุนการผลิตทั้งหมด ซึ่งปัจจุบันราคาปุ๋ยอยู่ในระดับสูงเนื่องจากต้องนำเข้าวัตถุดิบมาผลิตในประเทศ แม้จะมีการกำหนดให้ปุ๋ยเป็นสินค้าควบคุมและเกษตรกรส่วนใหญ่ใช้วิธีกู้ยืมทำให้ต้นทุนสูงยิ่งขึ้น ดังนั้นรัฐบาลจึงมีเป้าหมายที่จะลดต้นทุนการผลิตที่เป็นปุ๋ยลง โดยขอความร่วมมือผู้ผลิตปุ๋ยลดราคาปุ๋ยสำเร็จรูปและใช้กลไกร้านธงฟ้าประชารัฐ 30,000 แห่งเชื่อมโยงปุ๋ยราคาถูกไปสู่เกษตรกรทั่วประเทศ การใช้ปุ๋ยสั่งตัด และปุ๋ยผสม โดยใช้กลไกสหกรณ์การเกษตร 700 แห่ง เป็นผู้ดำเนินการผลิตและกระจายให้สมาชิก โดยมีเป้าหมายจะลดราคาปุ๋ยลงให้ได้กว่า 30% ซึ่งจะทำให้เกษตรกรกว่า 30 ล้านคน ได้รับประโยชน์ นอกจากนี้ยังให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ( ธกส.) และ ธนาคารเอสเอ็มแบงค์ ปล่อยสินเชื่อให้เกษตรกรนำไปซื้อปุ๋ยในอัตราดอกเบี้ย รวมทั้งให้กรมการค้าภายใ
