ลาซาด้า
“ไส้เดือน” สัตว์มหัศจรรย์ที่มีความสำคัญอย่างมากต่อระบบนิเวศ มีความสำคัญอย่างมากในการย่อยอินทรีย์สารในดิน และการเคลื่อนที่ในดินของไส้เดือน ถือเป็นการพรวนดิน ทำให้ดินมีช่องว่างที่จะเพิ่มปริมาณออกซิเจนให้แก่ดิน ซึ่งมีความสำคัญต่อการปลูกพืช อีกทั้งยังใช้ในการผลิตปุ๋ยหมักและน้ำหมักชีวภาพจากไส้เดือนได้ สอดคล้องกับเทรนด์รักสุขภาพที่กำลังมาแรง ผู้คนหันมาใส่ใจเรื่องอาหารการกินมากขึ้น ส่งผลทำให้การเพาะเลี้ยงไส้เดือนเพื่อผลิตปุ๋ยอินทรีย์ กลายเป็นอีกหนึ่งช่องทางสร้างเงินให้กับเกษตรกรได้ไม่น้อย คุณศิวภรณ์ นภาวรานนท์ หรือ พี่แต้ อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 53/5 หมู่ที่ 3 ตำบลเชิงกลัด อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี สาวนักเรียนนอก จบการศึกษาระดับปริญญาโท จาก University of La Verne ; California ; USA คณะ MBA บริหารธุรกิจ สาขาวิชา Supply chain management สู่วิถีชีวิตการเป็นเกษตรกรเพาะเลี้ยงไส้เดือน เพื่อผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์จากไส้เดือน และปัจจัยพื้นฐานในการทำการเกษตร เช่น มูลไส้เดือนสด ดินพร้อมปลูก น้ำสกัดมูลไส้เดือน สร้างรายได้มากถึงหลักแสนต่อเดือน พี่แต้ เล่าถึงสาเหตุของการผันตัวเป็นเกษตรกรให้ฟังว่า เกิดขึ้นจ
ดร. เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากที่กระทรวงเกษตรฯ ได้เปิดตัวโครงการตลาดสินค้าเกษตรออนไลน์ “เปลี่ยนเกษตรกรให้เป็นผู้ค้าออนไลน์มืออาชีพ” โดยร่วมมือกับ บริษัท ลาซาด้า ประเทศไทย จำกัด ผู้นำแพลตฟอร์มจำหน่ายสินค้าออนไลน์ชั้นนำของไทย มาช่วยเพิ่มช่องทางการตลาดในการขายสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพจากเกษตรกรสู่ผู้บริโภคโดยตรง มาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2563 นั้น การดำเนินโครงการฯ นับว่าประสบความสำเร็จ และได้รับความสนใจจากเกษตรกรจำนวนมาก ทั้งจากกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ กลุ่มวิสาหกิจชุมชน สหกรณ์การเกษตร และกลุ่ม Young Smart Farmer ที่มีศักยภาพเข้าร่วมอบรม และเปิดร้านค้าออนไลน์รวม 113 ร้านค้า โดย พบว่า 2 เดือนที่ผ่านมา เกษตรกรส่วนใหญ่สามารถสร้างยอดขายบนแพลตฟอร์ม ลาซาด้าได้เพิ่มขึ้น และคาดว่าจะสามารถสร้างยอดขายได้เพิ่มขึ้น 30% ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ในระยะเวลา 6 เดือน ปัจจุบัน เทรนด์การค้าออนไลน์ยังคงได้รับความนิยมและมีอัตราการเติบโตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ที่กระทบต่อเศรษฐกิจและชีวิตประจำวัน เกิดปรากฏการณ์ New Normal หรือความปกติในรูป
พาณิชย์จับมือยักษ์ใหญ่ค้าออนไลน์อีลาบาบา-ลาซาด้า ติวเข้มผู้ประกอบการไทยทั้งไมโครเอสเอ็มอีและเอสเอ็มอี ดันเข้าระบบกระจายสินค้าทั่วโลกผ่านอีคอมเมิร์ซ ลาซาด้าล่องใต้ให้ความรู้นักธุรกิจรุ่นใหม่ถึงสงขลา คิวต่อไปที่เชียงใหม่ นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ (พณ.) โดยสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ หรือ New Economy Academy (NEA) ต่อยอดความร่วมมือกับ บริษัท อาลีบาบา กรุ๊ป, ลาซาด้า ประเทศไทย, มหาวิทยาลัยเถาเป่าส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพ ผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก (เอสเอ็มอี) ไทย ที่สามารถส่งออกได้ ให้ดำเนินธุรกิจผ่านอีคอมเมิร์ซ สู่เศรษฐกิจยุคดิจิตอล ด้วยการจัด “Alibaba Global Course : เปิดโลกอีคอมเมิร์ซ” เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน นี้ ที่สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (ถนนรัชดาภิเษก) นางอภิรดี กล่าวว่า ต้องการดึงผู้ประกอบการขนาดเล็กหรือไมโครเอสเอ็มอี และเอสเอ็มอี เข้าสู่ระบบการค้าอีคอมเมิร์ซ จะช่วยแก้ไขปัญหาความยากจนได้ ไทยมีผู้ประกอบการขนาดเล็ก 99.70% ของธุรกิจทั่วประเทศ มีสัดส่วนผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) สูง 42.2% “ในช่วงที่นายกรัฐมนตรีไปประชุมครม.สัญจร ท
นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังร่วมเปิดตัวแนะนำหลักสูตรการยกระดับผู้ประกอบการ เอสเอ็มอี อาลีบาบา คอร์ส ในประทศไทยครั้งแรกของวิทยาลัยธุรกิจอาลีบาบา กับมหาวิทยาลัยเถาเป่า และลาซาด้า ประเทศไทยว่า กระทรวงพาณิชย์ต้องการพัฒนาและส่งเสริมผู้ประกอบการขนาดเล็ก (ไมโครเอสเอ็มอี) และผู้ประกอบการขนาดกลางและย่อม (เอสเอ็มอี) ให้เข้าสู่ระบบการค้าอีคอมเมิร์ซ และช่วยแก้ไขปัญหาความยากจนให้บรรเทาลงได้ นอกจากนี้ในช่วงก่อนประชุมคณะรัฐมตรี (ครม.) สัญจร ที่จังหวัดสงขลา วันที่ 25-26 พฤศจิกายนนี้ ซึ่งกระทรวงจะเชิญตัวแทนของลาซาด้า ประเทศไทย ไปให้ความรู้เกี่ยวกับอีคอมเมิร์ซกับผู้ประกอบการรุ่นใหม่ในพื้นที่ด้วย พร้อมรับฟังความต้องการธุรกิจ จากนั้นจะนำโมเดลนี้ไปต่อที่ จ.เชียงใหม่ ส่วนการลงทุนในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) นั้นขณะนี้ทางลาซาด้าอยู่ระหว่างการตัดสินใจและพิจารณารูปแบบการลงทุน หากเกิดการลงทุนจริงจะช่วยพัฒนาผู้ประกอบการรุ่นใหม่ของไทยให้เข้าสู่ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ นายฮิวโก้ อัน ตัวแทนจากมหาวิทยาลัยเถาเป่า กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้ประกอบการไทยจดทะเบียนเข้าขายสินค
