ลิ้นจี่ค่อม
กรมส่งเสริมการเกษตร โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรสงคราม ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดสมุทรสงคราม เตรียมจัดงาน “เทศกาลลิ้นจี่ค่อมสมุทรสงครามและของดีเมืองแม่กลอง” ครั้งที่ 1 ประจำปี 2566 ระหว่างวันที่ 21- 30 เมษายน 2566 ณ บริเวณลานหน้าศาลากลางจังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อส่งเสริมการตลาดและประชาสัมพันธ์ลิ้นจี่พันธุ์ค่อม สินค้าเกษตร สินค้า OTOP และผลิตภัณฑ์เด่นของจังหวัดสมุทรสงครามให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย และช่วยระบายผลผลิตลิ้นจี่พันธุ์ค่อมให้กับเกษตรกรในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก โดยกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย บูธจำหน่ายสินค้าภายในงานกว่า 100 ร้านค้า และการประกวดลิ้นจี่ค่อมสมุทรสงคราม โดยคาดว่าจะมีประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้าร่วมงานจำนวนมาก นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ลิ้นจี่ค่อมสมุทรสงคราม หรือหอมลำเจียก เป็นลิ้นจี่ที่มีรสชาติหอมหวาน มีลักษณะเด่น คือ หนามตั้ง หนังตึง เนื้อเต่ง เมื่อแกะดูด้านในเปลือกจะมีสีแดง (ร่องชาด) ผลกลม รูปไข่หรือรูปหัวใจ เมล็ดยาว เปลือกมีหนามตั้งหรือหนามแหลมห่างเสมอกันทั้งผลและไม่เป็นกระจุก เน
ในปี พ.ศ. 2560 จังหวัดสมุทรสงคราม ไม่มีผลผลิตลิ้นจี่ออกมา และไม่มีการจัดงานวันลิ้นจี่เช่นกัน จังหวัดสมุทรสงครามว่างเว้นจากการจัดงานวันลิ้นจี่ติดต่อกันมาแล้วถึง 3 ปี ด้วยเหตุที่ไม่มีผลลิ้นจี่ออกมาจำหน่าย งานวันลิ้นจี่จังหวัดสมุทรสงคราม เป็นที่สนใจของนักชิมนักท่องเที่ยวอย่างมาก อาจเป็นเพราะมีรสชาติต่างจากลิ้นจี่ทางภาคเหนือและอยู่ใกล้กรุงเทพฯ การเดินทางสะดวกสบาย สามารถเดินทางไปกลับได้ในวันเดียว ลิ้นจี่เป็นผลไม้เสี่ยงทายที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกันกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์และไสยศาสตร์ใดๆ ดังนั้น จึงไม่ต้องไปบนบานศาลกล่าวกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพราะไม่สามารถมาช่วยได้ แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพภูมิอากาศ อะไรก็มาช่วยไม่ได้กับความไม่แน่นอนของสภาพภูมิอากาศ ปีใดฟ้าฝนเป็นใจปีนั้นก็จะมีลิ้นจี่ออกมา เพราะความไม่แน่นอนของการออกดอกติดผลของลิ้นจี่ ทำให้เจ้าของสวนลิ้นจี่บางสวนต้องโค่นต้นลิ้นจี่ลง เพราะมันไม่คุ้มกันกับการรอที่ไม่ได้รับผลประโยชน์ในแต่ละปี บางสวนหันมาปลูกส้มโอขาวใหญ่ที่ให้ผลผลิตตลอดปีราคาดี มีรายได้ต่อเนื่องทั้งปี ในอดีตจังหวัดสมุทรสงครามเคยมีพื้นที่ปลูกประมาณ 20,000 ไร่ ปัจจุบัน เหลือพื้นที่ปลูกลิ้นจี่
