ลุกฮือ
นายประสิทธิ์ หลวงมณี เจ้าของบูรพาฟาร์ม อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด เปิดเผยว่า นับแต่การระบาด ASF ในประเทศที่เกิดขึ้นช่วงที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้ผู้เลี้ยงยังไม่มีความมั่นใจในการเลี้ยงเท่าใดนัก ทำให้มีการนำหมูเข้าเลี้ยงในจำนวนที่น้อยลงกว่าเดิมมาก โดยที่ฟาร์มของตนจากเดิมเคยเลี้ยงแม่พันธุ์ที่ 700-800 ตัว ปัจจุบันก็เลี้ยงเพียง 100 กว่าตัว เนื่องจากต้นทุนการเลี้ยงขณะนี้ค่อนข้างสูง โดยอยู่ที่ 98 บาท ต่อกิโลกรัม ส่งผลให้ราคาเนื้อหมูของไทยมีราคาที่สูงประมาณ 210-220 บาท ต่อกิโลกรัม แต่กลับมีเนื้อหมูเถื่อนและชิ้นส่วนลักลอบเข้ามาขายในราคาถูกมากเพียง 135 บาท ต่อกิโลกรัม หมายความว่าจะมีราคาหมูหน้าฟาร์มเพียง 60-70 บาท ต่อกิโลกรัม ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่ต้นทุนในต่างประเทศจะต่ำในระดับนี้ นายประสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า เนื้อหมูและชิ้นส่วนที่มีการลักลอบนำเข้ามา เป็นชิ้นส่วนที่ต่างประเทศไม่บริโภค จึงไม่ต่างกับการสร้างมูลค่าให้กับขยะเหล่านั้น ทำให้เกษตรกรมีความกังวลกับความเสี่ยงของการเกิดโรคระบาดซ้ำในหมู ซึ่งไม่เพียงเป็นอันตรายต่อเกษตรกรผู้เลี้ยง แต่ยังเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคด้วย ด้าน นางฉวีวรรณ คีนซึล เจ้าของคานาอันฟา
