ลุ่มน้ำเพชรบุรี
กรมชลประทาน ใช้มาตรการเสริมเร่งระบายน้ำจากเขื่อนแก่งกระจานออกสู่ทะเลให้เร็วขึ้น ส่วนแม่น้ำน่านจากจ.น่าน จะไหลลงสู่เขื่อนสิริกิติ์ทั้งหมด คาดว่าจะมากกว่า 300 ล้าน ลบ.ม. ในขณะที่เขื่อนน้ำอูน ระดับน้ำในเขื่อนเริ่มลดลงแล้ว ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำที่เกิดจากฝนตกหนักในระยะนี้ว่า ที่เขื่อนแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี สถานการณ์ปัจจุบัน(18 ส.ค. 61) มีปริมาณน้ำในอ่างฯ 751 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) หรือคิดเป็นร้อยละ 106 ของความจุอ่างฯ มีน้ำไหลลงอ่างฯวันละ 32 ล้าน ลบ.ม. มีน้ำล้นทางระบายน้ำล้น(Spillway) 0.91 เมตร ได้เร่งระบายน้ำผ่านช่องทางปกติ และกาลักน้ำที่ติดตั้งไว้ทั้งหมด 22 ชุด จากการติดตามระดับน้ำด้านท้ายเขื่อนแก่งกระจาน พบว่าบริเวณสถานีวัดน้ำ B3A อ.แก่งกระจาน มีน้ำไหลผ่านประมาณ 222 ลบ.ม./วินาที ระดับน้ำยังต่ำกว่าตลิ่ง 0.35 เมตร แนวโน้มเพิ่มขึ้น สำหรับสถานการณ์น้ำที่เขื่อนเพชร วันนี้(18 ส.ค. 61)ที่รับน้ำต่อจากเขื่อนแก่งกระจาน ได้มีการผันน้ำบริเวณหน้าเขื่อนเพชรเข้าระบบคลองชลประทานทั้ง 4 สาย ในอัตรารวม 72 ลบ.ม./วินาที และเปิดระบายลงสู่แม่น้ำเพชรบุรี ในอัตรา 124 ลบ.ม./
เมื่อวันที่ 7 มีนาคม นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมผู้บริหารระดับสูงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยในส่วนของกรมชลประทาน มี ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เป็นผู้แทนกรมชลประทาน เข้าร่วมประชุม โดยนายกฤษฎาได้กำชับให้กรมชลประทานเร่งดำเนินการโครงการแก้ไขปัญหาอุทกภัยเมืองเพชรบุรี หลังจากที่ได้รับความเห็นชอบงบประมาณเพิ่มเติมในการดำเนินโครงการ จาก ครม.สัญจรนอกสถานที่ ณ จังหวัดเพชรบุรี เมื่อวันที่ 6 มีนาคม ที่ผ่านมา สำหรับโครงการดังกล่าว สืบเนื่องจากการควบคุมและบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำเพชรบุรี ปัจจุบันสามารถทำได้เฉพาะพื้นที่บริเวณเหนืออ่างเก็บน้ำ 3 แห่ง คือ เขื่อนแก่งกระจาน เขื่อนห้วยผาก และเขื่อนแม่ประจันต์ ที่ตั้งอยู่ทางตอนบนของลุ่มน้ำเพชรบุรี ส่วนพื้นที่ที่ไม่สามารถควบคุมและบริหารจัดการน้ำได้ จะเป็นพื้นที่ด้านท้ายของอ่างเก็บน้ำทั้ง 3 แห่ง ซึ่งอยู่เหนือเขื่อนเพชร (เขื่อนทดน้ำ) ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ อ.ท่ายาง เมื่อมีปริมาณฝนตกเกิน 150 มิลลิเมตร ต่อวัน จะทำให้มีปริมาณน้ำจำนวนมากไหลผ่านเขื่อนเพชร จนทำให้เกิดอุทกภัยในพื้นที่ด้านท้ายเขื่อน ช่วงฤดูฝน ปี
กรมชลประทาน เดินหน้าแก้ไขปัญหาอุทกภัยลุ่มน้ำเพชรบุรีตอนล่าง เร่งก่อสร้างคลองระบายน้ำ 2 สาย เพื่อตัดยอดปริมาณน้ำบริเวณด้านเหนือเขื่อนเพชร ลดผลกระทบน้ำท่วมพื้นที่ด้านท้ายเขื่อน ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า การควบคุมและบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำเพชรบุรี ปัจจุบันสามารถทำได้เฉพาะพื้นที่บริเวณเหนืออ่างเก็บน้ำ 3 แห่ง (เขื่อนแก่งกระจาน เขื่อนห้วยผาก และเขื่อนแม่ประจันต์) ที่ตั้งอยู่ทางตอนบนของลุ่มน้ำเพชรบุรี ส่วนพื้นที่ที่ไม่สามารถควบคุมและบริหารจัดการน้ำได้ จะเป็นพื้นที่ด้านท้ายของอ่างเก็บน้ำทั้ง 3 แห่ง ซึ่งอยู่เหนือเขื่อนเพชร (เขื่อนทดน้ำ) ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ อ.ท่ายาง เมื่อมีปริมาณฝนตกเกิน 150 มิลลิเมตร ต่อวัน จะทำให้มีปริมาณน้ำจำนวนมากไหลผ่านเขื่อนเพชร จนทำให้เกิดอุทกภัยในพื้นที่ด้านท้ายเขื่อน ทั้งนี้ ในช่วงฤดูฝนปี 2560 ที่ผ่านมา ได้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำเพชรบุรี ทำให้มีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเพชร มากกว่า 350 ลูกบาศก์เมตร ต่อวินาที ซึ่งเป็นปริมาณน้ำที่เกินขีดความสามารถในการระบายน้ำของแม่น้ำเพชรบุรี ในช่วงที่ไหลผ่านตัวเมืองเพชรบุรี (รับน้ำได้เพียง 150 ลูกบาศก
