ลูกจาก
อาชีพการทำผ้าบาติกและผ้ามัดย้อม เป็นหนึ่งในภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ที่สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่นของจังหวัดสุราษฎธานีได้เป็นอย่างดี มีการพัฒนาต่อยอดจนกลายเป็นผลิตภัณฑ์ของที่ระลึก ที่ได้รับความนิยมในกลุ่มนักท่องเที่ยวคนไทยและต่างชาติ ผลิตภัณฑ์ผ้าบาติกช่วยสร้างอาชีพและรายได้ให้แก่ประชาชนในท้องถิ่น ทำให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็ง พึ่งพาตนเองได้ แต่กระบวนการผลิตผ้าบาติกมีการใช้ทั้งสารเคมีที่ใช้เป็นสารกั้นสีและใช้ในการระบายสี ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ทำให้ต้นทุนผลิตมีราคาสูง สารกั้นสีเป็นองค์ประกอบหลักสำคัญของการผลิตผ้าบาติก สารกั้นสีที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันคือ น้ำเทียน ซึ่งได้มาจากการผสมของพาราฟินและขี้ผึ้ง เป็นองค์ประกอบหลัก สารกั้นสีที่ได้จากเทียนต้องใช้ความร้อนในการทำละลายก่อนที่จะนำไปใช้ จากงานวิจัยพบว่า เทียนและเทียนหอม ที่ทำขึ้นจากพาราฟินหรือขี้ผึ้งที่เป็นผลพลอยได้จากการกลั่นน้ำมันปิโตรเลียมนั้น มีสารที่ก่ออันตรายกับมนุษย์ได้ ในการใช้น้ำเทียนเป็นสารกั้นสี ต้องใช้น้ำสะอาดปริมาณมากในการซักล้าง อีกทั้งต้องผ่านกระบวนการต้มเพื่อขจัดเทียนออก ซึ่งจะมีคราบไขมันลอยจับผิวน้ำ และมีกลิ่นเ
ต๋าว เป็นพืชป่า ที่สมัยก่อนมีอยู่มากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดที่มีเขตติดต่อกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว อย่าง จังหวัดเลย อุตรดิตถ์ และน่าน ที่จังหวัดน่าน มีการใช้ประโยชน์จากต๋าวมานานแล้ว ต่อมาประชากรของพืชชนิดนี้ลดลง ผู้ที่เกี่ยวข้องจึงริเริ่มปลูกขึ้นมาใหม่ ซึ่งต้องใช้เวลานานกว่าที่จะได้ผลผลิต แต่ที่เห็นมีผลิตผลบริโภคกันอย่างต่อเนื่อง เพราะส่วนหนึ่งนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน ทางจังหวัดแพร่ น่าน เรียกไม้วงศ์ปาล์มที่นำผลผลิตมากินเป็นอาหารว่า ต๋าว แต่ทางจังหวัดเลย เรียกว่า ตาว มีหมู่บ้านหนึ่งชื่อว่า “แก่วตาว” ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ต๋าว มีถิ่นกำเนิดในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น อินเดีย และไทย บริเวณที่ไม้ชนิดนี้ขึ้นอยู่เป็นป่าเขาที่สมบูรณ์และชุ่มชื้น พืชที่ใกล้เคียงกับต๋าวคือ ชก ขึ้นอยู่ทางใต้ ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีเทือกเขาชื่อว่า “เขาชก” ข้อแตกต่างระหว่าง ต๋าว กับ ชก คือ ใบต๋าวมีใบย่อยเรียงกันเป็นระเบียบในระนาบเดียวกัน แต่ใบชกมีใบย่อยเรียงตัวหลายระดับ การใช้ประโยชน์จากต๋าวและชกนั้น สมัยก่อนประชากรของพวกเขามีมาก ชาวบ้านมักนำยอดอ่อนมาแกง จะได้อาหารที่ม
