ลูกหยี
เด็กสาวชาวบ้านป่าพะยอม ที่ภาคใต้ จังหวัดพัทลุง ตัวดำผมหยิก ต้องจากบ้านป่าเพื่อมาศึกษาหาความรู้ จนเรียนจบปริญญาการออกแบบนิเทศศิลป์ คณะศิลปกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต (ชื่อเดิม) และก็ได้ทำงานในห้องแอร์เย็นๆ สบายๆ เป็นมนุษย์เงินเดือนไม่เดือดร้อน จนมาวันหนึ่ง นึกขึ้นได้ว่าเราทำงานสบายๆ ขณะที่พ่อแม่ยังคงลำบากอยู่ที่บ้านป่าพะยอม ต้องตากแดดตากลมหาเงินส่งเราเรียนจนจบปริญญา ขณะที่พวกเขาก็ยังคงอยู่ที่บ้านป่าพะยอมทำงานตากแดดกรีดยางอยู่เหมือนเดิมในสวนยางและสวนป่าไม้ลูกหยีที่อุดมสมบูรณ์ หลายสิบไร่ เด็กสาวตัวเล็กๆ ที่พ่อแม่เรียกว่า “หนูเล็ก” คุณณฤดี ช่วยเเก้ว จึงเปลี่ยนชีวิตตัวเองลาออกจากงานในห้องแอร์ แล้วกลับไปอยู่บ้าน เพื่อสร้างชุมชนบ้านป่าพะยอมให้เข้มแข็ง ด้วยอุดมการณ์ที่แน่วแน่และสานต่องานจากพ่อเพื่อการอนุรักษ์ป่าไม้และธรรมชาติ ที่ใกล้สูญพันธุ์อย่าง “ต้นลูกหยีป่า” ในพื้นที่บ้านป่าพะยอม หมู่ที่ 9 ตำบลลานข่อย อำเภอป่าพะยอม จังหวัดพัทลุง ต้นลูกหยี ที่ว่านี้ เป็นไม้เนื้อแข็งยืนต้น ขนาดสูงใหญ่ ลำต้นตั้งตรงสง่า กิ่งจะบานพุ่มที่ปลายยอด และด้วยคุณลักษณะพิเศษของผลไม้ลูกหยีนั้น สรรพคุณมากด้วยคุณค่าทางอ
“พวกเขากำลังจะไปกรุงเทพฯ กัน” ป้าร้านของชำบอกเราอย่างนั้นเมื่อเราไปถึงวังหีบในยามเย็น “เขาจะไปกันคืนนี้แหละลองเข้าไปดูเผื่อเขายังไม่ไป” แกพูดต่อพร้อมกับบอกเส้นทางบ้านที่เขานัดหมายพบกัน เราออกจากร้านของชำมุ่งตรงไปที่บ้านซึ่งเขารวมกลุ่มกันอยู่ การมาครั้งนี้ เป็นการมาตามสัญญาที่ให้ไว้ว่า เราจะมากินทุเรียนบ้าน เพราะใครสักคนบอกว่า ทุเรียนบ้านที่นี่อร่อยมาก เมื่อรับปากสัญญาแล้วก็ต้องมา และที่เก็บไว้ในใจก็คือมาให้กำลังใจ มาติดตามข่าวคราวด้วย อีกทั้งเรื่องปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ ดูแหล่งอาหารนี้ก็ไม่ใช่เรื่องของคนวังหีบเท่านั้น ผลกระทบมีไปทั่วทั้งจังหวัด และทั้งประเทศหากแหล่งอาหารถูกทำลายไปเรื่อยๆ ป่าต้นน้ำไม่มีน้ำ เป็นภูเขาไม่มีป่า…พูดแล้วก็คล้ายเป็นเรื่องน่าเบื่อ “นั่งก่อน นั่งก่อน กำลังเตรียมตัวไปกรุงเทพฯ” ผู้ชายคนหนึ่งพูดขึ้น “ไปกันทั้งหมดนี้เลยเหรอ” “ตัวแทนไป ตัวแทนเครือข่าย สมัชชา 9 เขื่อน 1 แม่น้ำนครศรีธรรมราช” ข้าวของที่จะเอาไปกรุงเทพฯ มากมาย มี สะตอ น้ำผึ้งป่า ลูกหยี ทุเรียนบ้าน ทุเรียนกวน “เอาไปทั้งหมดนี้เลยเหรอ” ฉันยกลูกหยีหิ้วทั้งพวง หวังอยากกินสักเม็ดแต่ไม่กล้า ป้าคนหนึ่งบอกว่า อีกว
“พวกเขากำลังจะไปกรุงเทพฯ กัน” ป้าร้านของชำบอกเราอย่างนั้นเมื่อเราไปถึงวังหีบในยามเย็น “เขาจะไปกันคืนนี้แหละลองเข้าไปดูเผื่อเขายังไม่ไป” แกพูดต่อพร้อมกับบอกเส้นทางบ้านที่เขานัดหมายพบกัน เราออกจากร้านของชำมุ่งตรงไปที่บ้านซึ่งเขารวมกลุ่มกันอยู่ การมาครั้งนี้ เป็นการมาตามสัญญาที่ให้ไว้ว่า เราจะมากินทุเรียนบ้าน เพราะใครสักคนบอกว่า ทุเรียนบ้านที่นี่อร่อยมาก เมื่อรับปากสัญญาแล้วก็ต้องมา และที่เก็บไว้ในใจก็คือมาให้กำลังใจ มาติดตามข่าวคราวด้วย อีกทั้งเรื่องปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ ดูแหล่งอาหารนี้ก็ไม่ใช่เรื่องของคนวังหีบเท่านั้น ผลกระทบมีไปทั่วทั้งจังหวัด และทั้งประเทศหากแหล่งอาหารถูกทำลายไปเรื่อยๆ ป่าต้นน้ำไม่มีน้ำ เป็นภูเขาไม่มีป่า…พูดแล้วก็คล้ายเป็นเรื่องน่าเบื่อ “นั่งก่อน นั่งก่อน กำลังเตรียมตัวไปกรุงเทพฯ” ผู้ชายคนหนึ่งพูดขึ้น “ไปกันทั้งหมดนี้เลยเหรอ” “ตัวแทนไป ตัวแทนเครือข่าย สมัชชา 9 เขื่อน 1 แม่น้ำนครศรีธรรมราช” ข้าวของที่จะเอาไปกรุงเทพฯ มากมาย มี สะตอ น้ำผึ้งป่า ลูกหยี ทุเรียนบ้าน ทุเรียนกวน “เอาไปทั้งหมดนี้เลยเหรอ” ฉันยกลูกหยีหิ้วทั้งพวง หวังอยากกินสักเม็ดแต่ไม่กล้า ป้าคนหนึ่งบอกว่
