ล้งผลไม้
“จันทบุรี เมืองมหานครผลไม้” อุดมสมบูรณ์ด้วยผลไม้นานาชนิด ทุเรียน ลำไย มังคุด เงาะ ลองกอง ตลาดจีนเป็นตลาดใหญ่ที่รับซื้อผลไม้ไทยถึง 90% ทำให้ผลไม้ราคาสูงขึ้น เกษตรกรชาวสวนได้หยิบจับเงินล้าน 2-3 ปีที่ผ่านมาดูเหมือนว่าเป็นปีทองของผลไม้ภาคตะวันออก แม้ว่าปีนี้จะติดหล่มที่ผลผลิตมังคุดราคา 7-8 บาท ต่อกิโลกรัม ช่วงต้นเดือนกรกฎาคมที่ผลผลิตประดังกับมังคุดทางภาคใต้ ทำให้ปริมาณมังคุดล้นตลาด ประกอบกับภาวะอากาศแปรปรวนมีฝนหนักเป็นระยะๆ ทำให้คุณภาพมังคุดที่ส่งออกเสียหาย 10-30% เป็นเนื้อแก้วหรือมียาง แต่ถ้าสวนไหนมีรุ่นแรกได้ราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 200-240 บาท พอถัวเฉลี่ยรอดตัวไป การส่งผลไม้ไปตลาดจีนมีการแข่งขันสูงระหว่างผู้ซื้อ “ล้งจีน” และ “ล้งไทย” โดยเกือบทั้งหมดตั้งจุดรวบรวมผลไม้ แพ็กเกจจิ้งที่จันทบุรี ขนส่งด้วยตู้คอนเทรนเนอร์ไปตามเส้นทาง R3 เชียงราย เชียงของ เข้าตลาดจีน หรือส่งตู้คอนเทรนเนอร์ลงทางเรือท่าเทียบเรือแหลมฉบัง สัตหีบ ชลบุรี ล้งคนจีนเพิ่งเข้ามาตั้งโกดังรับซื้อจากชาวสวนโดยตรง เมื่อ 4-5 ปี มีคนไทยเป็นนอมินีจดทะเบียนบริษัทรับซื้อ เปลี่ยนแปลงจากเมื่อก่อนที่เป็นเถ้าแก่ให้คนไทยรับซื้อและพ่อค้าจีนนำ
ผลไม้เมืองจันท์ ขึ้นชื่อลือชาในเรื่องความอุดมสมบูรณ์ ทั้งทุเรียน ลำไย มังคุด เงาะ ลองกอง โดย 2-3 ปีที่ผ่านมาถือเป็นปีทองราคาผลไม้พุ่งกระฉูด เนื่องจากความต้องการมหาศาลโดยเฉพาะส่งออกตลาดจีนราว 80-90% วันนี้พ่อค้าจีนบริหารจัดการทุกขั้นตอนด้วยตัวเอง ตั้งแต่เข้ามาตั้งรับซื้อผลไม้เมืองจันท์ถึงในสวน ทำแพ็กเกจจิ้งบรรจุตู้คอนเทนเนอร์ ขนส่งไปตามเส้นทาง R3 ผ่านเชียงราย เชียงของ เข้าตลาดจีน ปัจจุบันล้งในจันทบุรีทั้งหมดกว่า 200 ล้ง เป็นล้งไทยเพียง 40-50 ล้ง หรือประมาณ 25% เท่านั้น โดย “ล้งอรษา คมบาง” อ.ขลุง จ.จันทบุรี เป็นล้งไทย 1 ใน 5 อันดับต้น ๆ ของจังหวัดจันทบุรีที่ยังยืนหยัดและสามารถพัฒนาผันตัวเองจากผู้รวบรวมให้เถ้าแก่ชาวจีนเป็นล้งส่งออกตลาดจีนได้เอง สานต่อล้งคนไทย “มณฑล ปริวัฒน์” หรือ “ก๊อต” วัย 37 ปี ทายาทรุ่นใหม่ของ “วัลลภ-อรษา ปริวัตร์” เจ้าของ “ล้งอรษา คมบาง” จบการศึกษาระดับปริญญาตรีมหาวิทยาลัยอัญสัมชัญ หรือเอแบค คณะบริหารธุรกิจ ระหว่างเรียนได้เข้าสู่วงการบันเทิง เป็นดารา พิธีกร และการทำธุรกิจหุ้นส่วนบริษัทออร์แกไนซ์ จากนั้นจบปริญญาตรีมาปีหนึ่งก็ได้ศึกษาต่อปริญญาโท สาขาวิชาธุรกิจการเกษตร ค
พาณิชย์ แจงรายละเอียดสถานะล้งผลไม้ในประเทศไทย ป้องกันการใช้คนไทยเป็นนอมินี พร้อมเพิ่มมาตรการสร้างความเข้มแข็งล้งไทยและกลุ่มเกษตรกรสร้างอำนาจต่อรองทางการค้า นางสาวบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า “กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ตรวจสอบข้อมูลการจดทะเบียนนิติบุคคลของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมหลังการเก็บเกี่ยวพืชผล และการขายส่งผักผลไม้ ปรากฏว่ามีนิติบุคคลจดทะเบียนทั้งสิ้น 1,405 ราย และจากข้อมูลผู้ประกอบการล้งผลไม้ซึ่งจดทะเบียนผู้ส่งออกผักและผลไม้กับกรมวิชาการเกษตรมีจำนวนทั้งสิ้น 391 ราย กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้พิจารณารายละเอียดเกี่ยวกับสถานะการจดทะเบียนดังกล่าว สามารถแบ่งออกเป็น 1) ล้งไทย ประกอบด้วย 1.1 ล้งบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย จำนวน 236 ราย 1.2 ล้งนิติบุคคลที่คนไทยถือหุ้น 100% จำนวน 116 ราย 2) ล้งที่เป็นวิสาหกิจชุมชนและสหกรณ์ จำนวน 7 ราย 3) ล้งที่ร่วมลงทุนระหว่างคนไทยกับชาวต่างชาติ จดทะเบียนจัดตั้งเป็นนิติบุคคล โดยคนไทยถือหุ้นมากกว่าหรือเท่ากับ 51% ในกรณีนี้ถือว่าเป็นนิติบุคคลไทย จำนวน 32 ราย ซึ่งเป็นการร่วมทุนจาก จีน (26 ราย) อินเดีย (2 ราย) ฝรั่งเศส (
