วัวชน
วันที่ 6 ธ.ค.2561 ที่ถนนเลียบคลองชลประทาน หมู่ที่ 5 ต.คลองขุด อ.เมือง จ.สตูล นายมาฮาดี อารีหมาน อายุ 34 ปี คนพื้นที่ ม.4 ต.บ้านควน อ.เมืองสตูล เกษตรกรสวนยางที่ทำมาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่บนพื้นที่ 20 ไร่ ประสบภาวะราคายางพาราผันผวนก่อนตัดสินใจพาครอบครัว ทำธุรกิจ “ปลูกหญ้าหวายข้อ”ขายให้กับกลุ่มลูกค้าที่หลงใหลและคลั่งไคล้วัวชน วัวขุน โดยตัดสินใจเช่าพื้นดินใหม่ จำนวน 9 ไร่ หาเลี้ยงครอบครัวมีรายได้สูงถึง 50,000 บาท นายมาฮาดี อารีหมาน เจ้าของธุรกิจ “ปลูกหญ้าหวายข้อ” กล่าวว่า ได้ผันตัวมาทำอาชีพให้เช่าพื้นที่ปลูกหญ้าหวายข้อ บนพื้นที่เช่า 9 ไร่ ในราคา 10,000 บาทต่อปี โดยแบ่งขายให้ลูกค้าเช่าเป็นล็อค มีตั้งแต่ขนาด (กว้าง 8 เมตร ยาว 20 เมตร ราคา 1,500 บาท) และ(กว้าง 5 เมตร ยาว 20 เมตร ราคา 1,000 บาท) หากในช่วงฤดูแล้งราคาจะปรับขึ้นบ้างเล็กน้อย แม้จะเริ่มทำปีนี้เป็นปีแรกถือได้ว่าผลตอบเป็นอย่างดี “หญ้าหวายข้อ” ถือเป็นหญ้าที่มีโปรตีนสูงการดูแลตั้งแต่คัดเลือกสายพันธุ์ การเตรียมดิน การใส่น้ำใส่ปุ๋ยหมักชีวภาพ ทุกขั้นตอนต้องพิถีพิถัน ดูแลกำจัดวัชพืชให้หญ้าเติบโตอย่างสวยงามภายใน 40 วันก่อนจะตัดขายซึ่งปลูกเพียงครั
กลายเป็น “ทอล์ก ออฟ เดอะทาวน์” ที่สร้างความฮือฮาแห่งปีของวงการวัวชนภาคใต้ หลังจากที่โคนิลแซมเพชรทองแท้ หรือ “ไอ้ดำวังนา” แชมป์วัวชนจากค่าย “นายปอ บ้านทุ่งขมิ้น” จังหวัดสตูล สามารถไล่ขวิดไล่ชนจนเอาชนะโคแดงหนึ่งในเขา หรือ “ไอ้แดง” แชมป์เจ้าถิ่น จากค่าย “K.T. รีสอร์ท” จังหวัดสงขลา โดยมีเงินเดิมพัน 20 ล้านบาท และเงินสะพัดวงนอกของเซียนวัวอื่นๆ อีก รวมไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท ท่ามกลางสายตาของบรรดาเซียนวัวทั่วไทยและจากประเทศเพื่อนบ้าน ตลอดจนนักท่องเที่ยวที่แห่เข้าไปชมและเป็นสักขีพยานการชนวัวนัดประวัติศาสตร์ครั้งนี้กว่า 7,000 คน เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ณ สนามกีฬาชนโคนานาชาติ อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา ดังนั้น ทีมข่าวจึงได้ลงไปเยี่ยมค่าย นายปอ บ้านทุ่งขมิ้น ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ที่ 6 บ้านวังนา อำเภอทุ่งหว้า จังหวัดสตูล พบ ลุงวิโรจน์ หนูใหม่ วัย 65 ปี เจ้าของวัวและเป็นผู้ดูแลโคนิลแซมเพชรทองแท้ หรือ “ไอ้ดำวังนา” พร้อมชาวบ้านในหมู่บ้านที่พากันมาถ่ายรูปและเยี่ยมชมความงดงามของวัวชนนักสู้ที่สร้างชื่อเสียงให้คนในหมู่บ้านแห่งนี้ ส่วน “ไอ้ดำวังนา” ยืนสง่าอยู่ภายในคอกส่วนตัว ที่ก่ออิฐ มุงหลัง
