ว่าวจุฬา
วันที่ 25 พ.ย. ขณะที่ผู้สื่อข่าวเดินทางผ่านถนนสายอุดรธานี-สามพร้าว ตำบลสามพร้าว อ.เมือง จ.อุดรธานี ได้มีแผงขายว่าวอยู่ริมถนนอยู่หลายแผง ก็เนื่องจากในช่วงนี้เป็นฤดูหนาว และเป็นช่วงฤดูเล่นว่าวของภาคอีสาน เพราะกระแสลมเหนือที่พัดมาจากประเทศจีนเป็นลมส่ง ทำให้ว่าวขึ้นดีและขึ้นสูง สอบถามนายบรรจง อันมาก อายุ 51 ปี ชาวขอนแก่น เจ้าของแผงว่าวนานาชนิดเปิดเผยว่า ในช่วงเดือนตุลาคม- มีนาคม จะเป็นช่วงฤดูหนาว และเป็นฤดูการเล่นว่าวของภาคอีสาน เดือนเมษายน-เดือนพฤษภาคม เป็นช่วงฤดูว่าวของภาคกลาง ซึ่งจะเล่นกันที่สนามหลวง และมีเทศกาลว่าวไทยด้วย ส่วนภาคใต้จากเดือนธันวาคม- เดือนสาม สำหรับภาคเหนือจะเล่นมากที่จังหวัดเชียงใหม่ ดังนั้นในช่วงเดือนตุลาคม หลังเก็บเกี่ยวแล้ว ผู้ชายในหมู่บ้านโนนเมือง เกือบทุกคนจะออกเดินทางเร่ร่อนนำอุปกรณ์ทำว่าวขึ้นรถยนต์กระบะประมาณ 50-60 คัน ไปตามจังหวัดต่างๆทั่วประเทศทำว่าวขาย นายบรรจง กล่าวต่อไปว่า ว่าวที่ขายอยู่ทุกวันนี้ ว่าวไทยมีอยู่เพียงไม่กี่ชนิด เช่น ว่าวจุฬา ว่าวปักเป้า ว่าวปลา ฯลฯ แต่ส่วนมากเป็นว่าวที่ได้มีการพัฒนารูปแบบมาจากว่าวจีน เช่นว่าวกล่อง ว่าวงู ว่าวปลา ซึ่งใช้วัสดุผ้า
ชาวบ้านในโคราช รวมกลุ่มทำว่าวจุฬาโต้ลมหนาว เสียงสะนูจากว่าวแปล่งเสียงดนตรีก้องทั้งตำบล นครราชสีมา (5 พ.ย. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงบรรยากาศหน้าหนาว ซึ่งเป็นฤดูเก็บเกี่ยวข้าวของชาวนาทั่วประเทศ จะมีกิจกรรมการละเล่นพื้นเมืองหลายอย่างให้เห็นในชนบท แสดงถึงวิถีชีวิต และวัฒนธรรมที่สวยงาม โดยเฉพาะชาวนาในหมู่บ้านพะไล หมู่ที่ 6 ต.หัวทะเล อ.เมือง จ.นครราชสีมา จะมีการรวมกลุ่มกันทำว่าวจุฬา ติดสะนู มาโต้ลมหนาวอวดเสียงสะนูกันอย่างคึกคัก ซึ่งมีนายสนอง ยันจอหอ อายุ 48 ปี เป็นหัวหน้ากลุ่มเล่นว่าวจุฬาของหมู่บ้านพะไล ได้ใช้พื้นที่ใต้ถุนบ้านของตัวเอง นั่งเหลาไม้ไผ่ เพื่อทำโครงของว่างจุฬาเป็นประจำในช่วงนี้ นายสนองฯ เล่าว่า ในช่วงฤดูหนาวของทุกปี จะมีลมหนาวพัดมาอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเหมาะกับการทำว่าวมาโต้ลมหนาวเป็นอย่างมาก แต่สมัยนี้ส่วนใหญ่มักจะไปหาซื้อว่าวทำสำเร็จรูป ที่มีวางขายตามข้างทางมาเล่นกัน ซึ่งจะมีขนาดเล็ก และขึ้นได้ไม่สูงนัก ส่วนว่าวจุฬาที่ทำแบบโบราณจะหาชมได้ยากขึ้นทุกวัน ดังนั้นกลุ่มของตนจึงได้รวมตัวกันทำว่าวจุฬาแบบโบราณขึ้นมา เพื่ออนุรักษ์ไว้ให้คนรุ่นหลังได้ดู ซึ่งมีสมาชิกในกลุ่มกว่า 10 คน โดยได้
